กรมชลประทาน เตรียมระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 700-1,000 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทาน แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา หลังน้ำเหนือเพิ่มต่อเนื่อง เตรียมระบายน้ำท้ายเขื่อน 700-1,000 ลบ.ม./วินาที กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันที่ 18 ก.ย. 69 พบปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและไหลลงสู่พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จึงต้องปรับแผนการบริหารจัดการน้ำและเพิ่มการระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา
สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านในอัตรา 963 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) และจากการวิเคราะห์คาดการณ์สถานการณ์น้ำ 1-9 วันข้างหน้า พบปริมาณน้ำที่สถานี C.2 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าวันที่ 27 ก.ย. 69 จะมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,100-1,250 ลบ.ม./วินาที และคาดว่าจะมีปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาไหลมาสมทบ 50-100 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มอยู่ที่ 1,150-1,350 ลบ.ม./วินาที
กรมชลประทานจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อัตรา 700-1,000 ลบ.ม./วินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนและรองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน โดยจะพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์และปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่
การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราดังกล่าว จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน 0.60-1.50 เมตร ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท จนถึงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ อ.เสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ กรมชลประทานแจ้งสถานการณ์น้ำและแนวโน้มการระบายน้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง













