‘เท้ง-ไหม’ ห่วงเงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ส่อแววยัดไส้-ล็อกสเปก
‘เท้ง-ไหม’ ห่วงเงินกู้ 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ส่อแววยัดไส้-ล็อกสเปก เอกชนแต่งตัวรับงานหวังได้ส่วนแบ่ง
วันนี้ (11 ก.ค. 69) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ กล่าวถึงการจัดกิจกรรม “Hack งบ 70” ว่า เราได้มีการจัดกิจกรรม Hack งบประมาณมาหลายครั้งแล้ว ทั้งงบประมาณแผ่นดิน งบประมาณกรุงเทพฯ รวมถึงงบประมาณในจังหวัดอื่น ๆ เพราะเราต้องการให้เกิดความต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถดูได้ว่างบประมาณต่าง ๆ เอาไปทำอะไรได้บ้าง ตลอดจนสามารถดูงบประมาณเบื้องต้นด้วยตัวเองเป็น และตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับงบประมาณ รวมถึงช่วยกันออกมาวิพากษ์วิจารณ์ให้งบประมาณดีขึ้นในปีต่อไป ซึ่งตนเองไม่ได้คาดหวังให้ประชาชนสามารถดูงบเป็นได้ภายในวันเดียว แอยังอยากให้ประชาชนเข้ามาช่วยดูโดยเฉพาะงบประมาณผูกพันและเงินนอกงบประมาณ เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่างบประมาณไม่ได้มีแค่ 4 ล้านล้านบาท แต่มีรวมกันเกือบ 10 ล้านล้านบาท
ขณะเดียวกันจะมีการจับตาดูงบประมาณ 7 แสนล้านบาท ด้วยว่าจะมีโครงการแปลก ๆ หรือมีข้อสังเกตว่าอะไรควรนำไปตัดบ้าง โดยเฉพาะเงินนอกงบประมาณจากกองทุนต่าง ๆ เช่น โครงการ TH-AI Passport ที่ใช้จากกองทุนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งในอนาคตจะมีเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่รัฐบาลอ้างการเปลี่ยนผ่านพลังงานต่าง ๆ เพื่อนำงบประมาณส่วนนี้มาใช้ในรูปแบบเดิม ๆ ส่วนที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชนได้ตั้งข้อสังเกต
นางสาวศิริกัญญากล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้มีกระแสของรายจ่ายประจำในงบประมาณปี 70 ที่พุ่งสูง ซึ่งวันนี้มีประชาชนส่วนมากให้ความสนใจว่าจะทำอย่างไรให้งบประมาณส่วนนี้ลดลงทั้งเงินเดือนบุคลากรและสวัสดิการต่าง ๆ จึงคาดหวังว่าวันนี้จะได้รับความเห็นดี ๆ เพื่อนำไปเสนอรัฐบาล เพราะมีอดีตข้าราชการและรัฐวิสาหกิจเข้าร่วมด้วยเป็นจำนวนมาก ถ้าไม่ได้ออกมาพูดหรือออกมาตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณดังกล่าวก็จะผ่านและเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรอง และกู้มาใช้ในส่วนนี้ การชิงด่วนยกเลิกโดยที่ไม่มีคำอธิบายใด ๆ ทำให้ข้อสันนิษฐานส่วนตัวที่ว่ามีการยัดไส้ล็อกสเปกก็น่าจะมีความเป็นจริง นอกจากนี้ยังมีความกังวลว่าอาจมีเอกชนที่แต่งตัวมาเพื่อรับงานเหล่านี้หวังในส่วนแบ่งเงินกู้ 2 แสนล้านบาท ซึ่งไม่มีการการันตีว่าภายใน 1 ปี เราจะเปลี่ยนผ่านไปเป็นประเทศที่ใช้พลังงานสะอาดในสัดส่วนที่สูงขึ้น เพราะไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วตั้งแต่ต้น และตอนนี้กลายเป็นโครงการเบี้ยหัวแตกที่ขึ้นชื่อว่าประหยัดพลังงานไฟฟ้าตามปกติ ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านพลังงาน
“เราผิดพลาดไปแล้ว ในการที่กู้ 2 แสนล้านบาทนี้มาโดยที่ไม่มีเป้าหมายว่าจะเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างไร อย่าให้มันต้องหมดเปลืองไปกับการทุจริตคอร์รัปชันอีกเลย ยังมีโครงการโซลาร์รูฟท็อปกับหน่วยราชการทั่วประเทศ ถ้ามีบริษัทใดบริษัทหนึ่งแต่งตัวมารับงานนี้โดยเฉพาะ ก็น่าจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้เต็ม ๆ หลายหมื่นล้าน ยังไม่ต้องพูดถึงโครงการอื่น ๆ อีกที่มีช่องทางทำกิน เพราะโครงการส่วนใหญ่เป็นโครงการซื้อของ ไม่ได้เป็นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่” นางสาวศิริกัญญากล่าว
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าส่วนราชการและเอกชนเห็นตรงกันว่าในวันนี้เราต้องมีการปฏิรูประบบงบประมาณและระบบราชการ ซึ่งนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่าปีนี้รัฐบาลมีความตั้งใจในการลงมือผ่าตัดงบประมาณในปีนี้เป็นปีแรก
ฉะนั้นเราจะต้องทำหน้าที่ตรวจสอบว่าเขามีความตั้งใจจริงให้เป็นผลสำเร็จ ไม่ใช่แค่การพูด เช่นกรณีที่นางสาวศิริกัญญา โพสต์ไปเมื่อวานนี้เกี่ยวกับแผนงานการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ใช้งบประมาณจากการกู้เงิน 4 แสนล้านบาท และในวันต่อมามีการประกาศยกเลิก ซึ่งในเนื้อหาเป็นการของบเพื่อใช้ในการทำสนามกีฬาโซลาร์เซลล์ รถเก็บขยะ EV ว่าหากนางสาวศิริกัญญาไม่ได้โพสต์ออกมาจะมีการทำหนังสือเวียนให้ยกเลิกหรือไม่ วันนี้จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันจับตาดูข้อพิรุธเหตุผิดปกติในงบรายจ่ายประจำปีแล้วส่งเสียงสะท้อนออกไป เพื่อเป็นหนึ่งในกระบวนการให้รัฐบาลแสดงความจริงใจ ผ่านร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ ที่พรรคประชาชนเป็นผู้เสนอ ซึ่งจะเข้าที่ประชุมสภาฯ ในสมัยหน้า ส่วนรายละเอียดค่อยไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการก็ได้ ขณะเดียวกันเราก็พยายามร่าง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างออกมาใหม่ด้วย เพื่อให้ครอบคลุมรายจ่ายของหน่วยงานรัฐทั้งหมด ตลอดจนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปอย่างมียุทธศาสตร์ และสามารถป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้













