โฆษกรัฐบาล สวน ‘อดีตปลัด มท.’ กล้าสอน ‘อนุทิน’ ปมตำหนิ นอภ.บ้านสร้าง
โฆษกรัฐบาล สวน ‘อดีตปลัด มท.’ กล้าสอน ‘อนุทิน’ ปมตำหนิ นอภ.บ้านสร้าง กลางวงประชุม พร้อมเปิดคลิปเก่าเคยด่ากราดข้าราชการ บอก ‘อนุทิน’ ไม่มีคำหยาบ พูดเพราะห่วงประชาชน
วันนี้ (8 ต.ค. 69) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย วิพากษ์วิจารณ์กรณีโยกย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง ให้มาช่วยราชการที่วิทยาลัยการปกครอง กรมการปกครอง เป็นการชั่วคราว
นายเอกภพ กล่าวว่า คนที่ให้คำตอบดีที่สุดคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ที่เป็นผู้เสนอขึ้นมา แต่ในฐานะที่เป็นโฆษกศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัยที่รวบรวมข้อมูลทุกเช้า ยอมรับว่า อ.บ้านสร้าง อยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากน้ำจากทั้ง จ.นครนายก และปราจีนบุรี จะมารวมกันที่ อ.บ้านสร้าง ก่อนไหลลงแม่น้ำบางปะกง ซึ่งไม่สามารถนิ่งนอนใจ นิ่งเฉย หรือทำงานแบบเรื่อย ๆ เฉื่อย ๆ ได้ ต้องบูรณาการทุกภาคส่วน
นายเอกภพ กล่าวว่า ส่วนตัวเข้าใจภาพที่ประชาชนหรือสื่อมวลชนได้รับอาจไม่ครบทุกด้าน ในส่วนการทำงานประสานงาน ทำให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย และช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟู ต้องได้รับความร่วมมือที่ไม่ใช่เฉพาะนายอำเภอ แต่ทุกภาคส่วนที่ลงไป
อย่างไรก็ตาม เสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่เสียงวิจารณ์ของผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย และเป็นผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งบริหาราชการร่วมกับ รมว.มหาดไทย เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ที่เหมือนตำหนิคำพูดของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในที่ประชุม ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
“นายกฯ ไม่ได้ตำหนิในเรื่องตัวบุคคล นายกฯ ไม่ได้ถามว่าท่านจบที่สถาบันไหน แต่นายกฯ เสียใจที่มีเหตุการณ์แบบนี้ หรือมีข้าราชการที่มีพฤติกรรมที่มีข้อมูล เห็นข้อเท็จจริง และข้อมูลที่เห็นตรงกันว่าน่าจะต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง” นายเอกภพ ระบุ
ต่อมานายเอกภพหยิบโทรศัพท์มือถือเปิดคลิปวิดีโอเก่าที่ นายสุทธิพงษ์ สมัยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวตำหนิข้าราชการอย่างรุนแรง มีการถามถึงสถาบันศึกษาที่จบการศึกษามา และใช้ถ้อยคำรุนแรง ในการประชุมซูมกับข้าราชการหลายจังหวัดเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 65
นายเอกภพ กล่าวว่า นายกฯ ไม่ได้ด่าใคร และในที่ประชุม บกปภ.ช. ก็ไม่ได้ไลฟ์ออกไป สิ่งที่นายกฯ พูดในที่ประชุมไม่มีคำไม่สุภาพ หรือด่าใคร สิ่งที่พูดมาจากความเป็นห่วงประชาชน คนที่รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมก็ร้องเรียน หรือวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่คนที่เคยใช้คำพูดกับข้าราชการในลักษณะดูถูกเหยียดหยาม ใช้คำพูดไม่ดีจะมาสั่งสอนนายกฯ คิดว่ายอมรับไม่ได้เช่นเดียวกัน
ส่วนที่มีข้อสังเกตว่า การย้ายนายอำเภอบ้านสร้างในครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับน้ำท่วม แต่อาจเกี่ยวข้องกับการที่นายอำเภอคัดค้านการตั้งโรงงานขยะรีไซเคิลในพื้นที่ อ.บ้านสร้าง ส่วนตัวคิดว่าเป็นการผูกหรือสร้างสตอรี่กันไป แต่สิ่งที่ตนเองบอกตั้งแต่ต้นคือ อำเภอนี้เป็นอำเภอรับน้ำ เป็นพื้นที่ที่มีความร้ายแรงของสถานการณ์ และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน นายอำเภอเป็นกลไกสำคัญ ปัญหาที่เกิดขึ้นรายละเอียดให้ไปถามผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี หากเหตุผลไม่ดีพอหรือแน่นพอ ไม่มีทางที่จะมีคำสั่งออกมาได้













