นายกฯ เล็ง ปรับปรุงกฎหมายจัดโซนนิ่งสถานบันเทิงให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับยุคสมัย
นายกฯ เล็ง ปรับปรุงกฎหมายจัดโซนนิ่งสถานบันเทิงให้มีความเหมาะสม และสอดคล้องกับยุคสมัย โต้ ปมสื่อต่างประเทศ ตีข่าว เกิดเหตุซ้ำซาก เพราะไม่เข้มงวด บอก ที่ผ่านมาตรวจเข้มงวดตลอด แต่เกิดเหตุซ้ำซากเพราะคนตั้งใจทำผิดหวังกำไร ยัวะ หลังสื่อถาม ตายแล้ว 30 ราย จะลาออกจาก มท.1 รับผิดชอบหรือไม่ สวนกลับ “เป็นคำถามไม่มีเหตุผล ถามเพื่อให้เกิดอารมณ์” ย้อน “น้องต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกันนะ”
วันนี้ (14 ก.ค. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเรื่องการปรับโซนนิ่งร้านอาหาร หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่า จะต้องมีการหารือกัน ซึ่งในส่วนของพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เรื่องโซนนิ่งจะเป็นเรื่องของทาง กทม. กับตำรวจ ฉะนั้นก็ต้องปรับดูว่าตรงไหนมีความเหมาะสมอย่างไร
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า แต่เมื่อบอกให้ปรับ ก็จะมีเรื่องของการกำหนดระยะห่างจากโรงเรียน และวัด ซึ่งปรับไปตรงไหนก็ปรับไม่ได้หมด จึงต้องมานั่งดูว่าจะแก้ไขอย่างไร และต้องมีการแก้ไขกฎหมายด้วยหรือไม่ แต่ขณะนี้โซนนิ่งที่ถูกต้องในพื้นที่ กทม. มี 2 แห่งคือที่ข้าวสารกับที่ RCA ส่วนที่อื่น ๆ นั้นก็ต้องทำตามกฎหมาย ถ้าไม่อยู่ในโซนนิ่งจะเปิดให้บริการได้ถึงเวลาเที่ยงคืน และมีมหรสพไม่ได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า เรื่องมหรสพ ตนเห็นด้วย และยังงงอยู่ว่า ใครทำกฎหมายนี้ขึ้นมาที่ดนตรีเล่นถึงเที่ยงคืนจะต้องเลิก แต่คาราโอเกะเปิดได้ เต้นรำไม่ได้ แต่นั่งฟังได้ ซึ่งตนไม่รู้ว่าการทำกฎหมายในตอนนั้น ทำไมเหตุผลถึงเป็นแบบนี้ เช่น กรณีตามร้านอาหารต่าง ๆ ที่มีแขกลุกขึ้นโยกไปโยกมาหรือถ้าจะเดินจริง ๆ ถ้าเป็นไปตามกฎหมายก็ผิด แบบนี้คงไม่ไหว วันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป ตนจึงได้มอบหมายให้มีการศึกษาอยู่ว่าจะปรับอย่างไร ที่บอกว่าอยู่ใกล้โรงเรียนหรืออยู่ใกล้วัดไม่ได้ หากถามว่าอยู่ตรงไหนที่มันไม่ใกล้วัด 2 กิโลเมตร เพราะอยู่ที่ไหนในกรุงเทพฯ มันก็ใกล้วัดใกล้โรงเรียน 2 กิโลเมตรทั้งนั้น เพราะฉะนั้นต้องว่ากันใหม่
เมื่อถามว่า ที่หลายร้านในพื้นที่กรุงเทพฯ เปิดให้บริการเกินเที่ยงคืนจะต้องมีการสั่งย้ายผู้อำนวยการเขตหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ อำนาจอยู่ที่ผู้ว่าฯ กทม. ดังนั้นจะต้องไปถามท่าน แต่ในต่างจังหวัดท่านก็เห็นอยู่ว่ากระทรวงมหาดไทย และตำรวจเข้าไปจับ
ส่วนจะต้องรื้อกฎหมายใหม่ทั้งหมดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าเรามองว่านักดนตรีเป็นอาชีพอย่างหนึ่ง คนเราถ้าจะเมาสุรา สูบบุหรี่เกี่ยวกับดนตรีหรือไม่ เพราะฉะนั้นทำไมต้องไปห้ามนักดนตรี ตนเป็นนักดนตรีก็ยังงงอยู่ว่าทำไมต้องห้าม ให้เล่นได้แค่เที่ยงคืน ตนก็งงและยังเถียงอยู่ เพราะอย่างน้อยนักดนตรีเล่นเป็นรอบ ๆ และดนตรีเป็นเพียงส่วนประกอบ นี่คือความคิดส่วนตัวของตน เวลาตนไฟท์ให้ตนก็ไฟท์ให้ในส่วนนี้
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต 30 คน จะพิจารณาลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยิ้มก่อนกล่าวว่า “คำถามถัดไป” พร้อมกล่าวต่อว่า “คำถามนี้ไม่มีเหตุมีผล เป็นคำถามที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจะให้เกิดอารมณ์ ซึ่งมันไม่ควรถาม น้องต้องเป็นมืออาชีพเหมือนกันนะ หลายครั้งแล้ว”
ส่วนการปรับปรุงกฎหมายจะมีการดำเนินอย่างไรที่บอกว่าจะให้สอดคล้องกับปัจจุบัน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องดูทุกมิติ ทั้งสภาพสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ซึ่งความเป็นไทยยังต้องมีอยู่ แต่ทุกคนต้องทำมาหากิน เดี๋ยวนี้คนที่เป็นศิลปิน ก็ใช้ความเป็นศิลปินไปสร้างโอกาสสร้างรายได้ ยุคนี้เรารับได้ไม่เหมือนเมื่อก่อน
สำหรับรัฐบาลจะมีการระดมความเห็นเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเรื่องนี้ระยะยาวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้มีหน่วยงานที่ทำอยู่ ก็ต้องทำเสนอขึ้นมา
ส่วนที่ขณะนี้ สื่อต่างประเทศมีการรายงานข่าวว่าประเทศไทยไม่มีความเข้มงวดเรื่องของสถานบันเทิงจะกระทบต่อการท่องเที่ยวหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ย้อนถามว่า “ใครบอกว่าไม่เข้มงวด” ที่เกิดเหตุซ้ำซาก เพราะว่าคนตั้งใจทำผิดกฎหมาย ซึ่งการตรวจใบอนุญาตจะมีการตรวจทุกปี ไม่ใช่ออกให้แล้วจะเปิดตลอดชาติ ตนก็ถามว่าตอนตรวจเป็นอย่างไร เขาก็บอกตอนตรวจครบหมดทุกอย่าง แต่ว่าพอเกิดเหตุ ก็ต้องไปดูว่าครบจริงหรือไม่ กฎหมายมีชัดเจนแต่ทุกวันนี้ที่มันมีปัญหาเพราะคนตั้งใจทำผิดกฎหมาย ด้วยความหวังว่าการที่เขาทำผิดกฎหมายจะได้เงิน ได้กำไรมากขึ้น แต่เขาก็ต้องตั้งอยู่บนความเสี่ยง ไม่ยั่งยืนแน่นอน อย่างทุกวันนี้ถ้าใครทำผิดเช่นนี้อยู่ก็เตรียมรอรับได้ เพราะผู้ว่าฯ กทม. รวมถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัดก็สั่งเอกซเรย์แล้วเช่นกัน
ส่วนเมื่อเวลาเกิดเหตุผับบาร์ไฟไหม้แล้วเกิดการสูญเสียลักษณะนี้ ได้กำชับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เรื่องของการดูแลหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อว่า นายชัชชาติ รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ดำเนินการอย่างเต็มที่อยู่แล้ว อย่างกรณีแบบนี้ก็ต้องดำเนินคดีกับเจ้าของจนถึงที่สุด ตนสั่งการไม่ได้แต่มอบนโยบายได้ ถ้าตนสั่งได้ก็ต้องไปตรวจทุกที่ด้วยตัวเองทั้งหมด
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีประตูหนีไฟของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ว่า เหตุใดถึงมีกลอนล็อก 2 ชั้น เขาก็ตอบกลับมาว่ากลัวลูกค้ากินฟรีแล้วหนี ฟังได้ที่ไหนแบบนี้ ฟังไม่ได้ ดังนั้นคนที่ทำแบบนี้ก็ต้องถูกดำเนินคดี ซึ่งก็คือเจ้าของ ผู้จัดการ และผู้ประกอบกิจการ ส่วนเรื่องใบอนุญาตนั้น ไม่ต้องพูดอยู่แล้ว ร้านนี้เปิดไม่ได้อีก และต่อไปนี้ต้องทำอาชีพอื่นแล้ว เพราะใบอนุญาตถูกยึด ไม่มี แต่แน่นอนสถานที่นี้จะไม่ให้ทำเป็นสถานบันเทิงอีกแล้ว













