ประกันสังคมก้าวหน้า ร้องศาลปกครอง ขอไต่สวนฉุกเฉินเพิกถอนประกาศเลื่อนเลือกตั้งบอร์ด สปส.
ประกันสังคมก้าวหน้า ร้องศาลปกครอง ขอไต่สวนฉุกเฉินเพิกถอนประกาศเลื่อนเลือกตั้งบอร์ด สปส. มองกระทรวงแรงงานทำเกินกว่าเหตุ จี้ ‘จุลพันธ์’ จัดเลือกตั้งตามเดิม 27 ก.ย. นี้
วันนี้ (5 ส.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่ศาลปกครองกลาง รศ.ดร. ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อดีตบอร์ดประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า พร้อมตัวแทนผู้สมัครบอร์ดประกันสังคมฝั่งนายจ้างและลูกจ้าง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เข้ายื่นศาลปกครอง เพิกถอนประกาศเลื่อนการเลือกตั้งของคณะกรรมการเลือกตั้งประกันสังคม
รศ.ดร. ษัษฐรัมย์ อ่านแถลงการณ์ ระบุว่า ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ทั้งฝ่ายผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ รวม 14 คน ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ให้เพิกถอนประกาศเลื่อนการเลือกตั้ง ของคณะกรรมการเลือกตั้งประกันสังคม และแถลงข้อเสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ให้เดินหน้าจัดการเลือกตั้งในวันเดิม 27 ก.ย. 69
เป็นเวลา 5 เดือน 22 วันมาแล้ว นับตั้งแต่บอร์ดประกันสังคมชุดแรกที่มาจากการเลือกตั้งหมดสมัย ที่ผ่านมาทีมประกันสังคมก้าวหน้า ในฐานะตัวแทนผู้ประกันตนจากการเลือกตั้ง พวกเราได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดความสามารถเพื่อเปลี่ยนแปลงกองทุนประกันสังคม และถึงแม้ว่า 6 เสียงของเราจะยังไม่สามารถพลิกโฉมสวัสดิการ และล้างบางทุจริตในกองทุนนี้ได้ทั้งหมด แต่ปัจจุบันสาธารณชนก็ได้ตระหนักถึงโครงสร้างที่บิดเบี้ยวของการที่สำนักงานประกันสังคมต้องอยู่ภายใต้ระบบราชการเป็นอย่างดี
ประกันสังคมไทยไม่เคยอยู่ในระบบไตรภาคีที่ตัวแทนทั้ง 3 ฝ่าย นายจ้าง ลูกจ้าง รัฐ คานอำนาจกันอย่างที่ใครเขาว่ากัน แต่มันถูกยึดครองโดยฝ่ายราชการที่ใช้เวลากว่า 30 ปีในการกินรวบประกันสังคมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่เงินบาทแรกจนถึงบาทสุดท้าย ใช้เงินที่หาเช้ากินค่ำของผู้ประกันตนมาก่อร่างสร้างเป็นโครงข่ายอำนาจ แปลงกายเป็นตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้างแค่ในนาม แต่เนื้อแท้คือกลุ่มอำนาจที่ไม่เคยมีเจตจำนงเป็นตัวแทนของทั้งนายจ้างและลูกจ้างโดยแท้จริง แต่เป็นปลิงที่หลอกกินเงินสมทบไปวัน ๆ การต่อสู้ของพวกเราในบอร์ดประกันสังคมในปัจจุบัน ไม่ใช่การเจรจาต่อรองอย่างเป็นธรรมแบบไตรภาคี แต่คือการสู้กับกลุ่มอำนาจที่ยึดครองกระทรวงแรงงานมานาน ที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนปลัดไปแล้วกี่คน จะวนหารัฐมนตรีไปแล้วกี่ท่าน ก็ล้วนแต่วิ่งผลัดส่งไม้ต่อกันเป็นวงจรที่เอาเปรียบชีวิตคนทำงานอย่างไม่รู้จักจบสิ้น
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทีมประกันสังคมก้าวหน้ามีเป้าหมายที่จะต้องได้ 14 เสียง ทั้งฝ่ายผู้ประกันตน และนายจ้างเพื่อปฏิรูปโครงสร้างประกันสังคมอันเน่าเฟะ ทำลายวัฏจักรวิ่งผลัดในกระทรวงแรงงาน คืนความปกติให้กับกองทุนประกันสังคม และก้าวแรกของการจะปฏิรูปโครงสร้างนี้ได้ คือการคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชนผ่านการเลือกตั้ง
แต่ด้วยกติกาการเลือกตั้งในปัจจุบันของประกันสังคมเรียกได้ว่าเป็นการเลือกตั้งแบบมาราธอน ใช้เวลาทั้งกระบวนการนับตั้งแต่บอร์ดชุดที่แล้วหมดสมัยรวม 7 เดือน 3 เดือนเพื่อรอประกาศเลือกตั้ง 2 เดือนเพื่อลงทะเบียน 1 เดือนเพื่อประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ และอีก 1 เดือนเพื่อเตรียมการ รวมเป็น 7 เดือนกว่าจะได้ตัวแทนบอร์ดที่สะท้อนเจตจำนงของประชาชน
7 เดือน ที่นานพอแล้วที่การบริหารประกันสังคมจะตกอยู่ในช่วงสุญญากาศ แต่อะไรคือสิ่งที่เกิดขึ้น โดยสัปดาห์ที่แล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่มีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน ออกประกาศให้ชะลอ หรือเลื่อนการเลือกตั้งออกไปโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา โดยอ้างว่าเป็นเพราะคำสั่งของศาลปกครองซึ่งเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ อ้างคำสั่งศาล แต่ไม่ได้ทำตามคำสั่งศาล
เนื่องจากผู้สมัครรายหนึ่ง ที่เป็นต้นเรื่องยื่นฟ้องศาลปกครอง ได้ร้องไว้ คือ ให้เพิกถอนประกาศเลือกตั้ง เฉพาะในส่วนข้อ 2 ของประกาศ ที่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงทะเบียนล่วงหน้าและร้องอีกข้อคือ ให้ผู้ประกันตนที่มีคุณสมบัติ มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้งได้ในวันที่ 27 ก.ย. 67 วันเดิม โดยไม่ต้องลงทะเบียน และศาลปกครองกลางก็ได้มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับประกาศการเลือกตั้ง เพียงแค่ข้อ 2 ที่ว่าด้วยการกำหนดเงื่อนไขในผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องลงทะเบียน แต่ไม่ได้สั่งให้ชะลอ หรือเลื่อนการเลือกตั้งทั้งกระบวนการในขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งออกประกาศ สั่งชะลอการเลือกตั้งทั้งหมด ทั้งการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การกำหนดสถานที่ การทำบัญชีรายชื่อผู้สมัคร จนถึงการดำเนินการอื่น ๆ โดยไม่มีระบุชัดเจนว่ารวมถึงอะไร และการชะลอนี้จะทำให้การเลือกตั้งล่าช้าไปจนถึงเมื่อไหร่ ทั้ง ๆ ที่กระบวนการต่าง ๆ ไม่มีความเกี่ยวเนื่องอะไรกับข้อ 2 ของประกาศการเลือกตั้ง ที่ศาลปกครองสั่งทุเลาเอาไว้เลย
ขณะที่ผ่านมาทางกระทรวงแรงงานก็มัวแต่สาละวนอยู่กับการเลื่อนเลือกตั้ง แต่ไม่มีสักพฤติกรรมที่ทำให้เห็นว่า กำลังแก้ปัญหาเรื่องข้อ 2 ของประกาศที่เป็นประเด็นจริง ๆ ในศาลปกครอง หรือแม้แต่จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล เพื่อให้การเลือกตั้งดำเนินต่อไปได้ ทั้ง ๆ ที่คำสั่งศาลมีมาตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. 69 แล้ว สุดท้ายแล้วจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า
จนเป็นที่น่าตั้งคำถามว่า การกระทำเกินคำสั่งที่ชัดเจนแบบนี้ เป็นหนึ่งในเกมการเมืองของเครือข่ายอำนาจในกระทรวงแรงงานหรือไม่ การออกประกาศเลื่อนเลือกตั้งหรือชะลอออกไปโดยไม่มีกำหนดชัดเจน คือการอ้างศาล แล้วขัดขวางไม่ให้กลไกประกันสังคมกลับสู่กระบวนการประชาธิปไตย คืนอำนาจให้กับประชาชนหรือไม่
ดังนั้น ทีมประกันสังคมก้าวหน้า พวกเราเป็นตัวแทนคนธรรมดา ลงสมัครรับเลือกตั้งตามกลไกปกติ พวกเราไม่มีอำนาจไปบีบบังคับให้ใครมาเลือกเรา ไม่เหมือนที่ท่านคิดจะเลื่อนเลือกตั้งก็คุยกันไม่กี่คนแล้วก็เคาะออกมา
“พวกท่านกลัวอำนาจของประชาชน กลัวเจตจำนงในการปฏิรูปประกันสังคมให้กลับมาเป็นของประชาชน ขนาดนี้เลยหรือ”
รศ.ดร. ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า คำฟ้องต่อศาลปกครอง ที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะยื่นขอไต่สวนฉุกเฉิน ดังนี้
1.ศาลสั่งเพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้ง ของคณะกรรมการการเลือกตั้งประกันสังคม
2.ศาลสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้จัดการเลือกตั้งตามปกติในวันที่ 27 ก.ย. 69 เพื่อทำให้ประกันสังคมกลับคืนสู่ความปกติ เป็นประชาธิปไตย บริหารด้วยตัวแทนจากเจตจำนงของประชาชนให้ไวที่สุด
และพวกเราขอแถลงไปถึงนายจุลพันธ์ รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ขอแสดงความห่วงใยถึง นายจุลพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หากท่านมีเจตจำนงในการปฏิรูปประกันสังคมจริงอย่างที่เคยสัญญาไว้ในวันหาเสียงเลือกตั้ง การเลือกตั้งประกันสังคมสามารถจัดตามเดิมในวันที่ 27 ก.ย. ได้ โดยในกระบวนการจัดการเลือกตั้งทีมประกันสังคมก้าวหน้าเสนอ ดังนี้
1.ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด ตามข้อมูลที่มีอยู่แล้วของสำนักงานประกันสังคม
2.จัดหน่วยเลือกตั้งตามที่ได้มีผู้ลงทะเบียนเลือกสถานที่เลือกตั้งไปแล้วก่อนหน้านี้ ทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน
3.ประกาศหน่วยเลือกตั้งพร้อมรายชื่อผู้ที่ได้ลงทะเบียนเลือกหน่วยแล้ว โดยเปิดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ได้เลือกหน่วย สามารถอัปเดตหน่วยที่ประสงค์จะลงคะแนนได้ทางออนไลน์ ภายในระยะเวลาจำกัด
4.สำหรับผู้มีสิทธิที่ไม่ได้มาเลือกหน่วยเลือกตั้ง ให้จัดหน่วยตามสำนักงานประกันสังคมจังหวัดหรือสาขาที่มีรายชื่ออยู่ และ
5.จัดเลือกตั้งตามวันและเวลาเดิม 27 ก.ย. 69 โดยไม่เลื่อนออกไป
รศ.ดร. ษัษฐรัมย์ กล่าวในช่วงท้ายว่า ในเวลานี้หน้าที่ของฝ่ายบริหารคือการหาทางออกให้กับกองทุนประกันสังคม เรียกคืนความเชื่อมั่นด้วยการทำให้กระบวนการเป็นไปอย่างปกติ และเป็นประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุด
“ประกันสังคม คือกองทุนขนาด 3 ล้านล้านบาท ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ คือความหวัง คือตัวแปรสำคัญในการเปลี่ยนชีวิตของคนธรรมดาสามัญ คือรูปธรรมที่สุดของการเมืองเรื่องปากท้อง เราต้องยืนยันให้ได้ว่าทุกบาทที่คนส่งสมทบเข้ามา ต้องกลายเป็นสวัสดิการ เป็นเงินอุดหนุนเด็ก เป็นค่าทำฟัน เป็นค่ารักษาพยาบาล และบำนาญอุ้มชูชีวิตคนธรรมดาตั้งแต่เกิดจนตาย พวกเราจึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ร่วมมือกับผู้ประกันตนและผู้ประกอบการ คืนความปกติให้กับกองทุนประกันสังคมโดยเร็วที่สุด”













