‘รักชนก’ ฝากความคิดถึง ‘ไชยชนก’ ทวง TOR-เชิญถกปม TH-AI Passport 13 ส.ค. นี้
‘รักชนก’ ฝากความคิดถึง ‘ไชยชนก’ ทวง TOR-เชิญถกปม TH-AI Passport 13 ส.ค. นี้ หลังเบี้ยวมา 3 รอบ จ่อชงสอบสวนกลาง-ปปง. เช็กบิลคนทุจริต
วันนี้ (24 ก.ค. 69) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport ว่าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมามีการบรรจุวาระดังกล่าว เนื่องจากตามกำหนดการเดิมจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา แต่มีการเปลี่ยนแปลงสัญญาทำให้การลงทะเบียนต้องถูกเลื่อนออกไป ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเป็นเมื่อไร การพิจารณาในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กมธ. จึงจี้ถามกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่ง กมธ. ได้เชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ปลัดกระทรวงดีอี และคณะร่าง TOR เข้าชี้แจง แต่น่าเสียดายครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีไม่มา เข้าใจว่ามีภารกิจมากมาย เราก็ทำนัดไปหลายครั้งแต่ท่านกลับไม่ให้ความร่วมมือ
เหตุการณ์ในวันดังกล่าวเราขอเอกสารประมาณ 40 นาที ไม่ตอบว่าจะส่งเอกสารให้เมื่อไร พิจารณากันไม่ถึง 1 ชั่วโมงมีข้าราชการขอกลับก่อน เนื้อหาในการพิจารณาคือ TOR ที่ระบุว่าจะต้องมีการโฆษณาผ่านบิลบอร์ดทั่วประเทศ 400 จุด โฆษณาผ่านร้านสะดวกซื้อไม่ต่ำกว่า 6,000 แห่งทั่วประเทศ และโฆษณาในห้างสรรพสินค้าไม่ต่ำกว่า 200 จุดทั่วประเทศ ซึ่งตัวแทนของบริษัทเอกชนระบุว่าเป็นเงินเพียง 900,000 บาท ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญ
เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกับมูลค่า แต่สิ่งนี้ถูกล็อกอยู่ใน TOR ดังนั้นผู้ประกอบการต้องทำให้ตรงตามสเปก การเบี่ยงประเด็นที่ระบุว่าการโฆษณามีมูลค่าเพียง 900,000 บาท เป็นความพยายามที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด ตนเองและนายธีระชาติ ก่อตระกูล ผู้ที่ติดตามเรื่องนี้ ได้ทำราคาตามสเปกใน TOR และคำนวณคร่าว ๆ พบว่าการทำโฆษณาในลักษณะดังกล่าวจะมีมูลค่าสูงถึง 9,000,000 กว่าบาท ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่าเป็นการกีดกันทางราคา
จากนั้น ตัวแทนกระทรวงดีอีได้ให้ข้อมูลที่น่าตกใจ ทุกบริษัทที่เสนอตัวเข้ามาในโครงการดังกล่าว ไม่มีบริษัทใดที่ระบุในข้อเสนอเชิงเทคนิคว่าจะใช้จอของบริษัทอะไร ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลก เพราะโครงการนี้ประกอบด้วย AI การประชาสัมพันธ์ และการจัดอบรม โดยมีการระบุไว้ว่าจะต้องใช้ AI ระดับโลก ไม่ต่ำกว่า 8 ตัว ใช้จอประชาสัมพันธ์ในระดับท็อป 5 ของประเทศ จึงตั้งคำถามว่ามีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่เจ้าใช่หรือไม่ที่จะสามารถรับทำโครงการนี้ได้ และต้องเป็นเจ้าของจอประชาสัมพันธ์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ กมธ. ยังขอเอกสารสัญญาทั้งฉบับเก่าและฉบับใหม่ เอกสารข้อเสนอเชิงเทคนิค หลักเกณฑ์การให้คะแนน แต่กระทรวงดีอีตอบกลับว่าเอกสารมี 700 กว่าหน้าจึงขอดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน อ้างว่าต้องดูตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ว่าอนุญาตให้ส่งเอกสารมายัง กมธ. หรือไม่ ซึ่งตนเองระบุว่า พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวไม่บังคับใช้กับรัฐสภา โดยกระทรวงดีอีรับปากว่าจะมีการส่งเอกสารต่าง ๆ กลับมาภายในวันที่ 24 ก.ค. 69 ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารใด ๆ
“ดิฉันขอฝากความคิดถึงไปถึงคุณไชยชนก ถ้าเชิญครั้งถัดไป 13 ส.ค. คาดว่าเวลานั้นจะลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจะเชิญมาพูดคุยอีกรอบ เชิญบริษัทที่ชนะการประมูล บริษัทที่ถูกกล่าวหาเข้ามาพิจารณา ขอกราบเรียนเชิญคุณไชยชนก ชิดชอบ มา ณ ที่นี้ บรรจุวาระแล้วถ้าท่านจะกรุณาว่าง ขอให้ท่านใช้อำนาจรัฐมนตรี ถ้าตรงไปตรงมาจริง ไม่เกรงกลัวจริง โปร่งใสจริง ส่งเอกสารกลับมาให้ กมธ. ให้ครบ แล้วเรามาพูดข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นในโครงการนี้”
สำหรับการยื่น ป.ป.ช. ตรวจสอบโครงการดังกล่าว นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้คำแนะนำว่าสิ่งที่โครงการทุจริตภาครัฐกลัวที่สุด ไม่ใช่การยื่นเรื่องไป ป.ป.ช. เพราะรอกันไป 2-3 ปี แห้งเหี่ยวตายตกไปตามกัน แต่นายรังสิมันต์แนะนำให้ตนเองไปยื่นเรื่องที่ตำรวจสอบสวนกลางและ ปปง. หากเข้าข่ายทุจริต ฮั้วประมูล ประพฤติมิชอบภาครัฐ จะมีการทำสำนวน หากมีมูลก็จะถูกส่งไปยัง ป.ป.ช. อัตโนมัติ ระหว่างทำสำนวน กมธ. สามารถเรียกตำรวจสอบสวนกลางและ ปปง. เข้ามาสอบถามความคืบหน้าได้
นางสาวรักชนกกล่าวต่อว่า ป.ป.ช. ไม่จำเป็นต้องรอให้ตนเองไปยื่นเรื่อง เรื่องดังขนาดนี้ ไม่คิดที่จะทำงานเชิงรุกเลยหรือ ซึ่งใน กมธ. ติดตามงบฯ ได้ตั้งข้อสังเกตให้ดำเนินคดีกับ 6 หน่วยงาน ได้แก่ ตำรวจสอบสวนกลาง ปปง. ผู้ตรวจการแผ่นดิน สตง. และ ป.ป.ช. ซึ่ง กมธ. จะส่งข้อสังเกตและรายงานการประชุม 3 ครั้งให้กับหน่วยงานเหล่านี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานตรวจสอบ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา













