นายกฯ เปิดประชุมสภา กทม. นัดแรก หนุนฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติทำงานร่วมกัน
นายกฯ เปิดประชุมสภา กทม. นัดแรก ร่วมยืนไว้อาลัยผู้เสียชีวิต เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ขอ สก.ทำงานเพื่อประชาชน พร้อมหนุนฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติทำงานร่วมกัน ให้คำมั่นรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการงาน
วันนี้ (13 ก.ค. 69) เวลา 09.00 น. ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ครั้งแรก ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ร่วมกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้บริหาร กทม.และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก) ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ก่อนการประชุมมีการร่วมกันยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความอาลัย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นเวลา 1 นาที

จากนั้นนายกรัฐมนตรีกล่าวก่อนเปิดการประชุมว่า ก่อนที่จะดำเนินการประชุม เนื่องจากคืนนี้มีเหตุเพลิงไหม้ที่ร้านอาหารชื่อว่า ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้มีผู้เคราะห์ร้ายเสียชีวิตในขณะนี้ จำนวน 27 ราย ซึ่ง ผู้ว่าฯ กทม. และ สก.หลายคนได้ลงไปในที่เกิดเหตุเมื่อคืนนี้ โดยตนคิดว่า เพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่ผู้ที่เคราะห์ที่เสียชีวิตเมื่อคืนนี้ ซึ่งเราในฐานะที่เป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน กทม.ให้เข้ามาทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ดูแลคุณภาพชีวิตให้กับพวกเขาเหล่านั้น จึงอยากจะขอเรียนเชิญทุกท่านได้ยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้
ภายหลังเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า ตนขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่ได้รับความไว้วางใจจากชาว กทม.ให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ซึ่งทุกท่านที่ได้รับตำแหน่งนี้ ตนเชื่อว่าทุกท่านได้พกพาความหวังของพี่น้องประชาชน ตลอดจนความฝันและความไว้วางใจของพี่น้องประชาชนชาว กทม.ทุกคน ที่เชื่อว่าท่านจะอุทิศออกกำลังกาย กำลังใจ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อทำให้มหานครแห่งนี้เป็นมหานครที่นำความภาคภูมิใจ และมีการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า กรุงเทพมหานครนั้น นับว่าเป็นมหานครขนาดใหญ่มีประชากรเป็นจำนวนมากเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก เป็นเมืองที่มีเสน่ห์และได้รับความสนใจ ที่ทำให้ผู้คนอยากเดินทางมาทำงาน มาท่องเที่ยว มาใช้ชีวิต กทม.เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิต ที่ยังมีความท้าทายอีกหลายมิติที่ต้องได้รับการแก้ไขและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับศักยภาพในฐานะที่กรุงเทพมหานครเป็นมหานครระดับโลก เราต้องยกสถานะให้เป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุน การท่องเที่ยว และเป็นเมืองที่คนกรุงเทพฯ ทุกคนมีความภาคภูมิใจ และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพต่อไป
ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทุกท่าน ท่านได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนชาว กทม.เข้ามา และมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ซึ่งสภากรุงเทพมหานครเป็นกลไกสำคัญในการพิจารณาข้อบัญญัติตลอดจนการอนุมัติงบประมาณ ตลอดจนการสะท้อนปัญหาและความต้องการของพี่น้องประชาชน เพื่อให้กรุงเทพมหานครสามารถบริหารราชการและให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวม
สำหรับการประชุมสภากรุงเทพมหานครในวันนี้ จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งของการทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารของกรุงเทพมหานคร ในการขับเคลื่อนการพัฒนามหานครแห่งนี้ ตนเชื่อว่าการร่วมมือ ความเสียสละ ความทุ่มเท และความรู้ความสามารถของท่านทั้งหลายจะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครและนำพาเมืองหลวงของกรุงเทพฯ ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติ

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ตนเองไม่ได้มา in ฐานะนายกรัฐมนตรี แต่มาในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะต้องมาเปิดสภาแห่งนี้ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการของกรุงเทพมหานคร ก็ต้องบอกว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบกับทุกคนและทำหน้าที่เปิดสภากรุงเทพมหานครในวันนี้ และตนมีความเชื่อมั่นในทุกคน และหลาย ๆ คนเป็นคนที่มีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว โดยเฉพาะทีมงานของท่านผู้ว่าฯ กทม.ซึ่งตนในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารัฐบาล ขอให้คำมั่นสัญญากับทุก ๆ คนในที่นี้ว่า รัฐบาลจะให้การสนับสนุน ให้ความร่วมมือกับทุก ๆ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายบริหารของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทำให้มหานครแห่งนี้ได้รับการพัฒนาเจริญก้าวหน้าให้พี่น้องประชาชน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะชาว กทม.แต่คนทั่วประเทศ และจะต้องทำให้กรุงเทพมหานครแห่งนี้มีความพร้อม ให้ความสะดวก ให้คุณภาพชีวิตที่ดีกับพวกเขาทั้งคนไทยหรือคนต่างชาติ เพราะกรุงเทพมหานครเปรียบเสมือนประเทศไทยก็ว่าได้ ในเชิงเศรษฐกิจและประชากรและการเป็นศูนย์รวมในการพัฒนาประเทศ จึงขอความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลที่มีตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลอยู่ มีความยินดี ดีใจ และเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่จะมีโอกาสทำงานร่วมกับทุกท่านในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ และในฐานะที่หลายท่านในที่นี้เป็นผู้บริหาร กทม.ด้วย
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรียังอวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จในภารกิจหน้าที่การงานและนำความเจริญมายังพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครสมดังเจตนารมณ์ ที่ทุกคนมีร่วมกันอย่างแน่วแน่ต่อไป
สำหรับวาระสำคัญคือวาระการเลือกประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 26 และรองประธานสภากรุงเทพมหานคร เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติและตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร
อย่างไรก็ตาม สก.พรรคประชาชน สก.กลุ่มคนทำงาน และ สก.กลุ่ม Better Bangkok รวมกัน 37 เสียง เตรียมดัน สก.เนอส หรือนางสาวภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สก.เขตบางซื่อ พรรคประชาชน นั่งตำแหน่งประธานสภา กทม.พร้อมทั้งจะเห็นชอบให้นายเนติภูมิ มิ่งรุ่งจิราลัย นั่งเก้าอี้รองประธานสภา กทม.คนที่ 1 และนายนริสสร แสงแก้ว เป็นรองประธานสภา กทม.คนที่ 2














