POLITICS

‘การดี’ นำทีมชำแหละ ‘TH-AI Passport’ เตรียมยื่นหนังสือถึง ‘ไชยชนก’ จี้ยุติโครงการ

‘การดี’ นำทีมชำแหละ ‘TH-AI Passport’ ช่องโหว่เพียบ เตรียมยื่นหนังสือถึง ‘ไชยชนก’ จี้ยุติโครงการ หวั่นประเทศเสียค่าโง่ชิ้นใหม่

วันนี้ (20 ก.ค. 69) ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเวทีเสวนาเจาะลึกโครงการ “TH-AI Passport” วิเคราะห์คุณสมบัติและการทำงานของระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโครงการ

ดร.การดี เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและยกเลิกโครงการ TH-AI Passport ซึ่งใช้งบประมาณจากกองทุนสูงถึง 1,600 ล้านบาท เนื่องจากพบว่าโครงการดังกล่าวมีช่องโหว่จำนวนมาก อาจไม่คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนอย่างรุนแรง

แม้โครงการจะอยู่ในกระบวนการแก้ไขรายละเอียดแนบท้ายสัญญาเพื่อปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบการจ่ายเงินตามจำนวนผู้ใช้งานจริงที่ดูเหมือนจะดีขึ้น แต่เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดกลับพบความเสี่ยงและช่องโหว่ขนาดใหญ่ เพราะนิยามคำว่า Active User สามารถบิดเบือนได้ง่ายดาย เพียงแค่ประชาชนล็อกอิน 1 ครั้งต่อเดือน หรือระบบส่งการแจ้งเตือน เพื่อกระตุ้นให้กดเข้ามาก็ถูกนับว่าใช้งานแล้ว ถือเป็นการนับเชิงปริมาณที่ไร้ตัวชี้วัด (KPI) ในการวัดคุณภาพและความคุ้มค่าต่อการพัฒนาทักษะ

ดร.การดี แสดงข้อกังวลหลัก 3 ประเด็น ประกอบด้วย

1.ข้อพิรุธในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง พบแนวโน้มและข้อสงสัยเกี่ยวกับการล็อกสเปก

2.ความไม่คุ้มค่าของเงิน 1,600 ล้านบาท จากการตรวจสอบทั้งระบบลงทะเบียน และระบบวัดความพึงพอใจ หลายรายการราคาแพงผิดปกติ เข้าข่ายการปล้นรัฐ และไม่ได้ใช้เงินกองทุนดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่ประเทศไทยมีแพลตฟอร์มฟรีอื่นที่ดีกว่า แม้กระทั่งโครงการภาครัฐเดิมอย่าง OKMD ที่ใช้เงินลงทุนเพียง 2 ล้านกว่าบาทก็มีอยู่

3.ความมั่นคงและอธิปไตยของข้อมูล ในเงื่อนไขขอบเขตของงาน (TOR) ยังไม่มีความชัดเจนว่าข้อมูลทั้งหมดจะถูกประมวลผลภายในประเทศไทยหรือไม่ ถือเป็นความเสี่ยงสูงสุดต่อความมั่นคงระดับชาติและอธิปไตยทางเทคโนโลยีที่รัฐบาลยังไม่มีแผนรองรับที่รัดกุม

“เงินงบประมาณประเทศมีไม่พอ แต่กลับเอาไปลงกับสิ่งที่เรียกว่า Signature Project ทั้งที่ไม่จำเป็น ไม่อยากให้เงิน 1,600 ล้านบาทนี้ กลายเป็นบทเรียนราคาแพง หรือกลายเป็นค่าโง่ชิ้นใหม่ของประเทศไทยที่จ่ายเงินไปแล้วใช้งานได้แค่ปีเดียวแล้วหายไป โดยที่ประเทศและประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย”

ดร.การดี ยืนยันว่า จะยื่นหนังสือร้องเรียนถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สั่งยุติโครงการและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศต่อไป

ด้าน รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบัน IMC กล่าวว่า เทคโนโลยี AI พัฒนาไปไกลมาก การเลือกใช้โมเดลฟรีทั่วไปก็สามารถทำได้ดี ขอเพียงเลือกให้ถูกกับลักษณะงาน ขณะที่คุณสมบัติของ “AI-Pass” ซึ่งเป็นตัวทดลองในโครงการ TH-AI Passport อย่างน้อยที่สุดควรจะเทียบเท่ากับเวอร์ชันฟรีที่มีในท้องตลาด แต่จากการทดสอบกลับพบปัญหาไม่สามารถอัปโหลดไฟล์ขนาดใหญ่ได้ ขณะที่เวอร์ชันฟรีปกติอย่าง ChatGPT ทำได้ดีเยี่ยม หากทำได้เพียงฟังก์ชันพื้นฐานแบบไลฟ์สไตล์จะไม่สามารถนำมาใช้ Up-skill หรือ Re-skill ได้จริง

ขณะที่ ดร.พิชชาเพ็ญ ประทีปะวณิช ผู้ก่อตั้ง Bangkok AI Builder Hub กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้าน AI สูงมาก แต่งบประมาณ 1,600 ล้านบาท ที่นำมาใช้ในโครงการ TH-AI Passport กลับละลายไปกับการเอื้อให้ประชาชนได้ใช้ AI ฟรี และการตั้งเป้าหมาย KPI ที่ไม่ชัดเจน แทนที่จะนำเงินก้อนนี้มาใช้ในการพัฒนาศักยภาพและระบบนิเวศ AI ของประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมกลุ่ม Start Up อย่างจริงจัง

Related Posts

Send this to a friend