‘ยศชนัน’ นั่งประธาน คกก.นโยบายภัยพิบัติภาคเหนือ สั่งแก้ปัญหาอุทกภัย-ภัยแล้ง
วันนี้ (4 ส.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะกรรมการระดับภูมิภาค โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์และมอบหมายมาตรการเร่งด่วนในการรับมืออุทกภัยและภัยแล้งในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ
ที่ประชุมรับฟังรายงานสถานการณ์และการเตรียมความพร้อมจากหน่วยงานหลัก โดย ปภ. เสนอแผนเตรียมความพร้อมและระบบแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ กรมอุตุนิยมวิทยาร่วมกับ สสน. นำเสนอการคาดการณ์สภาพอากาศและแนวโน้มพื้นที่เป้าหมาย ขณะที่ สทนช. และกรมชลประทานรายงานการบริหารจัดการน้ำ การเฝ้าระวังมวลน้ำ และแผนผังน้ำ นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือรวม 17 จังหวัด เช่น เชียงราย เชียงใหม่ และน่าน นำเสนอการเตรียมความพร้อมระดับจังหวัด ทั้งการจัดการจุดเสี่ยงภัยน้ำท่วมฉับพลันและการเตรียมแผนสำรองน้ำบาดาลร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อรับมือภัยแล้ง
ภายหลังรับฟังรายงาน นายยศชนัน มอบหมายภารกิจเพื่อขับเคลื่อนการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม โดยสรุปเป็นมาตรการหลักดังนี้
-ขจัดจุดคอขวดงบประมาณฉุกเฉินเร่งด่วน โดยมอบหมายให้ สทนช. ประสานงานร่วมกับแต่ละจังหวัดเพื่อตรวจสอบโครงการป้องกันภัยพิบัติที่มีความจำเป็นเร่งด่วนแต่ขาดแคลนงบประมาณ และรีบจัดทำรายละเอียดเสนอส่วนกลางเพื่อจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่แก้ปัญหาทันท่วงที
-สร้างระบบ Command & Control และตั้ง War Room มอนิเตอร์ 24 ชั่วโมง โดยสั่งการให้ฝ่ายเลขานุการและ ปภ. ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่จัดตั้งระบบติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบสัญญาณเตือนภัยรุนแรงหรือความผิดปกติของระดับน้ำ ให้รายงานและประสานตรงไปยัง ปภ. และผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อสั่งการทันที
-บูรณาการนวัตกรรมและศูนย์พักพิง (Shelter) ร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ โดยมอบหมายให้ทีมทำงานร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยในภาคเหนือจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมนำนวัตกรรมเทคโนโลยี เช่น โดรนสำรวจพื้นที่ ระบบโทรมาตร และแอปพลิเคชันเตือนภัย มาช่วยเสริมประสิทธิภาพการอพยพและช่วยเหลือประชาชน
-เร่งรัดโครงการสำคัญและเตรียมรับมือแบบครบวงจร กำชับให้เร่งดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำสายหลัก เช่น แม่น้ำน่านซึ่งมีจุดเปราะบาง 18 จุด และขุดลอกเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำในแม่น้ำยม รวมถึงเตรียมแผนกักเก็บน้ำเพื่อป้องกันวิกฤตภัยแล้งล่วงหน้า
นายยศชนัน ระบุทิ้งท้ายว่า การทำงานครั้งนี้เป็นการนำบทเรียนและประสบการณ์จากปีที่ผ่านมาปรับใช้ โดยเน้นดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การสื่อสารและการช่วยเหลือถึงมือประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงและรวดเร็วที่สุด













