‘กมธ. ปภ.’ เชิญ ‘เจเศรษฐ์–ทวิดา’ ถกปมเงินเยียวยาน้ำท่วม
‘กมธ. ปภ.’ เชิญ ‘เจเศรษฐ์–ทวิดา’ ถกปมเงินเยียวยาน้ำท่วม ด้าน ‘ภัทรพงษ์’ ลั่น ปชช. ไม่ควรมาลุ้นเงินเยียวยา ต้องทำให้เท่าเทียม
วันนี้ (8 ต.ค. 69) นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยก่อนการประชุมเรื่องการจัดการอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า วันนี้ในที่ประชุมได้เชิญนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมกันถกประเด็นปัญหาในการรับมืออุทกภัยที่เกิดขึ้น ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่เรื่องก่อนเกิดเหตุ ปัญหาที่ติดขัด และแผนการเผชิญเหตุ เช่น ปัญหาความล่าช้าในการตั้งศูนย์สั่งการส่วนหน้าของ กทม. และการประสานงานระหว่างกระทรวงต่าง ๆ ซึ่งการประชุมครั้งนี้มี สส. กทม. เข้าร่วมสะท้อนข้อคิดเห็นด้วย รวมถึงการฟื้นฟูและการเยียวยาที่ปัจจุบันมีปัญหาเรื่องเครื่องจักรชิ้นใหญ่ในการขนขยะ คนทำงานไม่พอ ต้องทำงานเยอะกว่ากำลังมนุษย์จะรับไหว จำเป็นที่ทาง กทม. ต้องใช้งบฉุกเฉินในการเพิ่มคนและเครื่องจักรในการจัดการขยะ เพราะหากยังทำแบบนี้อีก 1 เดือนก็ยังไม่เสร็จ
นายภัทรพงษ์กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมวันนี้ยังจะพูดถึงเรื่องการเยียวยาที่อธิบดี ปภ. และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยพูดไม่ตรงกัน เรื่องการเยียวยาน้ำท่วมแฟลตเคหะคลองจั่นในเกณฑ์น้ำล้อมบ้าน ที่วันนี้ต้องถกให้เคลียร์
ส่วนกรณีที่มีข้อกังวลว่าอาจเยียวยาไม่ทั่วถึงในพื้นที่ กทม. เช่น ที่พักอาศัยแบบตึกสูง นายภัทรพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเอาให้เคลียร์ เพราะต่อให้น้ำไม่ได้เข้าบ้าน แต่น้ำล้อมบ้าน ประชาชนก็เสียสิทธิ์ไม่สามารถออกไปได้ เปรียบเสมือนคนถูกน้ำท่วม
“ประชาชนไม่ควรต้องมาลุ้นว่าอยากให้น้ำท่วมบ้านฉันแค่นิดเดียวพอ จะได้ 9,000 บาทเหมือนกัน มันไม่ควรที่จะต้องมาคำนึงถึงตรงนั้น ผมว่าความเท่าเทียมต้องเกิดขึ้น การเยียวยาคือสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนควรจะได้ แน่นอนว่าเงินเยียวยาไม่พอกับความเสียหายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ควรมาคำนึงถึงเรื่องนี้” นายภัทรพงษ์กล่าว
ส่วนสถานการณ์หลังจากนี้ กทม. ยังน่าเป็นห่วงหรือไม่ เพราะมีข้อมูลว่าฝนจะไปตกที่ภาคใต้และภาคตะวันตก นายภัทรพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับภัยพิบัติซึ่งเป็นภัยที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำ การที่กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือนพื้นที่ กทม. ในสัปดาห์หน้า กรณีที่เลวร้ายที่สุดฝนอาจจะอยู่ที่ 100 มิลลิเมตรของพื้นที่ หากเกิดปัญหาเดิมและถ้าขยะไม่เคลียร์แล้วไปขวางทางน้ำ ก็อาจเกิดน้ำท่วมขังได้อีก ดังนั้น สิ่งที่ต้องเตรียมรับคือ ประชาชนต้องได้รับผลกระทบที่น้อยที่สุด จึงจะเป็นการจัดการภัยพิบัติได้ดีที่สุด













