POLITICS

‘รุทธพล’ เร่งอุดช่องโหว่อภัยโทษ วางเกณฑ์รับโทษจริงขั้นต่ำคดีประหาร-ตลอดชีวิต

‘รุทธพล’ เร่งอุดช่องโหว่อภัยโทษ วางเกณฑ์รับโทษจริงขั้นต่ำคดีประหาร-ตลอดชีวิต ชี้ ปม ‘เล่าต๋า’ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่บกพร่อง – ใช้ดุลยพินิจ แต่เป็นระเบียบต่างห้วงเวลาทำมาตรฐานลดโทษไม่เท่ากัน

วันนี้ (20 ส.ค. 69) เวลา 15.30 น. ที่กระทรวงยุติธรรม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ครั้งที่ 1/2569 ว่า การประชุมวันนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการพิจารณาเรื่องการอภัยโทษ โดยมีกรมราชทัณฑ์เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนที่สองเป็นเรื่องการกระทำผิดซ้ำ โดยมีกองคุมประพฤติเป็นผู้รับผิดชอบ

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในส่วนของการอภัยโทษ ที่ประชุมได้พูดคุยถึงแนวทางการพิจารณา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเหมือนกรณีของ ‘เล่าต๋า‘ ที่จากโทษตามคำพิพากษาจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อรับโทษจริงกลับเหลือเพียงไม่กี่ปี จึงต้องวางกรอบว่า หากผู้ต้องขังถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นระยะเวลากี่ปีแล้ว เมื่อมีการลดโทษ ควรจะต้องรับโทษจริงไม่ต่ำกว่าเท่าใด โดยขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานย่อยขึ้นมาพิจารณาเกณฑ์ต่าง ๆ และจะพิจารณารายละเอียดอีกครั้งในวันจันทร์

“โทษประหารชีวิตแล้วลดลงมาแล้วควรจะต้องเท่าไหร่ โทษตลอดชีวิตแล้วหากลดมาแล้วควรจะต้องไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้เราจะดูรายละเอียดประกอบกันในหลาย ๆ ส่วน” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าว

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับจำนวนผู้เสียหาย จะพิจารณาถึงลักษณะความผิด เช่น คดีฉ้อโกงประชาชนที่มีจำนวนกรรมจำนวนมาก โดยยกตัวอย่างกรณีมีผู้เสียหายประมาณ 300-500 คน และยังไม่ได้รับการชดใช้เยียวยา จะมีหลักเกณฑ์ในการดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดกรณีที่ผู้กระทำผิดติดคุกเพียงไม่กี่ปีแล้วออกมา โดยไม่มีมาตรการหรือโทษอื่นตามมา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีของ ‘เล่าต๋า’ เป็นความบกพร่องของราชทัณฑ์ในการพิจารณาหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ไม่ใช่ความบกพร่อง เพราะเป็นระเบียบที่เจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติ และเจ้าหน้าที่พิจารณาตามระเบียบ เพียงแต่เห็นว่าระเบียบที่ปฏิบัติอยู่มีช่องโหว่ ไม่ใช่กรณีที่เจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วมีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ แต่เป็นระเบียบที่มีการแก้ไขมาตั้งแต่ปี 2563 และเจ้าหน้าที่ถือปฏิบัติตามมา

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า การลดโทษยังเกี่ยวข้องกับอายุของผู้ต้องขัง ทำให้เกิดการลดโทษมากขึ้นจนกลายเป็นประเด็น โดยกรณีของ ‘เล่าต๋า’ ได้รับการพิจารณาตามระเบียบที่ใช้ในช่วงเวลานั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากคนอื่นที่มียาเสพติดน้อยกว่า ‘เล่าต๋า’ แต่ไม่ได้รับการอภัยโทษ ทั้งที่ยื่นขออภัยโทษในช่วงเวลาเดียวกัน เหตุใด ‘เล่าต๋า’ จึงได้รับการอภัยโทษ และเรื่องดังกล่าวขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันว่า ไม่ใช่ โดยการพิจารณาจะดูตามระเบียบที่ใช้ ณ ห้วงเวลานั้น

“มันเป็นระเบียบคนละตัว ไม่ใช่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้ดุลยพินิจในการตัดสิน ในการพิจารณา แต่ใช้กฎระเบียบ ณ เวลานั้น ซึ่งมันเป็นคนละห้วงเวลากัน” พล.ต.ท.รุทธพล กล่าว

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวจึงทำให้มีลักษณะเหมือนเป็นช่องโหว่ เพราะการใช้ระเบียบคนละตัวในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้มาตรฐานในการได้รับอภัยโทษไม่เท่ากัน เนื่องจากเป็นคนละห้วงเวลา โดยเมื่อมีการแก้ไขระเบียบในปี 2563 เจ้าหน้าที่ก็ต้องใช้ระเบียบที่มีผลบังคับใช้ในช่วงเวลานั้นในการพิจารณา

กรณี ‘เล่าต๋า’ ได้รับการอภัยโทษตามกฎกระทรวงปี 2563 เพราะติดคุกตอนอายุ 70 ปี จึงเข้าเกณฑ์ผู้สูงอายุใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ใช่ ขณะที่กรณีของแพท พาวเวอร์แพท ติดคุกในช่วงอายุน้อยกว่า จึงไม่ได้เข้าเกณฑ์ผู้สูงอายุในช่วงเวลานั้น

สำหรับแนวทางแก้ไขเบื้องต้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า โทษแต่ละโทษที่มีคำพิพากษาลงมาแล้วจะต้องมีเกณฑ์และกรอบว่า ผู้ต้องขังจะต้องได้รับโทษจริงไม่ต่ำกว่าเท่าใด ส่วนรายละเอียดว่าจะกำหนดไว้ที่ระดับใด คณะทำงานย่อยจะพิจารณาอีกครั้งในวันจันทร์ เนื่องจากเป็นรายละเอียดที่ค่อนข้างมาก

เมื่อถามว่า ในต่างประเทศมีการลดโทษ แต่มีการยกเว้นบางกรณี เช่น คดีรุนแรง คดีความมั่นคง หรือคดียาเสพติดรายใหญ่ จะนำแนวทางดังกล่าวมาพิจารณาด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า มี โดยที่ประชุมได้พูดคุยเปรียบเทียบกับแนวทางของต่างประเทศว่ามีเกณฑ์ใดที่สามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการลดโทษได้

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า แม้กระทั่งกรณีจำนวนผู้เสียหาย เช่น 500 กรรม หรือ 4,000 กรรม ก็ต้องพิจารณาว่ามีหลักเกณฑ์ใดที่สามารถแยกแยะได้ โดยยกตัวอย่างคดีฉ้อโกงประชาชนที่มีผู้เสียหายจำนวนมากและยังไม่มีการชดใช้เยียวยา ซึ่งทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน จะมีมาตรการใดที่จะดำเนินการในส่วนนี้ได้บ้าง

ส่วนกรณีจำนวนคณะกรรมการที่พิจารณาการอภัยโทษ และคำถามว่าการลงมติกรณีคุณเล่าต๋าเป็นเอกฉันท์หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ขอให้ทางราชทัณฑ์ตรวจสอบและชี้แจง เนื่องจากรายละเอียดดังกล่าวอยู่ในคำสั่ง และตนจำจำนวนไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากนี้หากศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต จะต้องมีเกณฑ์กำหนดระยะเวลารับโทษขั้นต่ำ เช่น 10-20 ปี ก่อนจะได้รับการปรับเลื่อนชั้นใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า “ถูกต้อง” และเมื่อถามว่าเป็นการอุดช่องโหว่เรื่องการปรับเลื่อนชั้นเพื่อไม่ให้ผู้ต้องขังได้รับอภัยโทษ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า “ถูกต้อง”

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะพิจารณาเป็นรายระดับของโทษ โดยยกตัวอย่างว่า กรณีได้รับโทษประหารชีวิตจะต้องรับโทษจำคุกจริงไม่ต่ำกว่าเท่าใด หรือกรณีได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตจะต้องจำคุกไม่ต่ำกว่าเท่าใด ซึ่งจะกำหนดเป็นเกณฑ์สำหรับใช้พิจารณาต่อไป

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องนำฝ่ายตุลาการเข้ามาร่วมพิจารณาเพื่อถ่วงดุลการลดโทษหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า จะมีคณะทำงานเข้ามาพิจารณา และหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะต้องมีการประกาศในกฎกระทรวง โดยเชื่อว่าจะต้องมีหลายส่วนเข้ามาร่วมพิจารณาในเรื่องนี้

Related Posts

Send this to a friend