ฝ่ายค้าน-สว. ทวงประธานรัฐสภาส่งศาลฎีกาไต่สวน ป.ป.ช. ปมยกคำร้องคดี ‘ศักดิ์สยาม’
‘ฝ่ายค้าน-สว.’ แท็กทีมทวงถาม จี้ประธานรัฐสภาส่งรายชื่อให้ประธานศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ ตรวจสอบ ป.ป.ช. ตีตกคดี ‘ศักดิ์สยามซุกหุ้น’ ภายในสัปดาห์นี้ บอกไม่มีเหตุผลให้ดึงเวลา 100 วัน ตั้งข้อสงสัยฟอกขาวให้พรรคพวกหรือไม่ ชี้หากไม่ดำเนินการ อาจเข้าข่ายผิด ม. 157
วันนี้ (8 ก.ค. 69) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมด้วย นางนันทนา นันทวโรภาส ตัวแทนกลุ่ม สว. ร่วมกันแถลงทวงถามความคืบหน้าหลังฝ่ายค้านเข้าชื่อกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งวันที่ 5 มิถุนายน 2569 ฝ่ายค้านและ สว. ได้เข้าชื่อกันเพื่อกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีซุกหุ้น หรือยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากการใช้นอมินีถือครองทรัพย์สินแทน แต่ ป.ป.ช. กลับยกคำร้องดังกล่าว ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
โดยส่งรายชื่อให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระมาไต่สวน ป.ป.ช. ซึ่งประธานรัฐสภามี 2 ทางเลือก คือส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกา หรือจะปัดตกคำร้อง วันนี้จึงมาทวงถามว่าประธานรัฐสภาจะตัดสินใจได้เมื่อไร ซึ่งในเชิงกฎหมายไม่มีกฎหมายข้อบังคับที่กำหนดว่าประธานรัฐสภาจะต้องตัดสินใจกี่วัน แต่หากอ้างอิงจากกรณีที่สมาชิกรัฐสภาเคยใช้กลไกนี้เข้าชื่อกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. รับสินบนทองคำจากตำรวจ ใช้เวลาตรวจสอบเพียงเดือนเดียว จากจุดที่ สว. เข้าชื่อต่อประธานวุฒิสภา ใช้เวลา 41 วัน ในการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ แต่เมื่อเทียบคำร้องของฝ่ายค้านนั้น ฝ่ายค้านและ สว. ผ่านมา 33 วันแล้ว จากวันยื่นเรื่องให้ประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา จึงขอเรียกร้องไปยังประธานรัฐสภาให้ดำเนินการให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งตรงกับช่วงการปิดสมัยประชุม
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า โจทย์เรื่องนี้ประธานรัฐสภาไม่ต้องฟันธงว่ากรรมการ ป.ป.ช. ทำผิดหรือไม่ แต่หากเห็นว่ามีเหตุให้สงสัย ก็สามารถดำเนินการส่งให้ศาลฎีกาได้แล้ว แต่หากประธานรัฐสภาไม่ส่ง ก็จะต้องตอบสังคมให้ได้ว่าเหตุใดจึงไม่มีข้อสงสัยต่อคดีนี้ ซึ่งประธานรัฐสภาอาจเป็นเพียงไม่กี่คนในโลกที่ไม่มีข้อสงสัยต่อการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในกรณีนายศักดิ์สยาม จึงขอให้ตัดสินใจภายในสัปดาห์นี้ หากล่าช้าหรือปัดตกคำร้องโดยไม่มีเหตุผลรองรับ แต่ละฝ่ายก็มีสิทธิในการกล่าวหาตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็หวังว่าประธานรัฐสภาจะตัดสินใจอย่างรวดเร็วและส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกา ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าขณะนี้ตรวจสอบรายชื่อแล้วเสร็จ และเอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานของประธานรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว
ด้านนางนันทนา กล่าวว่า เหตุผลที่ทวงถามเพราะผ่านมา 33 วันแล้ว ทั้งที่ได้รับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ 5 มิถุนายน แต่เหตุใดกลับไม่ดำเนินการ ซึ่งคงไม่ต้องรอครบ 100 วัน แต่ควรรีบดำเนินการตรวจสอบรายชื่อ และเหตุใดยังล่าช้า เพราะไม่ได้ปรากฏกรณี สส. สว. แสดงตนว่าถูกแอบอ้างรายชื่อ จึงตั้งข้อสงสัยว่าประธานรัฐสภาพยายามจะฟอกขาวให้กับพรรคพวกของตนเองหรือไม่ ดังนั้นหากจะพ้นข้อครหา ขอให้รีบดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งหากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ประธานรัฐสภาจึงควรเร่งดำเนินการ เพราะมาตรา 236 ไม่ได้เปิดดุลยพินิจให้ประธานรัฐสภาปิดกลบคำร้อง แต่หากเลือกใช้วิธีการไม่ส่งคำร้อง ก็จะต้องตอบประชาชนให้ได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นใน ป.ป.ช. และคำร้องฝ่ายค้านไม่สมเหตุสมผลอย่างไร อย่าดึงเช็งจนปิดสมัยประชุม และเมื่อเทียบเคียงกับ สว. ยื่นคำร้องถึงประธานวุฒิสภา ใช้เวลา 41 วัน ก็แล้วเสร็จในการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระโดยประธานศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. ที่รับสินบนตำรวจ ซึ่งหากประธานรัฐสภายังคงดึงเวลา อาจจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ด้วย
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ตนเองเคยยื่นขอเอกสารข้อมูลการไต่สวนทั้งหมดในคดีของนายศักดิ์สยาม จาก ป.ป.ช. ซึ่งเคยระบุไว้ในเอกสารว่าขอ 15 วัน โดยก่อนครบ 15 วัน ป.ป.ช. ได้เข้ามาชี้แจงกับฝ่ายค้านว่าเอกสารดังกล่าวได้รับการพิจารณาอยู่ โดยที่กำลังให้ฝ่ายกฎหมายตีความว่าส่วนไหนจะเปิดเผยได้บ้าง แต่มาจนถึงวันนี้ก็เกือบเดือนแล้ว ยังไม่มีคำตอบจาก ป.ป.ช. แต่ครั้งนั้นตนเองก็ให้ความเป็นธรรม
นายปกรณ์วุฒิ ยังฝากถึง ป.ป.ช. ว่า คำว่าโปร่งใสตรวจสอบได้ เป็นหนึ่งในคำขวัญของ ป.ป.ช. ตอนนี้ใครจะคาดหวังว่าคำนี้จะถูกใช้กับองค์กรนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และจากกรณีนาฬิกาเพื่อน ที่มีคดีความและสิ้นสุดลงเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น ตนเองอยากเตือน ป.ป.ช. อีกครั้งว่าการปกป้องใครบางคน คงเห็นแล้วว่าจุดจบเป็นอย่างไร














