BANGKOK

‘ชัชชาติ‘ จัด “ทริปไฟไหม้” หาเสียง 24 ชั่วโมง 50 เขต

‘ชัชชาติ‘ เล่นใหญ่จัด “ทริปไฟไหม้” หาเสียง 24 ชั่วโมง 50 เขต ปลื้มทีมงานสลัดภาพหาเสียงแบบเดิม ทำน้อยได้มาก ให้ 8 เต็มสิบ น้อมรับทุกคำวิจารณ์ หลังถูกสาดโคลนระบอบอากง ภาค 2 รับแอบศึกษานโยบายคู่แข่ง แต่ดูของ ’ดร.โจ‘ มากสุด

วันนี้ (25 มิ.ย. 69) เวลา 12.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดนัดเมืองไทยภัทร เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งระหว่างลงพื้นที่มีประชาชนมาให้กำลังใจและขอถ่ายรูปอย่างต่อเนื่อง โดยมีแม่ค้าร้านขายโตเกียว นำโตเกียวกรอบพร้อมยาดมให้นายชัชชาติ ก่อนจะระบุว่า ”กลัวอาจารย์เป็นลม เราเคยเจอกันเมื่อตอนหาเสียง 4 ปีที่แล้วค่ะ“

นายชัชชาติ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ว่า โค้งสุดท้ายแล้วเป็นห่วงอย่างเดียว คนอาจจะออกไปใช้สิทธิ์น้อย ตอนนี้ต้องช่วยพยายามกระตุ้นให้คนทราบว่าวันที่ 28 มิ.ย.นี้ มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ และ สก.ขอให้ออกไปลงคะแนนกันเยอะ ๆ เป็นการแสดงพลังตามระบอบประชาธิปไตยทำให้ผู้ว่าฯ คนใหม่ได้ฉันทามติจากพี่น้องประชาชน มีหลายเรื่องที่ผู้ว่าฯ คนใหม่ต้องไปเจรจาหาความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น จะได้สะท้อนว่าพลังของประชาชนหนุนอยู่ข้างหลัง ผู้ว่าฯ คนใหม่ก็จะมีฉันทามติจากประชาชนในการดำเนินงานต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.69) จะมีกิจกรรม “ทริปไฟไหม้” หาเสียง 24 ชั่วโมง 50 เขต เริ่มเวลา 18.00 น.ถึง 18.00 น.ของวันที่ 27 มิ.ย.69 หมดแรงก็เลิก เพราะอยากจะให้ประชาชนตื่นตัวให้มากที่สุด ไม่หวังให้เลือกเรา แต่อยากให้รู้ว่ามีการเลือกตั้ง จะเริ่มจากแถวช่องนนทรีเดินทางไปเรื่อย ๆ สลับกับการอยู่ในสตูดิโอ พยามจะเดินถึงเช้ามืดดูชีวิตคนกรุงเทพฯ 24 ชั่วโมงเป็นอย่างไร เผื่อคนทำงานช่วงกลางคืนไม่ได้รับข่าวสาร จะได้โปรโมทว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ โดยขอให้ติดตามผ่านเฟซบุ๊กช่อง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” และยูทูปของ “ทีมชัชชาติ”

“ขอให้เอาใจช่วยอยู่ให้ครบ 24 ชั่วโมง ไม่ใช่แป๊บนึงบอกว่าไม่ไหวแล้วเลิก เราจะมีรถแห่ ปั่นจักรยาน รายการเยอะแยะ เช่น ข่าว 9 มิติ รายการผี 9 อี้โยก รายการ 19 ราศี แอโรบิกตอนเช้ามืด ใครอยากดูก็ดู ไม่มีอะไรทำก็เปิดไว้แก้เหงา เป็นเพื่อนกัน”

นายชัชชาติ กล่าวต่อถึงนโยบายกรุงเทพฯ 24 ชั่วโมงหัวใจคือเรื่องไฟแสงสว่าง ที่ผ่านมาติดไฟ 115,000 ดวง ทั้งยังจะติดไฟ LED เพิ่มอีกแสนดวง กล้อง CCTV ที่ปัจจุบันมีอยู่ 64,500 ตัว จะเพิ่มให้ครบแสนตัว และขอจากเอกชนอีก 2 แสนตัว พร้อมกับใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ จุดเสี่ยงทั้งหมดของถนนก็จะปรับปรุงให้มีมาตรฐานความปลอดภัย ทางเดินเท้าก็จะขยาย มี Motorlance (จักรยานยนต์กู้ชีพฉุกเฉิน) ให้เข้าถึงอุบัติเหตุภายใน 8 นาที โดยพรุ่งนี้จะถือโอกาสไปเยี่ยมหน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ในเวลากลางคืนด้วย

ทั้งนี้การหาเสียงในช่วงที่ผ่านมาต้องขอบคุณทีมงานมาก เพราะเป็นการหาเสียงที่สร้างสรรค์เราเน้น 3 เรื่องคือ 1.คิดใหม่ อย่าคิดแบบเดิมเพราะจะได้แต่ของเดิม ๆ เช่น เราไม่มีป้ายหาเสียงเลยก็จะทำให้เราไม่เกะกะกับสิ่งแวดล้อม มีเรื่องสร้างสรรค์ศิลปินมาช่วยเราออกแบบป้ายหาเสียง 2.สนุก ทีมงานปล่อยของกันเต็มที่ พอเราสนุกก็จะเปิดรับไอเดียใหม่ ๆ เยอะขึ้น หากมาด้วยความเคร่งเครียด ทะเลาะกัน ด่ากัน ทุกคนจะไม่อยากฟังสิ่งใหม่ ๆ 3.ทำน้อยได้เยอะเพราะปัจจุบันโซเชียลมิเดียเยอะ เปรียบเทียบการติดป้ายหาเสียงพันแผ่น กับการติดป้ายหาเสียงแค่แผ่นเดียว แต่ถ้ามีความสร้างสรรค์เผยแพร่ได้เป็นล้านวิว

นี่คือ หัวใจของการทำงานอนาคตต้องเข้าใจโลกใหม่ เข้าใจเทคโนโลยี ทำน้อยเพื่อให้ได้เยอะ ทีมงานทำได้ดีเก่งกันมากมาจากหลายสารทิศ ให้ทีมงาน 8 คะแนน เพราะหากให้เต็มเลยก็จะไม่มีที่ว่างให้ปรับปรุง

เมื่อถามว่าเสียกำลังใจหรือไม่ที่ช่วงโค้งท้ายถูกสาดโคลน อย่างล่าสุดนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ออกมาเปิดระบอบอากง ภาค 2 นายชัชชาติ กล่าวว่า ไม่เป็นไร เป็นเรื่องธรรมดา ต้องรับคำวิจารณ์ให้ได้ คนอื่นอาจจะยังไม่ทำงานจึงไม่มีจุดให้พูด ไม่เป็นไรเรายืนนิ่ง ๆ เชื่อว่าผู้สมัครทุกคนมีความสามารถข้อมูลต่าง ๆ ก็ต้องมีการเช็กข้อมูลด้วย เพราะเราได้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น มีสื่อมวลชนถ่ายทอดข้อมูลจึงต้องให้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับประชาชนด้วย เรารู้ว่าโดนอยู่แล้วก็อธิบายไปตามเนื้อผ้า เชื่อว่าที่ผ่านมาทำเต็มที่และทำประโยชน์เพื่อประชาชนสูงสุด

อย่างไรก็ตามตนเองได้ศึกษานโยบายของคู่แข่งทุกคนแต่ดูของนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชนเยอะหน่อย ทุกคนมีข้อดี หากเราไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ นโยบายเราใครอยากจะเอาไปก็ยินดีเพราะนโยบายเป็นสาธารณะ ทุกคนคิดนโยบายมาไม่ได้หวังว่าจะให้เราใช้คนเดียว ถ้าใครเห็นประโยชน์ก็ยินดีให้เอาไปใช้ได้ เราให้ศึกษาให้ทีมงานศึกษานโยบายของผู้สมัครทุกคนวิเคราะห์ว่าจุดไหนดี

ช่วงท้ายนายชัชชาติ ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนเป็นภาษาอังกฤษ ถึงเหตุผลทำไมต้องเลือก “ชัชชาติ” กลับมาเป็นผู้ว่าฯ อีกครั้ง และประชาชนจะเห็นอะไรแตกต่างไปจาก 4 ปีที่ผ่านมา ว่า ตนเองทำงานตลอด 4 ปี หากเชื่อมั่นในตนเองและเชื่อมั่นในนโยบายที่เรามี 250 นโยบาย ก็จะเห็นว่าทีมชัชชาติได้ทำงานมาตลอด 4 ปี

สิ่งที่ประชาชนจะได้ในอีก 4 ปีข้างหน้า ประชาชนจะเห็นกรุงเทพมหานครมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความสามารถในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Productivity) ที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญของเมืองในอนาคต

Related Posts

Send this to a friend