POLITICS

‘จุลพันธ์’ แจงสภาฯ มาตรการช่วยแรงงานประสบภัยน้ำท่วม จ่ายชดเชยขาดรายได้ 50% สูงสุด 180 วัน

‘ธงธรรม’ ถาม ‘จุลพันธ์’ มาตรการเยียวยาแรงงาน-นายจ้างประสบภัยน้ำท่วม ด้าน ‘รมว. แรงงาน’ แจงลูกจ้างระบบประกันสังคมว่างงานได้รับเงินชดเชยร้อยละ 50 ของค่าแรงไม่เกิน 180 วัน ผุดไอเดียให้สถานประกอบการเข้าโครงการ ‘คงการจ้างงาน’ หาสินเชื่อกองทุนประกันสังคมได้ ป้องกันเลย์ออฟพนักงาน

วันนี้ (8 ต.ค. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม วาระกระทู้ถามสด โดย นายธงธรรม เวชยชัย สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ถาม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องแผนการและมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เป็นผู้ใช้แรงงานและนายจ้าง

นายธงธรรมกล่าวว่า อุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ส่งผลกระทบทั้งภาคผู้ประกอบการ กลุ่มแรงงาน ลูกจ้าง การขนส่งวัตถุดิบ สินค้า และยังมีรายงานว่าน้ำท่วมเข้าฟาร์มหมูในอำเภอเมืองปราจีนบุรี ทำให้มีหมูตายประมาณ 2,000 ตัว ทางกรมปศุสัตว์ต้องระดมเจ้าหน้าที่กว่า 50 นายเข้าไปเคลื่อนย้ายซากและหมูที่ยังมีชีวิตออกจากพื้นที่ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นจะกระทบต่อเนื่องไปยังรายได้ หลังน้ำลด เกษตรกรต้องฟื้นฟูพื้นที่ จัดหาปัจจัยการผลิต ซ่อมเครื่องจักร และเริ่มต้นหาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรใหม่ ประชาชนจำนวนมากที่ต้องใช้เครื่องยนต์ที่เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพ หากเครื่องมือเหล่านี้ได้รับความเสียหาย แม้ว่าน้ำลดแล้วก็ยังไม่สามารถกลับไปประกอบอาชีพหรือสร้างรายได้ได้ทันที สำหรับคนกลุ่มนี้ โจทย์สำคัญคือการชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นและต้นทุนกลับไปประกอบอาชีพอีกครั้ง สำหรับกลุ่มประชาชนผู้เปราะบาง ผลกระทบสำหรับคนกลุ่มนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของรายได้ แต่รวมถึงการเข้าถึงอาหาร ยา การรักษาพยาบาล และการใช้ชีวิตประจำวัน หลังจากน้ำลดก็ยังมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านหรือด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยทั้งหมดนี้อยากชี้ให้รัฐต้องคำนึงคือความสามารถในการฟื้นตัวของประชาชนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน แต่ละครอบครัวก็ไม่เท่ากัน

นายธงธรรมกล่าวต่อว่า จากสถานการณ์ทั้งหมดต้องมองการช่วยเหลือประชาชนอย่างน้อย 2 ระยะ ระยะแรกคือการเยียวยา จะทำอย่างไรให้ประชาชนผ่านช่วงที่ได้รับผลกระทบไปได้ และระยะที่สองคือการฟื้นฟู จะทำอย่างไรให้ลูกจ้างกลับไปทำงาน สถานประกอบการกลับมาเปิด เกษตรกรกลับมาผลิต และทำให้ผู้ประกอบอาชีพมีเครื่องมือทำมาหากิน และให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมีคำถามถึงรัฐมนตรี 3 ข้อ

1.ในระยะสั้น กระทรวงแรงงานจะมีมาตรการอย่างไรในการดูแลแรงงานที่ไม่สามารถทำงานหรือขาดรายได้จากสถานการณ์น้ำท่วม และในขณะเดียวกันมีมาตรการอะไรในการช่วยเหลือนายจ้างและสถานประกอบการเพื่อให้สามารถประคองกิจการและรักษาการจ้างงานเอาไว้ได้ รวมถึงกระทรวงมีแนวทางอย่างไรที่ทำให้มาตรการเหล่านี้เข้าถึงลูกจ้างและนายจ้างได้อย่างรวดเร็วที่สุด

2.หลังจากน้ำลด กระทรวงแรงงานและรัฐบาลมีแผนการฟื้นฟูอย่างไรเพื่อช่วยให้สถานประกอบการกลับมาดำเนินกิจการได้เร็วที่สุด ควบคู่กับการทำงานให้แรงงานกลับไปมีงานมีรายได้ และมีเป้าหมายหรือแนวทางอย่างไรที่ทำให้ระยะเวลาน้ำลดไปถึงกิจการกลับมาเปิดและให้คนกลับไปทำงานสั้นที่สุด

3.นอกเหนือจากการดูแลแรงงานและนายจ้าง มองว่ารัฐบาลจะเชื่อมการช่วยเหลือไปยังพี่น้องเกษตรกร ประชาชนกลุ่มเปราะบางอย่างไร โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องกลับเข้าสู่กระบวนการผลิต เพื่อให้กลับไปมีรายได้อีกครั้ง รวมถึงผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง ครอบครัวเปราะบางที่อาจต้องการความช่วยเหลือแตกต่างจากมาตรการทั่วไป และในฐานะรัฐมนตรีจะมีบทบาทอย่างไรในการเชื่อมการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยไม่แยกออกจากกันตามหน่วยงาน จะทำให้เกิดรูปธรรมอย่างไร

ด้านนายจุลพันธ์ชี้แจงว่า ยินดีที่นายธงธรรมเป็นหนึ่งในคนที่ลงพื้นที่ไปดูเรื่องน้ำท่วมจริง ๆ แม้ว่าจะเป็น สส. บัญชีรายชื่อ แต่เราเป็น สส. เช่นเดียวกัน เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ฉะนั้น การลงไปสัมผัสกับประชาชนด้วยตัวเองเป็นเรื่องสำคัญ โดยในส่วนของกระทรวงแรงงาน เรามีกลไกตามกฎหมายที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เป็นแรงงานที่เข้าสู่ระบบสำนักงานประกันสังคม กรณีว่างงานจากเหตุสุดวิสัย ซึ่งสามารถจ่ายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้างตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้ทำงาน โดยไม่เกิน 180 วัน ครอบคลุมถึงลูกจ้างที่ไม่สามารถทำงานได้ รวมถึงนายจ้างที่ไม่สามารถประกอบกิจการได้ ขณะที่เรื่องการรักษาพยาบาลก็เป็นไปตามสิทธิ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเจ็บป่วย โรคอื่น ๆ กรณีเสียชีวิต ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 สามารถมีค่าทำศพได้ถึง 5 หมื่นบาท ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 สามารถมีค่าทำศพได้ถึง 2.5–5 หมื่นบาท ยังไม่รวมบำเหน็จชราภาพที่จะได้รับต่อไป

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า สำหรับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่เราใช้จังหวะช่องว่างที่ประชาชนต้องขาดการทำงานจากภาวะน้ำท่วมเข้าไปดำเนินการ คือการพัฒนาฝีมือแรงงานแบบเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้จังหวะนี้ในการพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน เพื่อเตรียมการเข้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย ขณะที่ในส่วนกระบวนการที่จะช่วยเหลือสถานประกอบการ ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนที่มีความจำเป็นและสำคัญเพื่อให้สถานประกอบการยังสามารถประกอบกิจการได้และยังคงจ้างงานต่อไปได้ เรามีกลไกคือโครงการคงการจ้างงาน โดยสำนักงานประกันสังคมได้มีการเตรียมวงเงินไว้ ซึ่งขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท สำหรับสถานประกอบการซึ่งจะสามารถเข้ามาแสวงหาสินเชื่อผ่านกองทุนประกันสังคมได้ โดยดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำไม่เกินร้อยละ 2.35 ต่อปี โดยมีข้อจำกัดเดียวคือต้องคงการจ้างงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ตลอดระยะเวลาที่มีการกู้เงินนี้ ซึ่งเป็นกลไกที่เราสร้างขึ้นมา เพื่อยืนยันว่าสถานประกอบการที่อาจจะมีปัญหาในเรื่องของวงเงินหมุนเวียน สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการของสำนักงานประกันสังคมเพื่อมีเม็ดเงินเติมเข้าไปในระบบในบริษัทเพื่อเดินธุรกิจต่อได้ โดยแลกกับการคงการจ้างงาน ไม่ให้มีการเลย์ออฟ ไม่ให้มีแรงงานหลุดออกไปจากงานเพิ่มเติม

นายจุลพันธ์กล่าวด้วยว่า ในส่วนที่ต้องหยุดกิจการในช่วงน้ำท่วม ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ และนายจ้างที่ไม่สามารถประกอบกิจการได้ก็สามารถยื่นหนังสือรับรองเพื่อให้ลูกจ้างรับเงินทดแทนร้อยละ 50 จากสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้ลูกจ้างยังคงมีรายได้อยู่ต่อไปในช่วงที่มีการหยุดกิจการ ซึ่งสามารถประสานงานผ่านช่องทางออนไลน์ของสำนักงานประกันสังคมได้ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังลงไปในพื้นที่เพื่อตั้งบูธทำงานเชิงรุก นำสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของแรงงาน เข้าไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชนและสถานประกอบการในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วม

นายจุลพันธ์กล่าวอีกว่า ขณะนี้เราใช้การทำงานแบบบูรณาการร่วมกันหลายกระทรวง โดยการนำของนายยศชนัน วงษ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีกระบวนการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่ในแต่ละพื้นที่ งานของพวกเราที่ดูแลโดยเฉพาะเรื่องทุนมนุษย์ก็ลงไปในพื้นที่ทุกจุด จากการที่เราลงพื้นที่พบว่าความต้องการเร่งด่วนที่สุดคือการกลับคืนสู่ชีวิตปกติ แน่นอนว่าหน่วยงานของรัฐ เช่น กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครเอง ก็ลงไปดูในเรื่องของการเก็บกวาดการทำความสะอาดต่าง ๆ เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ภาวะปกติ และในส่วนของกระทรวงแรงงาน เราก็ได้นำกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในส่วนของช่างไปซ่อมบำรุงให้พี่น้องประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงมีการพัฒนาระบบ Traffy Fondue เพื่อรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับน้ำท่วม เพื่อให้กำลังคนของรัฐลงไปสู่จุดที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด และตอบสนองความต้องการของพี่น้องไปโดยเร็วที่สุด ยินดีตอบรับข้อเสนอเพื่อช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม

Related Posts

Send this to a friend