POLITICS

‘วรศิษฎ์’ โต้ ‘รักชนก’ ปมวิจารณ์ ครม. สัญจร ไม่ลงชายแดนใต้ แจง 3 รมต. ลงพื้นที่ปัตตานี-ยะลา ตั้งแต่ 30 ส.ค.

‘วรศิษฎ์’ โต้ ‘รักชนก’ ปมวิจารณ์ ครม. สัญจร ไม่ลง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แจง 3 รมต. ลงพื้นที่ปัตตานี-ยะลา ตั้งแต่ 30 ส.ค. เยี่ยมให้กำลังใจ อส. แนวหน้ากลางดึก ไม่แจ้งจังหวัด-ไร้พิธีต้อนรับ ย้ำชายแดนใต้ต้องวัดกันที่ผลงาน ไม่ใช่ใครลงพื้นที่มากกว่า บอกพร้อมฟังทุกเสียงวิจารณ์ ขอให้ประชาชนปลอดภัย-กำลังพลไม่ถูกทิ้ง

วันนี้ (4 ก.ย. 69) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ น.ส. รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วิพากษ์วิจารณ์การจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม. สัญจร) พร้อมตั้งคำถามถึงการที่รัฐบาลไม่ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า อยากให้การวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการลงพื้นที่มองจากข้อเท็จจริงและการทำงานที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าการมองเพียงว่ารัฐบาลจัดประชุมที่จังหวัดใด โดยเมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลา 22.00 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และตน เดินทางลงพื้นที่ จ. ปัตตานี และ จ. ยะลา เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ชุดคุ้มครองตำบล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้า

อีกทั้งการลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้มีการแจ้งผู้บริหารจังหวัดล่วงหน้า และไม่มีพิธีต้อนรับ โดยมีรัฐมนตรีเดินทางเข้าไปพบกำลังพลถึงพื้นที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรับฟังปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอในการทำงานโดยตรง ใช้เวลาตรวจเยี่ยมทั้ง 3 จุดประมาณ 2 ชั่วโมง โดยจุดที่ลงพื้นที่ ได้แก่ ชุดคุ้มครองตำบลตะลุโบะ และชุดคุ้มครองตำบลรูสะมิแล อ. เมืองปัตตานี จ. ปัตตานี รวมถึงชุดคุ้มครองตำบลกาตอง อ. ยะหา จ. ยะลา

นายวรศิษฎ์ กล่าวต่อว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การทำงานของรัฐบาลในพื้นที่ชายแดนใต้ไม่ได้อยู่เพียงบนโต๊ะประชุม แต่ต้องเข้าไปเห็นสภาพการทำงานจริง และพูดคุยกับคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า

“ถ้าถามว่ารัฐบาลกล้าลงพื้นที่ชายแดนใต้หรือไม่ ผมคิดว่าภาพที่เกิดขึ้นตอบคำถามได้ดีกว่าคำพูด เราไปถึงปัตตานีและยะลาในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม เข้าไปหาพี่น้อง อส. ถึงฐานปฏิบัติการ เพื่อฟังว่าเขาขาดอะไร มีปัญหาอะไร และเราจะช่วยอะไรได้บ้าง” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ มองว่าสิ่งที่สำคัญกว่าการเดินทางไปถึงพื้นที่ คือการนำปัญหาที่ได้รับกลับมาดำเนินการต่อ โดยเฉพาะการดูแลกำลังพล อส. ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน ครู นักเรียน พระภิกษุ และชุมชนในพื้นที่ โดยในการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้กำชับให้กำลังพลเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร อาวุธยุทโธปกรณ์ วัสดุอุปกรณ์ และยานพาหนะ รวมถึงซักซ้อมแผนเผชิญเหตุทุกรูปแบบ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบ ซึ่งเรื่องชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง และไม่ควรเอามาเป็นเรื่องว่าใครลงพื้นที่มากกว่าใคร สิ่งที่ประชาชนต้องการคือคนที่ลงไปฟังปัญหา แล้วเอากลับมาแก้ไขจริง

นายวรศิษฎ์ กล่าวด้วยว่าการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีทั้ง 3 คนครั้งนี้ สิ่งที่เห็นชัดคือกำลังพล อส. ในพื้นที่รู้สึกดีใจที่ผู้บังคับบัญชาระดับรัฐมนตรีเดินทางไปพบถึงฐานปฏิบัติการในช่วงกลางดึก โดยไม่มีพิธีการและไม่มีการเตรียมการต้อนรับล่วงหน้า

“เราไม่ได้ไปเพื่อสร้างภาพ เราไปเพราะอยากเห็นคนทำงานจริง ๆ และอยากให้เขารู้ว่าคนที่อยู่ส่วนกลางไม่ได้ลืมเขา” นายวรศิษฎ์ กล่าว

นายวรศิษฎ์ ย้ำว่ารัฐบาลพร้อมรับฟังทุกเสียงวิจารณ์ แต่เรื่องชายแดนใต้ควรแข่งขันกันที่การทำงานให้ประชาชน มากกว่าการแข่งขันกันว่าใครพูดถึงพื้นที่นี้มากกว่ากัน

“ถ้าจะวัดกัน ขอวัดกันที่ว่าใครทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ปลอดภัยขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และทำให้คนที่ทำงานอยู่แนวหน้ารู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” นายวรศิษฎ์ กล่าวทิ้งท้าย

Related Posts

Send this to a friend