สว. นพดล เชื่อ ไทยเหนือชั้นกว่า หลังคว้า 2 อดีตประธานศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ ร่วมทีม
สว. นพดล เชื่อ ไทยเหนือชั้นกว่า หลังคว้า 2 อดีตประธานศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ ร่วมทีม สภาสูงไทยปรับทำงานเชิงรุก พร้อมตอบโต้ ‘ฮุน เซน’
วันนี้ (17 มิ.ย. 69) นายนพดล อินนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้ง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และ นายทรงชัย ชัยปฏิยุทธ เอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต เป็นรองหัวหน้าคณะ เพื่อเข้าร่วมกระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ในกรณีข้อพิพาททางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา
นายนพดลกล่าวว่า มีความเหมาะสมมากที่นายสีหศักดิ์เป็นหัวหน้าคณะ และเอกอัครราชทูต ณ กรุงคูเวต ซึ่งเคยเป็นอดีตรองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมายระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เพราะฉะนั้นน่าจะมีข้อมูลครบถ้วนที่จะไปสนับสนุนนายสีหศักดิ์ คงจะทำงานเป็นทีมกันได้ด้วยดี ส่วนฝั่งกัมพูชาตั้งนายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เป็นหัวหน้าคณะเหมือนกัน และมีรัฐมนตรีกิจการชายแดนเข้ามาเป็นรองหัวหน้าคณะ ซึ่งตนเองมองว่าฝ่ายไทยดำเนินการตามขั้นตอนได้ดี
ส่วนคณะกรรมาธิการทั้ง 2 คน ที่ฝ่ายไทยเสนอ ได้แก่ Judge Albert Hoffmann ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศจากแอฟริกาใต้ และ Judge Rudiger Wolfrum นักกฎหมายชาวเยอรมัน ต้องยอมรับว่ามีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์และอาวุโสทั้งคู่ เพราะทั้งคู่เป็นประธานศาลกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ
“นาน ๆ จะเสนอประธานทั้งคู่ ซึ่งก็จะมีความเชี่ยวชาญทางทะเลเป็นอย่างมาก ท่านหนึ่งเคยเป็นผู้ประนอมภาคบังคับของติมอร์เลสเตและออสเตรเลียเช่นเดียวกัน เป็นที่น่าสังเกตว่าทางติมอร์เลสเตในอดีตเคยเสนอท่านนี้เป็นผู้ประนอม แสดงว่าท่านนี้ต้องมีความโดดเด่นมากทีเดียว และอย่าลืมว่ากรณีติมอร์เลสเตและออสเตรเลีย ติมอร์เลสเตได้เปรียบในเรื่องนี้” นายนพดลกล่าว
นายนพดลยืนยันว่าฝั่งไทยจะไม่เสียเปรียบ เผลอ ๆ จะมีความเหนือชั้นกว่าด้วยซ้ำไป แต่อย่างที่ตนเรียนมาโดยตลอด คณะกรรมาธิการทั้งหมดก็มีหน้าที่เสนอแนะและรับฟังข้อคิดเห็นจากทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชา ทั้งหมดนี้อยากให้มั่นใจได้ว่าบุคคลที่ถูกเสนอมาทั้งหมดเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และมีต้นทุนทางสังคมระดับโลกสูง คงไม่ทำอะไรที่ผิดกติกาของ UNCLOS โดยต้องลากเส้นตามหลักคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ชัดเจนมาก จะไปทำอะไรนอกเหนือจากนี้คงไม่ได้ และตนเองคิดว่าท่านเหล่านั้นคงไม่ไปทำเพราะต้นทุนสูง และประสบการณ์ที่ท่านสะสมมา จนมาถึงวันนี้ก็ไม่ใช่ง่าย ดังนั้นจึงไม่น่าวิตกมากนัก
เมื่อถามว่ามองว่าต่อไปแผนของประเทศกัมพูชาจะมีการคุยเรื่องผลประโยชน์ก่อนที่จะมีการแบ่งเขตแดน และต้องเจรจาอย่างไรให้เหนือกว่าประเทศกัมพูชา นายนพดลกล่าวว่า ตนเองคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศของเรารับทราบข่าวเบื้องต้นแล้ว และพยายามที่จะแย้งเรื่องนี้ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว เพราะกรรมาธิการทั้ง 5 คน เขามีแค่ข้อเสนอแนะเท่านั้นเอง ที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม ซึ่งการที่จะไปดำเนินการตามฝั่งกัมพูชาเสนอว่าหากขีดเส้น ลากเส้น หรือแบ่งเขตทางทะเลไม่สำเร็จ ก็ให้ทำเรื่องผลประโยชน์ไปพลางก่อน ซึ่งคงจะทำยาก เพราะเราไม่รู้ว่าหากไม่ลากเส้น ก็จะไม่รู้ว่ามีเขตที่ทับซ้อนอยู่ตรงไหน ฉะนั้นคิดว่าฝ่ายไทยคงแย้งเรื่องนี้ไป เป็นไปตามหลักกติกาสากล
ส่วนกรณีที่ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกมาตอบโต้เมื่อมีประเด็นเหล่านี้ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาของไทย ได้ลงนามแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของวุฒิสภาขึ้นมา โดยได้มอบหมายให้ตนเป็นประธาน หากมีกรณีใดที่ต่างประเทศโดยเฉพาะกัมพูชา หรือในอนาคตอาจมีประเทศอื่นซึ่งเรายังไม่ทราบ ทำให้ฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะวุฒิสภาของประเทศไทยในภาพรวมเสียหาย จากการปล่อยข่าวปลอม เราก็จะขอตอบโต้ในทุกประเด็น เพื่อให้สังคมไทยและสังคมโลกได้เข้าใจ ซึ่งเราได้เชิญทูตอาเซียนบวกสาม จำนวน 12 ประเทศ มาทำความเข้าใจเรื่องการยกเลิก MOU 2543-2544 ที่ผ่านมาทูตจำนวนทั้ง 12 ประเทศนั้นเข้าใจดี โดยจะนำไปขยายความให้กับประเทศที่ไม่ได้มาร่วมประชุมด้วย ซึ่งจะเป็นนโยบายหนึ่งของวุฒิสภาในการทำทูตเชิงรุก
เมื่อถามว่าได้มีการประเมินว่าจะได้ข้อยุติเรื่องพื้นที่ทับซ้อนหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า ในอดีตที่ผ่านมา MOU 2544 ไม่ได้มีการขยับไปไหน และไม่ได้มีความก้าวหน้าเลย แต่คณะกรรมาธิการฯ ของเราได้มีมติเอกฉันท์ที่จะยกเลิก ดังนั้นนี่จะเป็นกติกาสากลช่องทางหนึ่งที่จะทำให้สามารถหาข้อยุติโดยใช้กติกาสากล และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ เพราะส่วนหนึ่งที่ MOU 2544 ไม่ประสบความสำเร็จเพราะการลากเส้นของกัมพูชาไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล เมื่อเทียบกับประเทศไทย ดังนั้นเมื่อเราดึงทุกอย่างเข้าสู่กติกาสากล คิดว่าหลายเรื่องน่าจะสามารถหาข้อยุติได้












