‘ธรรมนัส’ ลงพื้นที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์มอบถุงยังชีพ 58 ครอบครัวถูกไฟไหม้
‘ธรรมนัส’ ลงพื้นที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์มอบถุงยังชีพ 58 ครอบครัวถูกไฟไหม้ ย้ำเข้าใจระบบราชการช้า ขอแยกความเดือดร้อนประชาชน ไม่เกี่ยวการเมือง
วันนี้ (4 ส.ค. 69) ที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์ กรุงเทพฯ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร่วมกับมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์พรรคกล้าธรรม และคณะ ลงพื้นที่พบปะพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนหลังวัดบวร พระราม 6 มอบถุงยังชีพและแจ้งความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารและเงินช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยรวม 58 ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งแจ้งความช่วยเหลือด้านที่พักอาศัยในช่วงเวลาที่พี่น้องยังอยู่ระหว่างรอการก่อสร้างต่อไป
ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ทราบข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีความเป็นห่วงมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นกับพี่น้องที่พวกเราก็ถือว่าเป็นคนในพื้นที่ กทม. ช่วงเวลาที่เกิดเหตุแน่นอนใหม่ ๆ ก็มีคนสนใจเยอะ ทุกภาคส่วนสนใจ แต่พอเวลามันนานไปมันก็จะถูกลืม อันนี้เป็นเรื่องที่ตนเจอมาโดยตลอด ฉะนั้นพอทราบข่าวว่าพวกเราเดือดร้อนและมีตัวแทนของพวกเราหลายท่านไปพบตนที่พรรคว่าหลายครอบครัวต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่กับญาติ บางคนก็กลับภูมิลำเนาเดิม มันทำให้หลายสิ่งหลายอย่างที่เราคาดหวังว่าภาครัฐจะเข้ามาช่วยเหลือหรือภาคสังคมจะเข้ามาช่วยเหลือ มันไม่ได้อย่างที่เราคาดหวัง ดังนั้นในฐานะที่ตนอยู่ในสังคมที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมานานพอสมควร ตั้งแต่ก่อนที่จะเข้าสู่เวทีการเมืองก็ทำในนามมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ในการช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติหรือภัยอะไรก็ตาม ฉะนั้นก็ได้มอบหมายให้นายธนกฤต ในนามของพรรคกล้าธรรมให้ลงช่วยเหลืออย่างจริงจัง และเราในฐานะที่เราเคยกำกับดูแลกระทรวงการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม ในฐานะที่เราเคยบริหารงานหน่วยงานเหล่านั้น อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาหลายท่านที่เคยทำงานร่วมกัน และยังให้ความเคารพนับถือตนก็ยังติดต่อกันได้อยู่
ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวต่อว่า ไม่ได้หมายความว่ารัฐไม่ได้ใส่ใจ แต่ว่าเราในฐานะที่อยู่ในสังคมเราต้องเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนและคอยกระตุกให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันเราในฐานะที่ตนเป็นประธานมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เห็นว่าภาคเอกชนสำคัญมากในการขับเคลื่อนช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และพูดอย่างเต็มปากว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศไทยไม่ว่าเหตุการณ์ใหญ่หรือเหตุการณ์เล็กหลายที่ส่วนใหญ่หน่วยงานที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจังและอยู่จนวินาทีสุดท้ายคือภาคเอกชน และองค์กรเพื่อการกุศลต่าง ๆ และอย่างน้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาที่ผ่านมา ตนอยู่ในพื้นที่ 2 คืนช่วยเหลือคนออกมา ช่วยเหลือพี่น้องชาวหาดใหญ่ 600 กว่าชีวิต ตนได้รับความร่วมมือจากจิตอาสาทั้งหลายที่ไม่มีค่าตอบแทน ถึงแม้ว่า ณ เวลานี้เราไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่จากประสบการณ์การทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมาตลอด สอนให้เราต้องรู้ว่าต้องทำยังไง
ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวอีกว่า ดังนั้นในหลายเรื่องที่ขั้นตอนของระบบราชการมันช้า ตนเข้าใจดีเพราะเราเคยทำมาก่อน ตนจึงให้นโยบายนายธนกฤต อะไรก็ตามที่เราสามารถช่วยเหลือในนามมูลนิธิหรือในนามพรรคให้รีบทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตนไม่ต้องการให้ประชาชนกระจายกันไปตามบ้านญาติพี่น้องครอบครัวของท่านหรือภูมิลำเนาของท่าน เพราะเรากระจายไปแล้วพลังจาก 50 กว่าครอบครัวมันไม่มีพาวเวอร์ มันไม่มีกำลัง ดังนั้นตนมอบนโยบายให้นายธนกฤตไปหาที่พักให้เขาอยู่รวมกันทั้ง 58 ครอบครัว ถ้าระบบราชการมันช้า งบประมาณต่าง ๆ ช้า เดี๋ยวเราสำรองจากมูลนิธิหรือขอความช่วยเหลือจากองค์กรมูลนิธิ เพราะโชคดีระบบราชการทำงานอย่างจริงจัง
“จริง ๆ ผมอยากมาเจอพวกท่านนานแล้ว แต่ยังไม่มีความพร้อม แต่ตอนนี้ได้รับคำตอบชัดเจนแล้วจึงถือโอกาสมาพบปะ มาไม่ได้คาดหวังหรือหวังอะไรในเรื่องการเมืองมันไม่ได้เกี่ยวกัน ต้องแยกกับเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องแยกออกจากเรื่องการเมือง ดังนั้นเป็นกำลังใจแล้วจะอยู่เคียงข้างพวกเราทั้ง 58 ครอบครัวต่อสู้และช่วยเหลืออย่างจริงจัง” ร้อยเอกธรรมนัสกล่าว
จากนั้นร้อยเอกธรรมนัส มอบถุงยังชีพให้กับ 58 ครอบครัวชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงส์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มารดาของแรงงานชาวลาว เดินทางมาพบร้อยเอกธรรมนัส เพื่อขอบคุณที่มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า ได้ช่วยเหลือเงินและดูแลรักษาพยาบาลชาวลาว ที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ภายหลังจากแรงงานชาวลาวได้รับอุบัติเหตุจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งไม่ได้รับสิทธิ์การรักษาเนื่องจากเป็นชาวต่างชาติ













