‘สีหศักดิ์’ หารือทูตฯ อิสราเอล ยัน บังคับใช้กฎหมายต่างชาติทำผิดเด็ดขาด
‘สีหศักดิ์’ หารือทูตฯ อิสราเอล ยัน บังคับใช้กฎหมายต่างชาติทำผิดเด็ดขาด ชี้ พฤติกรรมนักท่องเที่ยวบางส่วนกระทบความรู้สึก-วัฒนธรรมไทย เร่งทำเอกสารข้อควรปฏิบัติ-ข้อห้าม ผ่านสถานทูต บริษัททัวร์-สายการบิน ย้ำ ชาวอิสราเอลต้องเคารพวิถีชีวิตคนไทยมากกว่านี้
วันนี้ (8 ก.ย. 69) เวลา 09.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยภายหลังหารือกับ นางอะโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ว่าได้หารือกันอย่างตรงไปตรงมาถึงเรื่องที่อยู่ในความห่วงใยและความกังวลของคนไทย รวมถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอลที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งหลายคนเป็นนักท่องเที่ยวและเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยแยกออกเป็น 2 กรณี
กรณีแรกคือกลุ่มชาวอิสราเอลที่เข้ามาประกอบธุรกิจหรืออยู่ระยะยาวในประเทศไทยและกระทำผิดกฎหมาย ได้ชี้แจงกับทูตอิสราเอลว่ากรณีนี้จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติต่อชาวอิสราเอลหรือใครก็ตามที่เป็นชาวต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งเห็นได้จากกรณีการเนรเทศนายยาคอฟ โอฮะยอน ชาวอิสราเอล และนายเควิน ดิมิโน ชาวฝรั่งเศส ที่มีพฤติกรรมข่มขู่และสร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติก่อนหน้านี้
ส่วนประเด็นที่พูดคุยกันวันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอลที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว ซึ่งเป็นเรื่องของการกระทำและพฤติกรรมบางอย่างที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทย กระทบต่อวัฒนธรรม ประเพณี รวมถึงความเป็นอยู่ของคนไทยในพื้นที่ โดยเฉพาะ จ. พังงา และ จ. ภูเก็ต ที่มีชาวอิสราเอลรวมตัวอยู่ในชุมชน ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่นิ่งนอนใจไม่ได้
นายสีหศักดิ์กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว แต่ขณะเดียวกันการต้อนรับของเราไม่ได้หมายความว่าการมาท่องเที่ยวจะสามารถทำอะไรก็ได้ นักท่องเที่ยวทุกสัญชาติ รวมถึงชาวอิสราเอล ต้องเคารพวัฒนธรรมและค่านิยมของไทย เช่นเดียวกับที่คนไทยเดินทางไปต่างประเทศก็ต้องเคารพกฎระเบียบของประเทศนั้น ๆ”
นายสีหศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อความรู้สึกของคนไทย แม้การกระทำดังกล่าวจะไม่ใช่พฤติกรรมของชาวอิสราเอลทั้งหมด แต่ชาวอิสราเอลที่เข้ามาก็ควรเคารพวิถีชีวิตคนไทยให้มากกว่านี้ ซึ่งทางเอกอัครราชทูตอิสราเอลได้รับทราบปัญหา ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ลงพื้นที่ชี้แจงไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม ฝ่ายไทยเห็นว่าจำเป็นต้องยกระดับการทำงานร่วมกันให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งหากเราไม่ทำอะไรเพื่อแก้ไขปัญหา ก็จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ”
ทั้งนี้ ไทยและอิสราเอลมีผลประโยชน์ร่วมกันหลายด้าน มีความร่วมมือสำคัญทั้งด้านการเกษตร และเนื่องจากมีแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานในอิสราเอลกว่า 60,000 คน จึงต้องจัดการกับปัญหานี้อย่างทันท่วงที โดยได้พูดคุยกันแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง
เบื้องต้นขณะนี้ได้เร่งจัดทำเอกสารข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามสำหรับชาวอิสราเอลที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีการแจกจ่ายเอกสารผ่านสถานทูต กรมการกงสุลอิสราเอลที่กรุงเยรูซาเลม บริษัทนำเที่ยวของอิสราเอลที่ส่งนักท่องเที่ยวมาประเทศไทย รวมถึงสายการบินต่าง ๆ ที่ให้ความร่วมมือ
ช่วงท้าย นายสีหศักดิ์ย้ำว่า วันนี้เป็นการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา เรารับทราบและเข้าใจปัญหา และขอให้ทูตอิสราเอลอย่าได้นิ่งนอนใจ รวมถึงอธิบายให้เข้าใจถึงความรู้สึกของคนไทย
“สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศไทยเราให้ความสำคัญ แต่มันไม่ใช่เรื่องรายได้อย่างเดียว เราก็เคารพในศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของคนไทย ไม่ใช่ว่านักท่องเที่ยวมาประเทศไทยแล้ว นำเงินรายได้มาให้ประเทศไทยแล้วทำทุกสิ่งทำทุกอย่าง มันไม่ใช่ แต่แน่นอนการท่องเที่ยวเป็นช่องทางสำคัญที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชน เพราะฉะนั้น เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว การประพฤติของนักท่องเที่ยว ก็ย่อมส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน” นายสีหศักดิ์ กล่าว














