POLITICS

‘พริษฐ์’ ยัน ปชน. ไม่เกี่ยวฮั้ว สว. ชูหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม เรียกร้อง กกต. ตรวจสอบเท่าเทียม

‘พริษฐ์’ ยัน ปชน. ไม่เกี่ยวฮั้ว สว. ชูหลักปิดชื่อ ถือพฤติกรรม เรียกร้อง กกต. ตรวจสอบเท่าเทียม ท้าเปิดหลักฐาน สว. สีส้ม จ่อเปิดซักฟอกล็อกเป้ารัฐมนตรี

วันนี้ (4 ส.ค. 69) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทยเตรียมเปิดหลักฐานว่ามี สว. สีส้มที่ประชุมร่วมกันว่า ตนเองตอบรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่นายศุภชัยพูดถึงคงไม่ได้ เพราะว่าตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แล้วก็ไม่ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์ แต่ก็เข้าใจว่าน่าจะมีบุคคลที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ถูกเอ่ยชื่อโดยนายศุภชัย ซึ่งก็ได้มีการชี้แจงบางส่วนไปแล้ว ก็คงเป็นหน้าที่ของสังคมในการพิจารณาถึงคำพูดที่อาจจะเหมือนหรือแตกต่างของแต่ละฝ่าย

แต่ในเชิงหลักการ ตนเองเรียกร้องมาตลอดว่าหน่วยงานตรวจสอบอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรจะเดินหน้าตรวจสอบทุกกรณีด้วยมาตรฐานเดียวกัน ความจริงถ้าจะยืมคำพูดนายกฯ ตนมักจะพูดเสมอว่า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ดังนั้นเราจำเป็นต้องมาดูว่าพฤติกรรมอะไรบ้างที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย แล้วหากใครก็ตามมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าได้กระทำพฤติกรรมดังกล่าว ก็เป็นหน้าที่ กกต. ที่ต้องตรวจสอบ แล้วก็ส่งเรื่องไปที่ศาลทุกกรณี

เมื่อถามว่า สว. ประชาชนโยงมาถึงตัวพรรคประชาชนด้วย มีคนพูดถึงขั้นเป็นการต่างตอบแทนมีอะไรชี้แจงหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คือถ้าในนามพรรคประชาชน เราต้องยืนยันว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกัน และพรรคไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เราคงปฏิเสธข้อเท็จจริงไม่ได้ว่าอาจจะมีบางคนที่เคยลงสมัคร สว. แล้วก็เข้ามาสู่กระบวนการการเสนอตัวเป็นผู้สมัคร สส. แล้วก็ผ่านการคัดเลือกมา แต่สิ่งที่ตนยืนยันได้คือ การเป็นบุคคลที่เคยลงสมัครหรือไม่เคยลงสมัคร สว. นั้น ไม่ได้เป็นปัจจัยใด ๆ เลยในการมาตัดสินใจว่า บุคคลที่สมัครเข้ามาคนไหนมีความเหมาะสมที่จะลงสมัคร สส. ในนามของพรรคประชาชน

เมื่อถามว่ามีการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนกันอยู่ ที่มีคนออกมาบอกว่าจ่ายกันเองแต่ทางนายศุภชัยบอกว่ามีคนจ่ายให้ จะตรวจสอบเรื่องนี้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ความจริงก็เป็นหน้าที่ของบุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ถูกพาดพิง ที่ควรจะเอาหลักฐานมากาง หากมีประเด็นไหนที่ยังชี้แจงไม่ชัด ก็ควรจะชี้แจงให้เกิดความชัดเจน ตนเองคิดว่านี่เป็นมาตรฐานที่เราต้องใช้สำหรับทุกกรณี จะเห็นว่าทุกครั้งตนมีการจัดเวทีในการนำเสนอหลักฐานเกี่ยวกับกระบวนการโกง สว. เราจะพูดเสมอว่าสิ่งที่เราอยากเห็นไม่ว่าจะเป็น สว. หรือว่านักการเมืองที่ถูกกล่าวหา คือการมาตอบข้อชี้แจง ดังนั้นสำหรับตนไม่ว่าในกรณีใด หากมีคำชี้แจงใดที่ยังไม่เกิดความชัดเจน ก็เห็นว่าเป็นหน้าที่ของนักการเมืองหรือว่า สว. ที่ถูกพาดพิงที่จะต้องมานำเสนอชุดข้อมูลเพื่อให้เกิดความชัดเจน

เมื่อถามว่าทนายของพรรคภูมิใจไทยพยายามจัดการให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างอดีตแกนนำของพรรคประชาชน ว่ามีความเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. ที่ผ่านมาด้วย นายพริษฐ์ กล่าวว่า อย่างที่ตนย้ำว่า “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ใครก็ตามที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต สว. ตนเองเห็นว่า กกต. ก็ควรที่จะตรวจสอบแล้วก็ส่งเรื่องไปที่ศาล การตรวจสอบที่เราดำเนินการอยู่เวลานี้ ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีการจัดเวที ก็เป็นการตรวจสอบบนฐานว่าทาง กกต. ได้มีการตั้งคณะไต่สวนชุดที่ 16 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. กับ DSI แล้วมีข้อสรุปออกมาว่า มีบุคคลที่คณะชุดที่ 16 เห็นว่ามีมูลความผิด 229 คน ดังนั้นก็เป็นการทำหน้าที่ของเราในการพยายามจะนำเสนอว่า ในเมื่อ กกต. เคยไต่สวนและมีข้อสรุปว่ามี 229 คนที่มีมูลความผิด เราก็เห็นว่าคณะกรรมการ กกต. ตอนนี้ก็ควรจะมีหลักฐานเพียงพอที่จะส่งเรื่องดังกล่าวไปที่ศาลได้

เมื่อถามย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยมองว่าการขับเคลื่อนของวิปฝ่ายค้าน พยายามที่จะล้มกระดาน สว. ให้พ้นจากตำแหน่ง นายพริษฐ์ กล่าวว่า สว. คนใดก็ตาม ไม่ว่าจะถูกนิยามว่าเป็นสีอะไร หรือมีชุดความคิดทางการเมืองแบบไหน ถ้าเกิดว่ามีหลักฐานที่ถูกค้นพบว่ามีการกระทำการทุจริต ได้อำนาจมาได้ตำแหน่งมาโดยมิชอบ ก็เห็นว่าก็ไม่ควรปฏิบัติหน้าที่ต่อ ถ้า สว. ที่ทำผิดมีจำนวนเยอะถึงขั้นที่จะมีจำนวน สว. หายไปจากตำแหน่งเยอะขนาดนั้น อันนั้นก็เป็นข้อเท็จจริง ก็เป็นสิ่งที่จะต้องเกิดขึ้นหากมันมีหลักฐานว่าบุคคลเหล่านั้นกระทำความผิดจริง

ส่วนเรื่องนี้เป็นการโหมโรงก่อนเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า จังหวะที่เรื่องนี้เป็นที่สนใจในสังคมเป็นเพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่ กกต. กำลังจะชี้ขาดว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่นี่น่าจะเป็นปัจจัยหลัก เพราะมีกรอบระยะเวลา 90 วันซึ่งจะครบในช่วงต้นเดือนกันยายน เหลือเวลาอีก 1 เดือนเท่านั้นก็จะรู้ผลว่าเรื่องนี้จะถูกส่งไปที่ศาล หรือกระบวนการโกง สว. ที่เราได้ยินมาทั้งหมดจะถูกตัดตอนไม่ให้ไปถึงศาล ตนเองคิดว่านี่เป็นเหตุผลหลักที่หลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้าน ภาคประชาชน ให้ความสำคัญในการนำเสนอและสื่อสารกับสังคมเรื่องนี้ คาบเกี่ยวกันในสมัยประชุมถัดไป ตนก็ได้ประกาศไปแล้วว่า ยังไงในฐานะพรรคฝ่ายค้าน เราใช้สิทธิ์ในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน ซึ่งก็พอจะบอกกันได้ล่วงหน้าว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ต้องรวมไปถึงข้อกล่าวหาเรื่องขบวนการโกง สว. ที่คาบเกี่ยวกับบุคคลในคณะรัฐมนตรีหลายคน ยังไม่นับเรื่องอื่นที่ปรากฏต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโกงสอบท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นโครงการ TH-AI Passport รวมไปถึงโครงการอื่น ๆ ที่อาจจะคาบเกี่ยวกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อพิรุธที่เราอาจจะเล็งเห็นเกี่ยวกับ พ.ร.ก. เงินกู้ และรวมไปถึงอีกหลายกรณีที่อาจจะยังไม่ได้ปรากฏต่อสาธารณะ แต่ว่า สส. เราก็กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อใช้ในการตรวจสอบรัฐบาลผ่านเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมหน้า

ส่วนมีการกำหนดหรือยังว่าจะยื่นช่วงไหนนั้น นายพริษฐ์ บอกว่า อันนั้นเป็นขั้นตอนที่กำลังจะดำเนินการว่าจังหวะเวลาจะเป็นช่วงเดือนไหน แต่ตนเองคิดว่าได้มีการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการมาบ้างแล้วว่าสมัยประชุมหน้าจะยื่นแน่นอน แต่ช่วงเวลานี้ก่อนจะเปิดสมัยคงได้หารือกันว่าจะเป็นช่วงเดือนไหนในสมัยประชุมหน้าที่จะมีการยื่น ที่มันจะสอดรับกับปฏิทินการประชุมสภาฯ ในเรื่องอื่นด้วย

Related Posts

Send this to a friend