POLITICS

‘ศิริกัญญา’ ซัดระบบบัตรคนจนเละ เกณฑ์แข็งตัว ทำคนเดือดร้อนจริงตกหล่น

‘ศิริกัญญา’ ซัดระบบบัตรคนจนเละ เกณฑ์แข็งตัวทำคนเดือดร้อนจริงตกหล่น แนะใช้ระบบคะแนนคัดกรองแทนเกณฑ์ตายตัว เตือนรัฐบาล เร่งคลีนข้อมูลก่อนโยนภาระอุทธรณ์ให้ประชาชน

วันนี้ (20 ก.ค.69) นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงปัญหาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า การแถลงของรัฐบาลสะท้อนให้เห็นว่าระบบเละเทะมีปัญหามากจริง ๆ จากการที่จะคัดคนออกให้ได้มากที่สุดตามที่ได้กำหนดงบประมาณเอาไว้ ทำให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาจากการใช้เกณฑ์ที่แข็งตัวมากเกินไปทำให้คนที่เดือดร้อนจริง ๆ ตกหล่นจากมาตรการเหล่านี้ และรัฐบาลก็รีบกลับลำอย่างรวดเร็วเหมือนรีบร้อนไปหน่อย อย่างวันนี้ก็เป็นเรื่องของรถยนต์ นักศึกษาที่ยากจน แต่คิดว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ไปตรงไหนก็เจอ เพราะทางกระทรวงการคลังไม่ได้เช็กข้อมูลที่มาจากกระทรวงอื่น ๆ ว่าถูกต้องมากน้อยแค่ไหน จึงเป็นภาระของประชาชนที่ต้องเดินทางไปอุทธรณ์ด้วยตัวเอง

​ส่วนเรื่องหลักเกณฑ์ที่มีปัญหา ที่สะท้อนว่าคนเดือดร้อนจริงหรือไม่จริง ทั้งเรื่องรถยนต์เก่าและรถจักรยานยนต์เก่าก็มาใส่ในรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนซับซ้อนมากกว่านั้น มาใช้เกณฑ์ตายตัวว่าจะต้องผ่านคุณสมบัติทุกข้อแบบนี้ไม่ได้เพราะมีความละเอียดอ่อน เช่น บางคนอาจรายได้น้อย บางคนมีสินทรัพย์แต่ไม่สามารถนำมาประกอบอาชีพได้แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เราเสนอถ้าอยากจะคัดกรองคนจริง ๆ ควรใช้ระบบคะแนนมากกว่าให้ผ่านทุกคุณสมบัติ แล้วตัดสินว่าเขาควรได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ในช่วงที่รัฐบาลมีงบประมาณจำกัดมาก ๆ เราก็เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบพุ่งเป้า แต่ถ้าพุ่งเป้าก็ต้องมีข้อมูลที่แม่นยำมากพอ ไม่เช่นนั้นความตั้งใจที่จะคัดคนจนจริง ๆ ก็จะกลายเป็นว่าคนจนจริงไม่ได้รับ การช่วยเหลือ

​เมื่อถามว่าเป็นเพราะงบประมาณเป็นงบประจำเยอะ ฝั่งรัฐบาลเองก็ยืนยันในหลักเกณฑ์ ต้องใช้งบประจำให้กับคนที่จำเป็นจริง ๆ พอที่จะต่อรองได้หรือไม่ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า เข้าใจดีว่าเขากำหนดไว้ตั้งแต่ต้น 42,000 ล้านบาทใช้กับโครงการ ทำให้มีผู้รับสิทธิ์ได้ไม่เกิน 10 ล้านคน แต่ก็สามารถลงในรายละเอียดในการสร้างกฎเกณฑ์ขึ้นมาคัดกรองให้ดีกว่านี้ ดีกว่าการมีรถไม่มีรถเกิน 1 คันหรือมีหนี้เกิน 1 แสนบาทหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงเขาก็มีความเดือดร้อนที่สุดท้ายก็จะถูกตกหล่น และรัฐบาลเองก็ยอมรับแล้วว่า งบประมาณที่ตั้งไว้ให้ได้ประมาณ 9-10 ล้านคน ถ้ามีคนที่เข้าคุณสมบัติมากกว่านี้ สามารถที่จะขยายงบประมาณออกไปได้ ก็ขอให้กลับมาทบทวนหลักเกณฑ์จริง ๆ จัง ๆ ถึงวิธีการที่จะตัดสินว่าใครควรได้รับไม่ได้รับ ควรจะต้องเป็นแบบไหน แล้วแบบไหนถึงจะคัดคนยากจนให้ได้รับความช่วยเหลือจริง ๆ

​เมื่อถามว่าคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรัฐบาลเตรียมโยกไปให้ใช้ไทยช่วยไทยพลัส แต่มีเสียงสะท้อนว่าไม่มีเงินเติมมองอย่างไร นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็นรางวัลปลอบใจ คนที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบนี้ มีระยะเวลาค่อนข้างสั้นเพียงแค่ 2 เดือน อย่างที่หลายคนบอกว่าไม่มีเงินอีก 40% ที่จะมาเติม ก็ยิ่งสะท้อนว่า ภาครัฐอยากที่จะมุ่งเป้าช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน แต่วันนี้ต้องบอกว่างบประมาณที่เคยใช้ไปกับโครงการไทยช่วยไทยพลัสเป็น 4 เท่าของงบประมาณ ที่จะมาใช้ช่วยเหลือคนจน ที่เดือดร้อนจริง ๆ ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

​ดังนั้นเมื่อมุ่งเป้าก็ตระหนี่ถี่เหนียวมาก ๆ พอวันไหนบอกไม่มุ่งเป้าแล้วอยากจะให้เป็นไทยช่วยไทยพลัส คุณก็เหวี่ยงแหโดยไม่แคร์อะไร และใช้เงินให้หมดได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ไม่ใช่วิธีการคิดนโยบายที่รัดกุมรอบคอบ แล้วก็มาตามแก้ปัญหาภายหลังเยอะแยะเต็มไปหมด

​เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการยื่นอุทธรณ์จะล่าช้าจากการทำงานของระบบราชการ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหา แต่โชคดีที่มีการขยายระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย.นี้ ปัญหาอยู่ที่ตัวข้อมูลของรัฐบาลเอง ถ้าไม่สามารถที่จะทำความสะอาดข้อมูลได้ ความถูกต้องตรงไปตรงมา และเรื่องความผิดพลาดต่าง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ประชาชน ต่อให้มีเวลาอุทธรณ์ รัฐบาลยังเคลียร์ข้อมูลของตัวเองไม่จบสิ้น ไม่มีทางที่จะแก้ปัญหาได้ถึงแม้จะยืดระยะเวลาออกไป ก็ขอให้รัฐบาลตรวจสอบจุดนี้ รวมถึงพิจารณา กศน. ในสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการอีกด้วย ที่มีปัญหาเช่นกัน ต้องเร่งตรวจสอบข้อมูลของภาครัฐเอง ให้ถูกต้องก่อน ก่อนมารับเรื่องร้องเรียนอุทธรณ์ของประชาชน

Related Posts

Send this to a friend