‘ไชยชนก’ ปลื้มยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 1.3 ล้าน ตั้งเป้า 5 ล้านสิทธิ์
‘ไชยชนก’ ปลื้มยอดลงทะเบียน TH-AI Passport ทะลุ 1.3 ล้าน ตั้งเป้า 5 ล้านสิทธิ์ ย้ำจ่ายตามการใช้งานจริง ไม่ใช่โครงการ 1,600 ล้านบาท มั่นใจข้อมูลปลอดภัย – เผย ยังไม่ลงทะเบียน TH-AI Passport ขอเก็บสิทธิ์ให้ประชาชนก่อน ยินดีฝ่ายค้านอภิปราย หวังช่วยโปรโมตโครงการ
วันนี้ (28 ส.ค. 69) เวลา 14.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงยอดลงทะเบียนที่ทะลุ 1.3 ล้านสิทธิ์ว่า รู้สึกดีใจที่ยอดดังกล่าวเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นและก่อนที่โครงการจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบ แต่ยังต้องการให้มีตัวเลขสูงที่สุดก่อนเปิดให้บริการ เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิ์อย่างเท่าเทียมที่สุด
เมื่อถามว่าคาดหวังยอดลงทะเบียนไว้เท่าใดก่อนเปิดให้บริการ นายไชยชนกกล่าวว่า “อันนี้พูดยากมากเลย ตนอยากให้ทุกคนเอาอย่างนี้ดีกว่า อยากให้มากที่สุด” พร้อมขอให้สื่อมวลชนและประชาชนช่วยกันแชร์โครงการ เพราะเป้าหมายคือการลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้ผู้ที่ต้องการใช้ AI หรือปัจจุบันใช้ในรูปแบบฟรี มีทางเลือกใช้งานในรูปแบบ Pro และได้ทดลองโมเดลหลากหลายโมเดล
นายไชยชนกกล่าวว่า จากข้อมูลของ Google และ Microsoft เรื่อง Diffusion Rate หรือ Adoption Rate ของ AI ในกลุ่มคนทำงาน ปัจจุบันประเทศไทยยังอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก และหากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการเต็มตามเป้าหมาย จะทำให้ไทยขึ้นมาอยู่เหนือค่าเฉลี่ยได้ พร้อมระบุว่า Google, Microsoft, OpenAI และ NVIDIA ร่วมทำโครงการและหลักสูตรที่ Custom พิเศษสำหรับประชาชนไทย และจะมีการเพิ่มหลักสูตรระหว่างโครงการ
ส่วนเหตุผลที่ยกตัวอย่างเด็กผัดกะเพราบนเวทีเปิดตัว นายไชยชนกกล่าวว่า ต้องการทำให้ประชาชนรู้สึกว่า AI เป็นสิ่งที่เข้าถึงได้และเป็นตัวอย่างที่ใกล้ตัว เพราะคนที่ใช้ AI ในระดับสูงอยู่แล้วทราบถึงศักยภาพของเทคโนโลยี แต่ต้องการให้นักศึกษาและประชาชนในต่างจังหวัดรู้ว่า AI สามารถเป็นประโยชน์กับพวกเขาได้เช่นเดียวกัน
สำหรับข้อกังวลเกี่ยวกับการเดินหน้าโครงการ นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่ได้มีอะไรที่ต้องเตรียมรับมือ เพราะมั่นใจว่ากระบวนการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และรู้ในเจตนาว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ต้องการลดความเหลื่อมล้ำในยุคดิจิทัลและยุค AI
เมื่อถามถึงข้อกังวลว่าการดึงเอกชนเข้ามาร่วมโครงการอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า ประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโมเดลของตัวเอง รวมถึงฮาร์ดแวร์และ Sovereign LLM ของไทย ซึ่งยังไม่สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะใช้เป็นโมเดลหลัก ดังนั้นหากต้องการให้ประชาชนเข้าถึง AI ฟรี ยังจำเป็นต้องใช้เอกชน
ส่วนประเด็นระบบคลาวด์และการเก็บข้อมูลประชาชน นายไชยชนกกล่าวว่า ในด้านการประมวลผล ตราบใดที่ไทยยังไม่มี Sovereign Model การประมวลผลยังต้องเกิดขึ้นบนคลาวด์ต่างประเทศ โดยการใช้งาน AI ในปัจจุบัน ทั้งแบบฟรีและ Pro หากไม่ได้เลือกปิดการนำข้อมูลไปใช้ในรูปแบบ Pro ก็มีการประมวลผลข้อมูลในต่างประเทศอยู่แล้ว
“แต่ในโครงการนี้ครับ มันเป็น Condition ของการร่วมมือกันว่า หลังประมวลผลเสร็จแล้ว ต้องส่งข้อมูลกลับมาให้เรา และข้อมูลต้องถูกลบ ยืนยันว่ามีเรื่องของความปลอดภัย และในเรื่องของการเอาข้อมูลไปใช้ต่อ ที่ปลอดภัยกว่าการใช้ในรูปแบบปกติอย่างแน่นอนครับผม”
ส่วนกรณีฝ่ายค้านเตรียมนำประเด็น AI Passport ไปอภิปราย นายไชยชนกกล่าวว่า ยินดีและอยากให้เกิดขึ้นไว ๆ ด้วย อาจจะเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยโปรโมตให้พี่น้องประชาชนเข้าร่วมโครงการมากขึ้น อยากให้ยอดถึง 5 ล้านไว ๆ อยากให้ทุกคนมาร่วมช่วยกันพิสูจน์ครับว่า ตัวนี้มันเป็นประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของท่านหรือไม่
สำหรับยอดลงทะเบียน 1.3 ล้านสิทธิ์ นายไชยชนกกล่าวว่า ถือเป็นทั้งสัญญาณที่ดีและไม่ดี เพราะยอดสูงในระยะเวลาอันสั้น แต่ยอมรับว่ายอดเริ่มชะลอลง จากที่ช่วง 2 วันแรกทะลุ 1 ล้านคน จนถึงวันนี้อยู่ที่ประมาณ 1.3 ล้านคน และหวังว่าหลังเปิดให้บริการวันที่ 31 สิงหาคม จะมีการแชร์ต่อกันมากขึ้น
นายไชยชนกกล่าวว่า กรุงเทพฯ มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด อยู่ที่ประมาณ 250,000 คน ส่วนจังหวัดอื่น ๆ อยู่ในหลักหมื่น ขณะที่กลุ่มอายุที่มีจำนวนมาก หากจำไม่ผิดคือกลุ่มอายุ 30-45 ปี รองลงมาคือ 20-30 ปี และ 15-20 ปี ขณะที่กลุ่มอายุมากกว่า 60 ปีก็เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากเช่นกัน
เมื่อถามถึงการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่อินเทอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึง นายไชยชนกกล่าวว่า เบื้องต้นไม่ต้องการเข้าไปแทรกแซงหรือผลักดันจนเกินไป เพราะมองว่าเป็นสิทธิ์ของประชาชนทุกคน แต่หากหลังเปิดให้บริการแล้วตัวเลขยังไม่ขยับ อาจขอความร่วมมือจากหลายกระทรวง ทั้งมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง อว. รวมถึง สส.ในพื้นที่ เพื่อช่วยกระจายการเข้าถึง AI
ส่วนการตั้งเป้าหมายให้ สส.ในแต่ละพื้นที่ นายไชยชนกกล่าวว่า เป้าก็คือมากที่สุดนะครับ เราอยากให้ทุกคนเข้าถึง
ขณะที่การทำงานของ สส.ในพรรคเป็นการสอดประสานกันหรือไม่นั้น นายไชยชนกกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่มีการพูดถึงและแชร์ความสำคัญของโครงการ โดย สส.แต่ละคนมีความเข้าใจและสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่แตกต่างกัน
สำหรับข้อสังเกตจากนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ระบุว่าเวนเดอร์ของโครงการเป็นบริษัทในสหรัฐฯ เช่น Google และ Microsoft และอาจมีความเสี่ยงถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบ รวมถึงอาจกระทบการทำธุรกิจภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่สามารถตอบแทนเวนเดอร์ได้ แต่จากการที่พันธมิตรมาร่วมเวทีในวันนี้ คิดว่าคงไม่ได้มีข้อกังวลมากขนาดนั้น และเชื่อว่าทุกฝ่ายมีการศึกษาและดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายทั้งภายในและต่างประเทศ
ส่วนกรณีโครงการมีมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท นายไชยชนกกล่าวว่า ปัจจุบันโครงการไม่ใช่โครงการ 1,600 ล้านบาทแล้ว แต่เป็นโครงการที่จ่ายตามปริมาณการใช้งานจริงของประชาชน โดยยกตัวอย่างว่า หากผ่านไป 1 ปี มีผู้ใช้เพียง 1 คน และใช้เพียง 1 เดือน รัฐจะจ่ายประมาณ 24 บาท 70 สตางค์
นายไชยชนกกล่าวว่า สิ่งที่จะได้จากโครงการคือการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทย ผ่านระบบ Learn to Earn และหลักสูตรมากกว่า 96 หลักสูตร รวมถึงหลักสูตรร่วมกับพันธมิตร โดยมั่นใจว่าอย่างน้อยผู้เข้าร่วมจะมีสกิลติดตัว มีใบประกาศนียบัตรที่สามารถนำไปใช้ในการเรียนและการทำงาน และจะมี Success Use Case เกิดขึ้น
สำหรับเฟส 2 ของโครงการ นายไชยชนกกล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI เปลี่ยนแปลงเร็ว ต้องรอดูสถานการณ์และผลลัพธ์ของโครงการก่อนว่าเป็นไปตามที่ต้องการหรือไม่ ถ้าเกิดโครงการนี้ประสบความสำเร็จในแบบที่เราตั้งใจนะครับ แน่นอนต้องมีเฟส 2 แต่ก็อย่างที่บอกครับ เราต้องดูด้วยว่าสถานการณ์ในวันนั้น เทคโนโลยีเปลี่ยนไปขนาดไหน แม้รูปแบบของโครงการในอีก 1 ปีข้างหน้าอาจไม่เหมือนโครงการปัจจุบัน แต่สิ่งที่จะไม่เปลี่ยนคือความตั้งใจให้ AI กลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐาน และในอนาคตต้องการให้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ประชาชนเข้าถึงได้ โดยต้องพิจารณารูปแบบโครงการและการใช้งบประมาณที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
ส่วนการประชุมบอร์ดกองทุนดีอีในขณะนี้ นายไชยชนกยืนยันว่าไม่มีการพิจารณาเรื่องเฟส 2 ของ TH-AI Passport แต่เป็นการวางโครงสร้างการขอใช้กองทุน โดยกำหนดไว้ 5 Pillar มีรายละเอียดและตัวชี้วัดที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้การใช้เงินกองทุนมีความโปร่งใสและเป็นไปตามโจทย์นโยบายรัฐบาล
เมื่อถามว่านายไชยชนกลงทะเบียน TH-AI Passport แล้วหรือยัง นายไชยชนกกล่าวว่า “ไม่ลงครับ” พร้อมระบุว่า หากเวลาผ่านไปนานแล้วสิทธิ์ใช้ไม่ครบจะลงแน่ ๆ แต่วันนี้ต้องการเก็บสิทธิ์ไว้ให้พี่น้องประชาชนก่อน โดยสามารถดูการใช้งานผ่าน Trial ได้ ย้ำว่า “เราต้องเก็บสิทธิ์ไว้ให้พี่น้องประชาชนก่อน”













