นายกฯ กระทุ้ง รมว. ศธ. ทำสถานศึกษาให้ปลอดภัยกว่านี้ คุมเข้มต้องไม่มีนักเรียนพกปืน
นายกฯ ลงพื้นที่เหตุกราดยิงโรงเรียนย่านนนทบุรี รับผู้ก่อเหตุเคยบ่นกับเพื่อนสนิทเครียดเรื่องเรียน เคยโพสต์ภาพปืนลงโซเชียล สั่งยกระดับดันกฎหมายฉบับใหม่-ตั้งด่านค้นปืน กระทุ้ง รมว. ศธ. ทำสถานศึกษาให้ปลอดภัยกว่านี้ คุมเข้มต้องไม่มี นร. พกปืน
วันนี้ (7 ส.ค. 69) เวลา 16.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี
นายอนุทินเปิดเผยว่าจากการรับฟังรายงานลำดับเหตุการณ์ ถือเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ โชคดีที่ทุกอย่างจบสิ้นไปก่อน น้องที่ก่อเหตุยังมีกระสุนอยู่ 30 กว่านัด ถ้าเขาไม่จบชีวิตไปอาจจะเกิดเหตุทำร้ายคนอื่นเพิ่มขึ้นอีก สาเหตุหลักเกิดจากความเครียดจากการศึกษา ทราบว่าคุณย่าเป็นคุณครูอยากให้น้องได้เรียนดีค่อนข้างที่จะเข้มงวดกวดขัน จากการสอบปากคำเพื่อนสนิททราบว่ามีความเครียดและบ่นเรื่องนี้อยู่ คงมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีลำดับขั้นตอน มีเป้าหมายอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เท่าที่รับฟังมาผู้ก่อเหตุตั้งใจที่จะมาก่อเหตุเนื่องจากเริ่มทำร้ายคุณปู่คุณย่าที่เขาพักอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งรับทราบหลังจากเกิดเหตุที่โรงเรียน แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไปค้นบ้าน จึงพบว่าคุณปู่คุณย่าเสียชีวิต
สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นปืนจดทะเบียนของคุณปู่ เห็นว่าในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมามีการลงภาพในอินสตาแกรมแสดงว่ามีอาวุธนี้อยู่ โดยจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดรวมมีจำนวน 8 ราย มีผู้บาดเจ็บประมาณ 30 กว่าคน ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดมากจำนวน 9 ราย อยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
เมื่อถามว่าหลายคนตั้งคำถามถึงการประกาศห้ามพกอาวุธปืนแต่กลับเกิดเหตุรายวันเช่นนี้จะมีมาตรการเชิงรุกอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่าจะต้องหารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ความจริงกฎหมายขณะนี้ชัดเจนว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้มีหน้าที่ในทางราชการไม่สามารถพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้านได้ ตนเองจะมอบหมายให้ชัดเจนว่าจากนี้ไปหากมีการตั้งด่านตรวจก็จะมี การตรวจค้นอาวุธปืนด้วย หากเจอใครพกอาวุธปืนก็จะถูกดำเนินคดีหนัก ขณะที่เหตุจูงใจในรายละเอียดให้พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานออกมาชี้แจง เพราะการพูดอะไรก่อนจะทำให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดี
ช่วงหนึ่ง นายอนุทินได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเป็นภาษาอังกฤษ ยืนยันว่าการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ซึ่งต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อครั้งที่ตนเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งระงับและห้ามออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบ ป. 12) เป็นการชั่วคราว และหลังจากที่ได้รับตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี สิ่งหนึ่งที่ตนเองทำคือการออกกฎหมายใหม่ว่าด้วยเรื่องอาวุธปืน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ
สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย ความกดดันและความเครียดส่วนบุคคลก็เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปีที่เด็กอายุ 14 ปีก่อเหตุ หลังจากนี้จะต้องดูเรื่องมาตรการความปลอดภัยให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น เชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะมีการออกมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนให้เข้มข้นมากกว่านี้ โดยเฉพาะมาตรการการเอ็กซเรย์หรือเครื่องคัดกรองอาวุธ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของมาตรการรักษาความปลอดภัย
“เชื่อว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะต้องทำบางอย่าง เพื่อทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และนักเรียนทุกคนมั่นใจว่าจะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีกว่านี้ รวมถึงจะต้องไม่มีนักเรียนคนใดที่พกอาวุธปืนเข้ามายังโรงเรียน”
ผู้สื่อข่าวยังถามถึงกรณีที่ผู้ก่อเหตุมีการซ้อมยิงปืน นายอนุทินกล่าวว่าตนเองยังไม่ได้รับรายงาน เพราะเด็กอายุ 14 ปีคงทำเช่นนี้ไม่ได้ สำหรับมาตรการดูแลผู้เคราะห์ร้าย เรามีหลักปฏิบัติตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ แต่ขอไม่เปิดเผยต่อที่สาธารณะ แต่เราจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อเยียวยาดูแลครอบครัวของผู้เคราะห์ร้าย ในกรณีที่เสียชีวิตดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
นายอนุทินยืนยันว่าผู้ก่อเหตุตัดสินใจจบชีวิตด้วยตนเอง ไม่มีความกดดันจากเจ้าหน้าที่ของบ้านเมือง ซึ่งขอไม่ใช้คำว่าโชคดี หากน้องไม่จบชีวิตด้วยตนเองและต่อสู้กับตำรวจ เจ้าหน้าที่ก็จะประสบความยากลำบากมากในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเด็ก หากมีการปะทะขึ้นมาแล้ว ตำรวจต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเกิดกรณีอื่นขึ้นมาให้วุ่นวายอีก ขณะนี้เราจะดำเนินการเรื่องคดีให้จบสิ้นโดยเร็ว
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนที่นายกรัฐมนตรีขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ ได้หันไปสั่งการนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ตั้งด่านตรวจอาวุธปืนทั่วประเทศ














