POLITICS

‘รอมฎอน’ ชี้ กอ.รมน. ล้มเหลว วอนสอบ ‘กำลังพลผี’ ชายแดนใต้ ส่อทุจริตเบี้ยเลี้ยง

‘รอมฎอน’ ชี้ กอ.รมน. ล้มเหลว วอนสอบ ‘กำลังพลผี’ ชายแดนใต้ ส่อทุจริตเบี้ยเลี้ยง – งบซ้ำซ้อนรับเงิน 2 ทาง

วันนี้ (7 ก.ย. 69) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ในมาตรา 7 งบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรี นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยยกผลสำรวจทัศนคติของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีต่อหน่วยงานขึ้นมาชี้แจง พร้อมระบุว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณชายแดนใต้สูงที่สุดในบรรดา 9 หน่วยงานที่มีงบเกินพันล้านบาท โดยคิดเป็นเงินกว่า 5,000 ล้านบาท และกว่า 88% ของงบประมาณ กอ.รมน. ถูกจัดสรรลงพื้นที่ชายแดนใต้ ซึ่งงบก้อนใหญ่ที่สุดคือหมวดกำลังพลและการดำเนินงานกว่า 2,300 ล้านบาท

นายรอมฎอน ระบุว่า แม้ กอ.รมน. จะอ้างว่าสถานการณ์ความรุนแรงลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 แต่สถิติความรุนแรงจริงตั้งแต่ปี 2563 กลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขัดแย้งกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะให้เหตุการณ์ความรุนแรงยุติภายในปี 2570 แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของหน่วยงานความมั่นคงที่ต้องถูกตั้งคำถามว่า เมื่อการทำงานล้มเหลวก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนวิธีปฏิบัติ

นายรอมฎอน ได้ยกตัวอย่างคำสั่งลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เรื่องการรับรองหลักฐานสิทธิในการนับเวลาราชการเป็นทวีคูณสำหรับกำลังพลในสังกัด กอ.รมน. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามแก้ไขปัญหากำลังพลผี และการทุจริตนับวันทวีคูณเพื่อกินเงินหลวง โดยมีการย้ำเตือนความรับผิดทางอาญา และให้เสนาธิการทหารบกส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจเช็กกำลังพลในพื้นที่เมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม อย่างไรก็ตาม เมื่องบประมาณของ กอ.รมน. เข้าสู่สภาฯ ในชั้นแปรญัตติกลับมีการขอตัดงบประมาณ 1,052 ล้านบาทผ่านมติ ครม. แต่ถูก กมธ. ปัดตก จึงขอตั้งคำถามว่ายอดงบประมาณที่ถูกปรับลดไปในตอนแรกคือผลจากการตรวจพบกำลังพลผีหรือไม่ และหากใช่ จะมีการตรวจสอบย้อนหลังเพื่อเรียกเงินคืนหรือไม่ แต่หากไม่ใช่ เหตุใด กอ.รมน. จึงแปรญัตติขอเงินก้อนนี้กลับคืนมาเต็มจำนวน

นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณ “กระเป๋าใบที่ 2” ซึ่งเป็นค่าตอบแทนพิเศษสำหรับผู้ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กระจายอยู่ในอีกหลายหน่วยงาน ทำให้ทหาร 1 นายอาจได้รับเงิน 2 ทาง รวมถึงยังมีการของบประมาณเท่าเดิมแต่สับเปลี่ยนเนื้อหาโดยไม่รวมค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าซ่อมบำรุงยานพาหนะ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

นายรอมฎอน ระบุอีกว่า แม้การยกเลิก พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ (พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ) จะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดย กอ.รมน. ระบุว่าหนึ่งในข้อเสียคือบทบาทและงบประมาณของหน่วยงานอาจถูกลดทอนลง จึงเกิดคำถามว่าระบบของประเทศไทยกำลังจูงใจให้หน่วยงานรัฐระดมสรรพกำลังเพื่อแก้ไขปัญหาให้จบ หรือจูงใจให้ยื้อปัญหาไว้เพื่อคงอำนาจและงบประมาณไว้ต่อไป เพราะตราบใดที่ปัญหาไม่จบ งบประมาณและอำนาจของหน่วยงานความมั่นคงก็ยังคงอยู่ ดังนั้น ตนจึงขอเสนอตัดลดงบประมาณของ กอ.รมน. ในส่วนนี้ 1% เป็นการตัดลดเชิงสัญลักษณ์ เพื่อเรียกร้องให้ปรับปรุงระบบจ่ายเงินและสวัสดิการส่งไปถึงกำลังพลที่ปฏิบัติงาน เสียสละ และเสี่ยงภัยในพื้นที่จริง

Related Posts

Send this to a friend