BANGKOK

‘ชัชชาติ’ ตั้ง คกก.สอบ – ย้าย จนท.เขตเอี่ยวขบวนการพ่อทิพย์ตั้งแต่ เม.ย.แล้ว

ขอบคุณตำรวจขยายผลเจอเพิ่มนับร้อยเคส ผิดจริงฟันไม่เลี้ยง เล็งตั้ง DSI กทม.สอบวินัยเข้มข้น

วันนี้ (9 ก.ค.69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติทุจริตระบบทะเบียนราษฎร์เพื่อแจ้งเกิดให้บุตรชาวจีนได้รับสัญชาติไทย ซึ่งพบเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตชื่อ นางสาวศิริพร เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา นางสาวศิริพร ถูกจับกุมในกรณีเดียวกัน ว่า เบื้องต้นได้ย้ายนางสาวศิริพร จากตำแหน่งเดิมมาช่วยราชการและตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ไม่ได้ทำงานที่เดิมแล้ว แต่เมื่อฝ่ายสืบสวนไปสืบพบมีข้อมูลมากขึ้น ซึ่งเราไม่มีข้อมูล เนื่องจากไม่มีอำนาจไปเจาะลึก เข้าใจว่า การจับกุมครั้งนี้ เพราะมีข้อมูลเพิ่มเติม

พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า รับทราบข้อมูลจากตำรวจนครบาล จากการตรวจสอบพบว่ามีเรื่องพ่อทิพย์แม่ทิพย์ อีก 40 กว่ากรณี ซึ่งกรณีนางสาวศิริพรเป็นการกระทำความผิดต่างวาระกับครั้งก่อน แต่ส่วนเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนยังหาตัวไม่ ประเด็นนี้จึงเป็นการขยายผลของตำรวจนครบาล อย่างไรก็ตามขณะนี้พบเหตุการณ์ผิดปกติอยู่อีกว่า 100 กรณี ในลักษณะนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด

เมื่อถามว่า นางสาวศิริพร ไม่ได้กลับมาทำงานตำแหน่งเดิมใช่หรือไม่ นายชัชชาติ ย้ำว่าเราย้ายมาช่วยส่วนกลาง ให้ออกจากหน้าที่เดิม กรณีนี้เป็นกรรมเก่าที่ทำไว้ แต่ตำรวจมีวิธีไปสืบมามากขึ้น การร่วมมือสำนักงานอื่นทำให้เราจับทุจริตได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีอำนาจในการตรวจสอบเส้นเงิน แต่ กทม.สอบได้เพียงวินัยและทำตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ไม่มีอำนาจไปสืบว่ามีพ่อทิพย์หรือแม่ทิพย์หรือไม่

ขอขอบคุณตำรวจที่สอบสวนให้ลึกมากขึ้น เราต้องการแบบนี้อนาคตต้องมีความร่วมมือกับหน่วยงานนอกที่มีอำนาจในการสอบสวนมากกว่าให้มากขึ้น รวมถึงการล่อซื้อและลงโทษรุนแรง ยืนยันว่า กทม.พร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย

เมื่อถามว่าจังหวะประจวบเหมาะกัหรกับวันรับตำแหน่งหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ยิ่งเร็วยิ่งดี ทำไปเถอะ เชื่อว่าไม่มีใครตั้งใจในเรื่องเวลา เพราะถ้ารู้ก็ต้องทำเลย ทำให้เร็วที่สุด ขอบคุณตำรวจที่ช่วยขยายผลอยากให้ทุกหน่วยทำงานรวดเร็วเช่นนี้

สำหรับประเด็นการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยของ กทม.บางทีก็มีความล่าช้า ในการประชุมผู้บริหาร กทม.วันนี้ก็มีการหารือกัน เพราะที่ผ่านมามีการตั้งคนในสอบกันเอง ทำให้คนที่ตั้งไม่มีความเชี่ยวชาญในการสอบและไม่รู้กระบวนการสอบ จึงมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรมีหน่วยงานตรวจสอบโดยเฉพาะเหมือนกับ DSI ใน กทม.สอบวินัยอย่างเดียว จึงสั่งการให้ไปปรับปรุงกระบวนการสอบวินัย อาจจะมีหน่วยงานพิเศษที่เชี่ยวชาญด้านการสอบสวน สอบสวนให้เข้มข้นกว่าเดิม

เมื่อถามถึงลำดับต่อไปของกรณีนางสาวศิริพร นายชัชชาติ กล่าวว่า หากมีหลักฐานชัดเจนก็ต้องดำเนินการทางวินัยหรือไล่ออก หากนางสาวศิริพรมีเครือข่ายจะต้องจัดการให้หมด พร้อมกับสั่งการปลัดกรุงเทพมหานครติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ และให้ไปดูเรื่องรับรองบุตรและสมรสกับต่างชาติด้วย

“ต้องทำให้เร็วที่สุด ไม่มีอะไรบังเอิญ จังหวะมาก็ทำ ไม่มีใครคิดลึกขนาดนั้น ใจเราได้ยินก็ดีใจ เพราะหากผิดจริงก็ช่วยให้เอาคนไม่ดีออกไปได้อีก ตำรวจมีอำนาจสืบสวนเข้มข้น เอาจริง สืบได้ละเอียด” นายชัชชาติ กล่าว

Related Posts

Send this to a friend