‘ยศชนัน‘ เร่งหาวิธียุติความรุนแรง 2 สถาบัน ‘อุเทนถวาย – ปทุมวัน’ ให้จบ
‘ยศชนัน‘ เร่งหาวิธียุติความรุนแรง 2 สถาบัน ‘อุเทนถวาย – ปทุมวัน’ ให้จบ หลัง มีคนเจ็บ – สร้างความหวาดกลัว – กระทบการท่องเที่ยว เตรียมนัดถกทุกฝ่ายพรุ่งนี้ จ่อใช้กฎหมายพิจารณาย้ายวิทยาเขตอุเทนฯ ปรับพื้นที่พิพาทเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ
วันนี้ (8ก.ย. 69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีที่มีเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออกวิทยาเขตอุเทนถวาย บนสถานีรถไฟฟ้า BTS จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ว่า เป็นเรื่องที่เกิดความรุนแรงพอสมควร ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีความพยายามจากหลายคนที่จะทำให้เรื่องนี้สิ้นสุด และตั้งแต่ที่ตนเข้ามาดำรวตำแหน่ง 2-3 เดือน ได้พูดคุยกับอธิบดีของทั้ง 2 สถานศึกษา โดยขั้นแรกเพื่อปรับรูปแบบการเรียนการสอน ใช้วิธีเหลื่อมเวลา และให้นักศึกษาปทุมวันออกไปเรียนหรือฝึกปฏิบัติที่บริษัทโดยตรงตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน ซึ่งดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว ควบคู่กันไปกับการที่มีคณะกรรมการยุติข้อพิพาทของทั้ง 2 สถาบัน ได้พยายามผลักดันให้มีการย้ายสถานศึกษา โดยเฉพาะอุเทนถวายให้ย้ายออกไปตั้งในจุดอื่น โดยมีกรมธนารักษ์เข้ามาช่วยดูแลเรื่องพื้นที่
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า การดำเนินงานยังค่อนข้างล่าช้า จึงมีข้อเสนอเพิ่มเติมว่า หากยังไม่มีพื้นที่ใหม่ อาจให้อุเทนถวายใช้พื้นที่ของตนเองเพื่อเคลื่อนย้ายกลุ่มนักศึกษาออกไปก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะอย่างยั่งยืน ที่ผ่านมาหากเกิดข้อพิพาทหรือมีการแจ้งเตือนจากหน้าที่ตำรวจ มหาวิทยาลัยจะใช้มาตรการหยุดเรียนเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ซึ่งแม้จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ล่าสุดก็ยังคงเกิดเหตุปะทะขึ้นอีก
อีกทั้ง ในวันที่ 9 กันยายน เวลา 11.00 น. ที่กระทรวง อว. จะมีการจัดประชุมร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ปลัดและรองปลัดกระทรวง อว., อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะเจ้าของพื้นที่, ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, คณบดีวิทยาเขตอุเทนถวาย และอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเพื่อหารือโดย ใช้ข้อกฎหมายและเกณฑ์ต่างๆ เป็นตัวตั้งอย่างเคร่งครัด
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ปัญหาดังกล่าวเรื้อรังมาหลายปีและมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวมถึงเสียชีวิต ทั้งยังส่งผลกระทบต่อประชาชนที่สัญจรไปมาซึ่งมักโดนลูกหลง จึงถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันแก้ปัญหาและเห็นพร้องกันว่าเรื่องนี้ต้องทำให้รวดเร็วและเด็ดขาด โดยหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น จะมีการแถลงรายละเอียดและกรอบเวลา ที่ชัดเจนให้สื่อมวลชนได้รับทราบ พร้อมยืนยันว่าจะทำเรื่องนี้ให้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำและพยายามจะให้จบในเงื่อนไขที่สามารถทำได้เกี่ยวกับกฎหมาย ในยุคที่ตนเป็นรัฐมนตรี
ส่วนที่ผ่านมามีการเจรจาย้ายสถานศึกษาหลายครั้งแต่ยังไม่สามารถทำได้ จะมีวิธีการอย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ตนจะนำข้อกฎหมายข้อยุติต่างๆที่เคยตกลงมาเป็นไกด์ไลน์ให้มหาวิทยาลัยปฏิบัติได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามวิธีการเหลื่อมเวลาเรียนแล้วทำให้เหตุการณ์สงบ แต่ตอนคิดว่าเรื่องนี้ทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้ค่อนข้างช้า จึงต้องนำทุกคนที่เกี่ยวข้องรวมถึงนำคนที่ได้รับผลกระทบเข้ามาดำเนินการ
เมื่อถามถึงการเจรจากับกลุ่มแกนนำหรือหัวโจก นายยศชนัน ยืนยันว่า ต้องมีการเจรจาด้วยเหตุผลและหลักฐานทางกฎหมาย แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมีผู้บาดเจ็บก็ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม เนื่องจากปัญหาดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนคนไทย ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต เศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น และการท่องเที่ยว จึงถึงเวลาที่ต้องจัดการเรื่องนี้อย่างเบ็ดเสร็จ
นายยศชนัน กล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าเรื่องการย้ายสถานที่ ปัจจุบันเตรียมไว้ 2 แนวทาง คือ พื้นที่นอกเมืองที่เคยตกลงกันไว้เบื้องต้น และพื้นที่วิทยาเขตต่าง ๆ ของราชมงคลตะวันออก นอกจากนี้ ยังได้หารือกับทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงแผนการในอนาคต ที่จะปรับปรุงพื้นที่พิพาทเดิมให้กลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อใช้เป็นพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรม งานวิจัย และการค้าขาย ซึ่งสอดคล้องกับจุดเด่นของพื้นที่บริเวณดังกล่าว













