‘ปานเทพ-หมอตุลย์’ ยันม็อบทวงคืนแก้มลิงไม่เกี่ยวการเมือง ประชาชนเดือดร้อนจริง
‘ปานเทพ-หมอตุลย์’ ยันม็อบทวงคืนแก้มลิงไม่เกี่ยวการเมือง ประชาชนเดือดร้อนจริง ปลุก ปชช. รวบรวมหลักฐานฟ้องแพ่งรัฐ มองน้ำท่วมเพียงชั่วโมงเดียวก็เสียหายหนักแล้ว
วันนี้ (9 ต.ค. 69) นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน แถลงหลังเข้าพบและหารือกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) โดยยืนยันว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง เราจมน้ำจริง ตั้งแต่ทิศตะวันออก รามคำแหง กรุงเทพกรีฑา ลาดกระบัง เคยมีน้ำท่วมขังเกิน 10 วันหรือไม่ ถนนรามคำแหงในรอบ 43 ปีไม่เคยเกิด มันเกิดขึ้นได้อย่างไร สิ่งที่หายไปชัดเจนคือบึงรับน้ำ ผังเมืองเปลี่ยนไป การอนุมัติก่อสร้างเปลี่ยนไป จนต้องอาศัยเครื่องสูบน้ำท่อซิ่ง แสดงว่าเรามีปัญหาระดับการวางผังเมืองและวางโครงสร้างเมือง ซึ่งเป็นอันตรายต่อคนกรุงเทพฯ ทั้งหมด พร้อมย้ำว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องความทุกข์ร้อนของประชาชนโดยตรงและมีอยู่จริง
ด้าน นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ สะท้อนข้อเสนอแนะว่า การสร้างถนนหรือระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า แม้มีประโยชน์ด้านการแก้ปัญหาจราจร แต่เรื่องพื้นที่รับน้ำถือเป็นภัยเฉพาะหน้าที่จะเกิดขึ้นซ้ำและรุนแรงขึ้นทุกปี จึงขอให้กรุงเทพมหานครยึดเอาความทุกข์ของประชาชนจากปัญหาน้ำท่วมเป็นหลัก และดำเนินนโยบายเชิงรุกในการเชิญชวนประชาชนเสียสละพื้นที่ทำแก้มลิง มากกว่าการนำเสียงคัดค้านมาเป็นเหตุผลในการยกเลิกแก้มลิง เนื่องจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีวาระการดำรงตำแหน่งเหลืออีกประมาณ 3 ปี แต่การตัดสินใจเรื่องผังเมืองในวันนี้จะมีผลผูกพันและส่งผลกระทบต่อคนกรุงเทพฯ ไปยาวนานนับสิบปีถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน
นอกจากนี้ นพ. ตุลย์ยังตั้งข้อสังเกตถึงหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยของภาครัฐ จำนวน 9,000 บาท ที่กำหนดว่าจะต้องเกิดน้ำท่วมขังติดต่อกันถึง 7 วัน โดยเห็นว่าไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เพราะการถูกน้ำท่วมเพียง 1 วัน หรือ 1 ชั่วโมง ก็สร้างความเสียหายต่อยานพาหนะ ทรัพย์สิน และการประกอบอาชีพอย่างหนักแล้ว พร้อมแนะนำให้ประชาชนผู้ประสบภัยเร่งบันทึกภาพถ่ายและวิดีโอรวบรวมหลักฐานความเสียหายของทรัพย์สินไว้ตั้งแต่บัดนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการดำเนินคดีทางแพ่งฐานละเมิดต่อหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป













