POLITICS

‘เอกภพ’ โต้ ’สมาพันธ์แห่งชาติฯ ปลอดบุหรี่’ จี้เปิดที่มางบจัดประชุมเกาะสมุย หลังปฏิเสธใช้เงิน สสส.

‘เอกภพ’ โต้ ’สมาพันธ์แห่งชาติฯ ปลอดบุหรี่’ จี้เปิดที่มางบจัดประชุมเกาะสมุย หลังปฏิเสธใช้เงิน สสส. ยัน ไม่ถอนคำพูด ”กินหรูอยู่สบาย“ ตั้งคำถามใครออกค่าที่พัก หลังพบราคาห้องขั้นต่ำคืนละ 15,000 บาท ชี้หากมีผู้สนับสนุนต้องเปิดเผย หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมเรียกร้องเปิดข้อมูลงบ สสส. ตลอด 25 ปี ย้ำไม่ใช่การกล่าวหาลอย ๆ แต่ต้องตรวจสอบเงินที่ประชาชนควรได้รับประโยชน์

วันนี้ (26 ต.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีสมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ชี้แจงกรณีจัดประชุมที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าไม่ได้พักโรงแรมคืนละ 15,000 บาท และงบประมาณที่ใช้จัดงานไม่ได้มาจากกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ว่า อาจมีหลายประเด็น แต่คำถามคือเหตุใดจึงต้องไปจัดประชุมรณรงค์เรื่องยาสูบที่เกาะสมุย และยังไม่มีความชัดเจนในการชี้แจง หากไม่ใช้งบจาก สสส. แล้วใช้งบจากใคร

นายเอกภพกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขระดับรองอธิบดีและผู้ตรวจราชการเข้าร่วม การไปร่วมงานไม่สามารถไปได้ทันที ไม่ใช่อยู่ดี ๆ แจ้งว่าลาพักผ่อนแล้วไปร่วมงาน เพราะเป็นการเข้าร่วมในฐานะงานราชการ ต้องมีคำขออนุมัติ มีหนังสือเบิกจ่ายค่าเดินทางและค่าที่พัก จึงต้องชี้แจงว่าเบิกจ่ายจากใคร อย่างไร หรือมีหน่วยงานใดเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งสามารถตรวจสอบที่มาได้

“การจะบอกว่าได้รับการสนับสนุนที่พักโดยไม่ได้เบิกจ่ายจากงบประมาณยิ่งหนัก เพราะหากดูตามเว็บไซต์ราคาห้องต่ำสุดคือ 15,000 บาท ถ้าไม่มีการจ่าย หรือจ่ายตามเรตราชการคือ 3,000-4,000 บาท จะมีส่วนต่างอยู่หมื่นกว่าบาท ตรงนี้ถือว่าเป็นการรับผลประโยชน์อื่นใดเกิน 3,000 บาทของผู้ดำรงตำแหน่งราชการ ต้องเปิดเผยต่อ ป.ป.ช. หรือไม่ อยากฝากประชาชนช่วยติดตามว่า มีใครไปบ้าง และรับผลประโยชน์ค่าโรงแรมจากใคร เดินทางเบิกจ่ายอย่างไร ใครเป็นผู้ออกให้ บัญชีมันไม่โกหกอยู่แล้ว จ่ายอย่างไร พักอย่างไร มีชื่อใครบ้าง ซึ่งวันนี้ยังมีการประชุมอยู่ครึ่งวัน อยากให้คนที่อยู่บนเกาะสมุยดูว่าโรงแรมนี้เขาจัดประชุมกันอย่างไร ซึ่งตอนนี้น่าจะเลิกและแยกย้ายกันแล้ว แต่มีข้อมูลว่าเดินทางไปถึงตั้งแต่เมื่อวาน” นายเอกภพกล่าว

ส่วนกรณีสมาพันธ์ฯ ชี้แจงว่าข้อกล่าวหาไม่เป็นความจริง และต้องการให้โฆษกรัฐบาลรับผิดชอบต่อการสื่อสารที่สร้างความเข้าใจผิดให้สังคม พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาสมาพันธ์ฯ ทำงานจริงและมีเครือข่ายถึง 6 แสนคน นายเอกภพกล่าวว่า ไม่ได้ถามว่าใครมีเครือข่ายเท่าไหร่ หรือดำเนินการกันมาอย่างไร แต่ตั้งคำถามถึงกิจกรรมเพียง 1 กิจกรรมว่าเหตุใดจึงไปพักโรงแรมหรู และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางจำนวนมาก รวมถึงการจ่ายเงิน หากมาจาก สสส. ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมต้องนำเงิน สสส. เข้ามาอยู่ในระบบเพื่อตรวจสอบงบประมาณว่าแต่ละปีองค์กรเหล่านี้ทำกิจกรรมอะไรบ้าง เพราะไม่เคยมีการตรวจสอบหรือรายงานข้อมูลอย่างชัดเจน

นายเอกภพกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การกล่าวหาลอย ๆ แต่เป็นการพูดถึงเงินที่ประชาชนควรได้รับประโยชน์ ซึ่งต้องนำกลับมาตรวจสอบ เพื่อให้ประชาชนเรียกร้องสิทธิด้านสุขภาพของตนเอง โดยยกตัวอย่างว่า หากค่าห้องพักห้องละ 15,000 บาท จำนวน 10 คน เท่ากับ 150,000 บาท และหากมี 20 คน เท่ากับ 300,000 บาท หากนำเงินไปตรวจวัดเบาหวานด้วยการเจาะเลือดปลายนิ้วในราคาเคสละ 10 บาท จะสามารถตรวจได้ 30,000 คน พร้อมตั้งคำถามว่า ประชาชนต้องเสียเงินให้คนเหล่านี้เพื่อมาบั่นทอนสุขภาพประชาชน โดยอ้างว่าไปทำงานรณรงค์หรือไม่

เมื่อถามว่าสมาพันธ์ฯ ติดใจคำว่า “กินหรูอยู่สบาย” และยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนคำพูดใช่หรือไม่ นายเอกภพกล่าวว่า “โรงแรมนี้ ปกติราคาห้องพักขั้นต่ำคือ 15,000 บาท ผมก็อยากโปรโมทให้โรงแรมนี้ว่า เป็นโรงแรมที่ดี มีห้องที่สะดวกสบาย มีสถานที่สวยงาม แบบนี้เรียกว่ากินหรูไหมล่ะ อยู่สบายไหมล่ะ ประชุมแค่ครึ่งวัน แต่เบิกเงินกันกระหน่ำฉ่ำ ตรงนี้ไม่ใช่แค่โครงการเดียว ชวนประชาชนและสื่อ มีโครงการอื่นที่เป็นแบบนี้อีกไหม และจากเบาะแสที่มีคนให้ข้อมูลมา การจัดกิจกรรมมีการใช้ชื่อมาเบิก ที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่มีจริง”

เมื่อถามว่าจะตรวจสอบโครงการย้อนหลังหรือไม่ นายเอกภพระบุว่า ขอเพียงให้เปิดเผยข้อมูลการทำงานของ สสส. ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ว่าจ่ายเงินให้องค์กรใดเท่าไหร่บ้าง โดยขณะนี้ข้อมูลที่หาได้มากที่สุดคือแต่ละองค์กรและหน่วยงานได้รับโครงการอะไรบ้าง ปีละกี่โครงการ แต่ สสส. ไม่เคยเปิดเผยจำนวนเงินว่าแต่ละโครงการใช้งบประมาณเท่าไหร่

นายเอกภพกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการที่เกาะสมุย เท่าที่ได้รับแจ้งคือเดินทางไปถึงเมื่อวาน ประชุมวันนี้ และพักคืนนี้อีก 1 คืน รวมเป็น 2 คืน ค่าห้องพักรวม 30,000 บาท ซึ่งเป็นราคาขั้นต่ำ แต่หากได้รับส่วนลด ผลประโยชน์ดังกล่าวจะผิดเงื่อนไขตามกฎหมาย ป.ป.ช. หรือไม่ หากมีคนออกค่าใช้จ่ายให้ก็ยิ่งเป็นประเด็นหนัก หรือหากเบิกจ่ายตามสิทธิข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขก็ยิ่งต้องตรวจสอบ เพราะการเบิกจ่ายไม่อยู่ในระเบียบว่าด้วยพัสดุ

ส่วนกรณีสมาพันธ์ฯ ชี้แจงว่าที่ผ่านมาได้รับการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และใช้เงินทุกบาทอย่างคุ้มค่า ไม่มีการทุจริต นายเอกภพกล่าวว่า ตรงนี้ถือเป็นนิติกรรมอำพราง เพราะเมื่อเงินจาก สสส. จ่ายไปให้หน่วยงานอิสระหรือมูลนิธิต่าง ๆ ถือว่าขั้นตอนการเบิกจ่ายสิ้นสุดแล้ว แต่หน่วยงานที่ได้รับเงินจะนำไปใช้อย่างไร ยังไม่มีกฎหมายเข้าไปตรวจสอบว่านำเงินไปใช้ตามระเบียบว่าด้วยพัสดุหรือไม่ เนื่องจาก สสส. ให้เป็นเงินก้อน และที่ผ่านมาเมื่อมีการตรวจสอบโดย สตง. หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไม่ว่ายุคไหนก็ตาม ก็พบความผิดทุกครั้ง

เมื่อถามว่าค่าห้องพักไม่ได้ใช้เงินจาก สสส. แต่ได้รับการสนับสนุน นายเอกภพระบุว่า “ต้องบอกมาว่าสนับสนุนจากใคร มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับ สสส. หรือไม่ ที่มาวิ่งเต้นโครงการบางอย่าง สมมติอาจเป็นบริษัทยา ถ้าเป็นบริษัทยาเป็นยาเลิกบุหรี่หรือไม่ เราประชุมกันเรื่องบุหรี่ ยาเลิกบุหรี่ได้ประโยชน์ หรือเป็นบริษัทอื่นหรือเครือข่ายอื่นก็ต้องเปิดเผยมา ไม่ใช่พูดลอย ๆ ขอให้เปิดเผยมาใครสนับสนุน ถ้าไม่ใช่ สสส. เปิดเผยว่าเงินมาจากไหนเท่าไหร่อย่างไร ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่ากิน รวมถึงค่าพาหนะระหว่างเดินทาง เบิกจากใคร”

เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของโฆษกรัฐบาลดูเหมือนเป็นการเปิดศึกกับ สสส. และกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมมีบุคลากรทางการแพทย์ด้วยหรือไม่ นายเอกภพกล่าวว่า คนกลุ่มนี้อ้างกระทรวงสาธารณสุข รวมถึงใช้กระทรวงสาธารณสุขเป็นเครื่องมือ ทำให้บางครั้งอาจเกิดความเกรงใจ โดยครั้งนี้มีการอ้างชื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่าจะไปร่วมงานด้วย ทั้งที่ตามกำหนดการเดิมต้องเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ และในช่วงเช้าวันนี้ต้องมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงไม่มีทางที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะไปร่วมงาน รวมถึงมีการนำชื่อปลัดกระทรวงไปกล่าวถึง ทั้งที่ข้อเท็จจริงปลัดกระทรวงไปราชการของตนเอง จึงต้องไปสอบถามรองอธิบดีที่ดูแลเรื่องยาสูบว่าเป็นผู้ริเริ่มเรื่องนี้หรือไม่ และดำเนินการขออนุมัติอย่างไร

Related Posts

Send this to a friend