นายกฯ สยบข่าวลือทุนญี่ปุ่นย้ายฐาน ยัน รัฐบาลปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมเต็มที่
นายกฯ ออกโรงสยบข่าวลือ ทุนญี่ปุ่นย้ายฐาน ยัน รัฐบาลไม่ทิ้งมิตรเก่า พร้อมปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ดั้งเดิมเต็มที่ สั่ง ‘เอกนิติ’ รื้อเกณฑ์ส่งเสริมรถอีวีใหม่อุดช่องโหว่ความลักลั่นค่ายรถเดิมเสียเปรียบ งัดยอดลงทุนต่างชาติครึ่งปีแรกทะลุ 5.3 แสนล้าน การันตีความเชื่อมั่นฐานผลิตไทยยังแกร่งไร้สัญญาณย้ายฐานแน่นอน
วันนี้ (21 ส.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวระหว่างการเยือนประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับนักลงทุนทุกประเทศโดยเฉพาะนักลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักเป็นลำดับต้น ๆ มาอย่างยาวนานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยรัฐบาลพร้อมสร้างความมั่นใจว่าประเทศไทยไม่ได้ทอดทิ้งกลุ่มนักลงทุนเดิมที่มีความผูกพันกันมานาน
“ผมยืนยันว่านโยบายหลักของรัฐบาลคือการเปิดกว้างและพร้อมปรับปรุงเงื่อนไข ต่าง ๆ ให้เกิดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจภายใต้ความสัมพันธ์อันดีที่มีต่อกัน เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน และเน้นการร่วมมือกันพัฒนาเศรษฐกิจในระยะยาวเพื่อรักษาฐานการผลิตที่เข้มแข็งของญี่ปุ่นไว้ในไทย เพราะเป็นเรื่องที่ทิ้งกันไม่ได้และต้องทำให้นักลงทุนไม่ทิ้งไทยด้วยเช่นกัน เราพร้อมที่จะคลายข้อติดขัดเพื่อทำให้เขามั่นใจว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งเขา ไม่ใช่เวลาต้องการเขาก็ยอมทุกอย่าง แต่เวลาเขาไปได้ดีแล้วเรามาเพิ่มเงื่อนไข ต่าง ๆ ภายหลัง” นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในส่วนของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ล่าสุดได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. คลัง พิจารณาแนวทางการดูแลนักลงทุนประเทศ ต่าง ๆ เพื่อให้ไม่เกิดการเสียเปรียบของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ญี่ปุ่นจะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ โดยจะมีการปรับโครงสร้างในด้าน ต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและทำให้ผู้ผลิตแต่ละประเทศยังคงให้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย สำหรับรถยนต์อีวี แม้ในช่วงเริ่มต้นจะมีการนำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศจำนวนมากแต่ในอนาคตจะเกิดซัพพลายเชนใหม่ภายในประเทศแน่นอน ทั้งแบตเตอรี่ ระบบคอมพิวเตอร์ และส่วนประกอบ อื่น ๆ ที่จะถูกบังคับโดยกลไกการผลิตให้ต้องตั้งฐานในไทยต่อไป รัฐบาลจะมุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อเป็นปัจจัยบวกในการดึงดูดและรักษาเงินลงทุนในระยะยาว
“ต้องยึดถือตัวเลขเป็นหลักตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา เงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ในปีที่แล้วทะลุหลัก 1 ล้านล้านบาท ปีนี้ครึ่งปีมีเงินลงทุนจริงเข้ามาแล้ว 530,000 ล้านบาทแล้ว จึงยังไม่เห็นว่าจะมีการย้ายฐานการผลิตหรือมีการชะงักของเงินลงทุนจากต่างประเทศด้วยสาเหตุที่บอกว่าประเทศไทยไม่พร้อม” นายกรัฐมนตรี กล่าว













