BANGKOK

‘รศ.ดร.เสรี’ ชี้ น้ำท่วม กทม. 69 มาจากฝนรุนแรงในรอบ 100 ปี – ฝน 1 ชม. สะสม 230 มม.

‘รศ.ดร.เสรี’ ชี้ น้ำท่วม กทม. 69 มาจากฝนรุนแรงในรอบ 100 ปี – ฝน 1 ชม. สะสม 230 มม. เผยช่องโหว่เตือนภัย กทม.ไม่ได้เข้าประชุมวอร์รูม – Cell Broadcast ต้องให้ท้องถิ่นกดเอง ประเมินน้ำเหนือยังไม่ถึงมหาอุทกภัยปี 54 เทียบปริมาณน้ำผ่านนครสวรรค์ 2,600 ลบ.ม./วินาที หากแตะ 3,000 ลบ.ม./วินาที ลุ่มเจ้าพระยากระทบหนัก เตือน กทม.เฝ้าระวังฝนอีกระลอก 13-15 ต.ค.

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการกล่าวถึงระบบเตือนภัยที่ประเทศไทยมีอยู่ โดยระบุว่า ปริมาณฝนสะสมช่วงวันที่ 20-27 ก.ย. ที่ผ่านมา หนักไปทางฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ขณะที่ขณะนี้มวลน้ำเหนือกำลังมา ฝั่งนครสวรรค์ตัวเลขกว่า 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ผ่านแม่น้ำสะแกกรัง

รศ.ดร.เสรีกล่าวถึงภาพการประเมินฝนรุนแรงในรอบ 100 ปี โดยระบุว่า ฝน 1 ชั่วโมงเป็นฝน 100 ปี อยู่ที่ 230 มิลลิเมตร พร้อมตั้งคำถามว่าทำไมแฟลตคลองจั่นจึงน้ำท่วมเยอะ

ศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติได้แจ้งเตือนตั้งแต่วันที่ 22-26 ก.ย.ว่าฝนตกหนักมาก ระดับ 0.9 มีอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน และเตือนทุกวัน วันละ 3 รอบ ส่งไปยังวอร์รูมและเฟซบุ๊ก ทุกอย่างส่วนกลางทำไปหมดแล้ว แต่คำถามคือท้องถิ่นทำอะไร

“ผมไม่รู้ว่าคลองแสนแสบจะล้นเมื่อไร แต่เรารู้ว่าจะมีฝนมาก คนรู้คือ กทม.”

รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า กทม.มีระบบคาดการณ์และเตือนภัย L-Alert ดีที่สุดของประเทศ แต่ทำไมไม่เตือน เป็นช่องว่างที่กำลังเผชิญ โดยรับทราบมาว่า กทม.มีโครงสร้างพื้นฐานการระบายน้ำดีมาก แต่ทำไมโครงสร้างพื้นฐานการระบายน้ำล้มเหลว

ส่วนคำถามว่ามวลน้ำเหนือจะมาแบบปี 2554 หรือไม่นั้น รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า ปริมาณฝนสะสมในภาคเหนือและภาคกลาง ปี 2554 มีปริมาณฝนสะสมสูงกว่าปี 2569 ทั้งภาคเหนือและภาคกลาง และฝนสะสมในลุ่มเจ้าพระยาก็ยังต่างกัน จึงไม่มีทางรุนแรงเท่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าเราจะปลอดภัย เพราะยอดน้ำสูง

ปี 2554 น้ำที่ผ่านนครสวรรค์อยู่ที่ 4,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเป็นมหาอุทกภัย ขณะที่ปีนี้ตั้งไว้ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ยังต่างอยู่ แต่ตัวเลข 3,000 อาจมากไปแล้ว ซึ่งสูงสุดอยู่ที่ 2,600 แต่ตอนนี้อยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

“ถ้าเป็นแบบนี้ กทม. ชั้นในไม่มีปัญหา แต่มหาวิทยาลัยรังสิต ปี 2554 ท่วม 2-3 เมตร”

รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า มหาวิทยาลัยรังสิตจึงต้องเข้มแข็งในเรื่องเหล่านี้ โดยมหาวิทยาลัยรังสิตน้ำไม่ท่วมเลยช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากหลังมีการคาดการณ์ มีทีมประสานหลักหกให้พร่องน้ำ และติดเกาะ 3 วัน น้ำท่วมกว่า 3 วัน

ความเป็นไปได้มากสุดคือ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ตั้งแต่เขื่อนเจ้าพระยาจะหนัก โดยจะตั้งว่าเขื่อนเจ้าพระยารับน้ำได้ที่ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตอนนี้จึงน่าจะเป็นภาพขวา ทั้งนี้ ภาพชุดนี้ไม่ได้ใส่มาตรการต่อสู้ เพราะเป็นเรื่องของแต่ละจังหวัด

“ให้น้ำเช่าบ้าน 1 เดือน”

รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า จงตั้งการ์ดสูง เนื่องจากปริมาณน้ำหลากมีน้อยกว่าปี 2554 เกือบ 60% แต่ยอดน้ำเกินความจุ น้ำจึงอยู่กับเราไม่นาน ให้น้ำเช่าบ้านสัก 1 เดือน ถ้าเราไม่ไล่ น้ำจะอยู่นานขึ้น ขึ้นอยู่กับเมื่อน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำจะเอาออกอย่างไร

“มหานครกำลังจะจมน้ำ”

รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า น้ำท่วมใหญ่แบบปี 2554 มีโอกาสเกิดขึ้นหรือไม่ แต่คนไทยกลายเป็นโรคกลัวน้ำ โรคพันธุ์ใหม่ คือ กลัวน้ำท่วม ฝนตก ฟ้าร้อง ผวากันหมด

สังคมไทยขาดแนวปฏิบัติ 3 Helps ได้แก่

1.Self Help ช่วยเหลือตัวเองและครอบครัว

2.Community Help ช่วยเหลือกันในชุมชน และ

3.Nation Help ช่วยเหลือจากภาครัฐ

รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า การบูรณาการโครงสร้าง เช่น เขื่อนป่าสัก และแก้มลิง หาที่ให้น้ำอยู่ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะน้ำมากเหลือเกินที่ผ่านนครสวรรค์

ท้องถิ่นต้องกด Cell Broadcast ด้วยตัวเอง แต่ไม่ได้เขียน กทม. เพราะไม่เคยมาประชุมในวอร์รูม รัฐบาลต้องผลักดันให้เกิด Local Alert

รศ.ดร.เสรีกล่าวว่า พฤติกรรมน้ำท่วมเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มาจากฝนหนักในพื้นที่ คนที่ไม่ท่วมในปี 54 ก็ท่วม แต่จากน้ำเหนือห้ามได้ น้ำเหนือกำลังบุกกรุง หากมา 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ผมว่าไม่เข้า กทม.เป็นระยะเวลา 10 วัน แต่ต้องดูการระบายน้ำ มีแนวโน้มลดลง

อย่างไรก็ตาม วันที่ 13-15 ต.ค. จะมีหย่อมเข้ามา ต้องอัปเดตสถานการณ์วิกฤต ตั้งแต่วันที่ 10 อาจจะมีฝนกลับมา

กรณีเกิดลูกเห็บ ความกดอากาศสูงมาเจอความร้อนในแผ่นดิน จึงปั่นป่วน ไม่ได้ตกหนัก

“คนที่สั่งผู้ว่าฯ ได้คือ มท.1 เท่านั้น เพราะในที่ประชุมมีแต่อธิบดี สั่งไม่ได้”

Related Posts

Send this to a friend