POLITICS

3 บอร์ด กสทช. ยื่นลาประชุม หลังประธานไม่เปิดหารือปมสถานภาพ

3 บอร์ด กสทช. ยื่นใบลาหลังประธานไม่ให้หารือ ปมกรรมการสรรหามีมติเอกฉันท์ ‘นพ. สรณ’ มีลักษณะต้องห้าม ชี้หากมีมติออกไป ทุกส่วนจะได้รับผลกระทบ-ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง ยันต้องทำให้ชัดเจน

วันนี้ (27 ก.ค. 69) พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ หน่ายเจริญ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการกระจายเสียง, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ และรองศาสตราจารย์ ดร. ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านเศรษฐศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมประชุมบอร์ด กสทช. ก่อนที่จะมีการยื่นใบลา เนื่องจากเห็นว่าในที่ประชุมยังไม่มีการหารือถึงการทำหน้าที่ของประธาน กสทช.

พลอากาศโท ดร. ธนพันธุ์ กล่าวว่าเราต้องการหารือกับประธานก่อนที่จะมีการประชุม และประธานก็ยืนยันที่จะประชุม ทั้งที่คุยกันแล้วว่าในประเด็นเรื่องคุณสมบัติของประธานยังมีปัญหา ในฐานะผู้สละสิทธิ จะมาทำหน้าที่ได้หรือไม่ เพราะคณะกรรมการสรรหามีข้อวินิจฉัยสิ้นสุดแล้ว หากไม่เห็นด้วยก็ให้มีการยื่นต่อศาล แต่หากชั้นยุติอย่างอื่นเราก็น้อมรับ โดยย้ำว่าเราต้องการหารือในประเด็นนี้รวมไปถึงหลายคนมีหนังสือถึงสำนักงานให้พิจารณารับเรื่องแล้วแต่ก็ไม่ยอมให้มีการหารือกัน ยืนยันว่าเราไม่ได้วอล์กเอาต์ แต่ประธานไม่เปิดโอกาสให้เราชี้แจง และน่าเสียดายที่ไม่เปิดโอกาสให้เราได้มีการหารือ ย้ำว่าเราพยายามหาทางออกร่วมกันและหาแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง เราเองไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด แต่ประธานไม่ยอมเปิดโอกาส

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. พิรงรอง กล่าวอีกว่าเราส่งใบลาประชุมแล้ว ไม่ได้วอล์กเอาต์หรือประท้วง เราตั้งใจมาประชุม หากจะไม่เข้าร่วมประชุมเลยก็ทำได้แต่เราเห็นว่ามีวาระการประชุม ซึ่งในวาระตนเองผลักดันเรื่องทีวีดิจิทัลมาโดยตลอด อยากให้มีการประชุมเกิดขึ้น โดยประธาน กสทช. ที่ถือว่าเป็นผู้สละสิทธิ มาร่วมเป็นกรรมการในการประชุมจะทำให้เรามีความเสี่ยง รวมไปถึงสมาคมทีวีดิจิทัลก็มายื่นขอความชัดเจนในเรื่องนี้ หากประชุมมีมติออกไปก็จะกระทบต่อหลายฝ่าย อย่าลืมว่า กสทช. เป็นองค์กรแบบกลุ่ม หากคนหนึ่งไม่มีสถานภาพทางกฎหมาย คนอื่นก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างไรก็ตาม เราได้มีการขอหารือกันก่อนการประชุมแล้วแต่เมื่อไม่ได้รับโอกาส จึงมีการยื่นขอลาประชุมกับทางเลขา

ขณะที่ผลกระทบที่ตามมาจะกระทบกับคนทุกภาคส่วนและแท้จริงแล้วจะมีแนวทางที่สามารถแก้ไขได้แต่กลับไม่เปิดโอกาสให้มีการหารือเพื่อหาทางออก แม้เราจะขอหารือเพื่อให้องค์กรสามารถเดินต่อได้ ซึ่งในอดีตก็เคยมีกรณีที่ประธานลา ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็สามารถตั้งกรรมการในที่ประชุมมาเป็นประธานแทน

รองศาสตราจารย์ ดร. ศุภัช ระบุว่าปัญหาครั้งนี้คือหากประชุมไปทั้งแบบนี้ไม่มีความชัดเจนของสถานภาพ เมื่อเป็นแบบนั้นสิ่งที่เราตัดสินใจออกไปจะมีความเสี่ยงกับทางอุตสาหกรรมและธุรกิจ และมติของคณะกรรมการสรรหาก็มีการแจ้งกับทุกคนแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนรับทราบ กฎหมายไม่ได้คุ้มครอง เราจึงต้องการคนที่จะมาชี้ขาด ซึ่งก็คือนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้รักษาการตามกฎหมาย โดยจะตัดสินใจอย่างไรก็แล้วแต่ท่าน แต่ต้องช่วยหาทางออกให้กับพวกเรา

เมื่อถามย้ำว่าถือเป็นช่วงสุญญากาศของ กสทช. แล้วหรือไม่ รองศาสตราจารย์ ดร. ศุภัช ระบุว่าตนเองไม่ได้พูด

Related Posts

Send this to a friend