‘เอกนิติ’ ลุยตลาดธนบุรี คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ วันแรก
‘เอกนิติ’ ควงผู้บริหารกรุงไทยลุยตลาดธนบุรี คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ วันแรก ย้ำโปร่งใสพร้อมให้ กมธ.ตรวจสอบ จ่อชง ครม.ทบทวนสิทธิ์กลุ่มไร้สมาร์ทโฟน
เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 69 ที่ตลาดสดธนบุรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของร้านค้าและการใช้สิทธิ์ของประชาชนในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเปิดให้ประชาชนและร้านค้าใช้สิทธิ์เป็นวันแรก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนขอให้เพิ่มวงเงินใช้จ่ายแต่ละวันจากเดิมที่มองว่าวันละ 333 บาทอาจน้อยไป และต้องการให้เพิ่มวงเงินจากเดือนละ 1,000 บาท เป็น 1,500 บาท ขณะที่นายเอกนิติชี้แจงว่าโครงการนี้รัฐต้องการช่วยลดค่าครองชีพจากผลกระทบการสู้รบในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
นายเอกนิติพูดคุยกับผู้ประกอบการและทดลองสแกนใช้จ่ายโครงการ โดยเลือกซื้อมะพร้าวถอดเสื้อราคา 60 บาท ซึ่งสแกนจ่ายในราคา 24 บาท พร้อมระบุว่า “ใช้ง่ายมากเลย” ก่อนแนะนำให้พ่อค้าแม่ค้าใช้แอปพลิเคชันนกกระซิบ ซึ่งเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยวิเคราะห์ยอดขายและช่วงเวลาที่มีลูกค้า เพื่อปรับเวลาพักผ่อนให้เหมาะสม รวมถึงสามารถนำข้อมูลยอดขายที่สรุปรายวันไปประกอบการยื่นกู้สินเชื่อกับธนาคารของรัฐเพื่อหลีกเลี่ยงหนี้นอกระบบ

นายเอกนิติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ต้องการรับฟังความเห็นจากพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งโครงการนี้ช่วยลดค่าครองชีพได้จริง เนื่องจากรัฐช่วยจ่ายร้อยละ 60 และประชาชนจ่ายร้อยละ 40 ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 26,005,000 คน และมีร้านค้าเข้าร่วม 1,050,000 ร้านค้า โดยเปิดรับร้านค้าเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน และงบโครงการต่างๆ นายเอกนิติ ยืนยันว่าไม่ขัดข้องและยินดีให้ตรวจสอบ โดยเน้นเรื่องความโปร่งใส เม็ดเงินถูกจ่ายตรงถึงประชาชน 100% ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังและถุงเงิน สำหรับสิทธิ์ที่ค้างอยู่ 3 ล้านสิทธิ์ จะถูกโยกไปใช้ในโครงการเยียวยาและลดความเดือดร้อนอื่นของประชาชนต่อไป
สำหรับกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนหรือผู้มีรายได้น้อย นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิ์ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.2 ล้านคน ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเปิดทบทวนสิทธิ์ใหม่ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย โดยเปิดให้ลงทะเบียนภายใน 2 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม หากผู้ใดไม่มีสมาร์ทโฟนและไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถติดต่อที่กระทรวงมหาดไทยได้โดยตรง
นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้มีสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์ในวันแรก แต่สามารถใช้ได้สูงสุดเดือนละ 1,000 บาท และจำกัดวันละ 200 บาท หากใช้ไม่หมดในแต่ละเดือนจะไม่สามารถสมทบไปเดือนถัดไปได้ เนื่องจากจุดประสงค์หลักคือการแก้วิกฤตปากท้องและลดค่าครองชีพ มากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้านนายผยง กล่าวถึงยอดการใช้จ่ายโครงการไทยช่วยไทยพลัสวันแรกว่า ตั้งแต่เวลา 06.00-09.00 น. มีการใช้จ่ายแล้วประมาณ 170 ล้านบาท มีผู้ใช้จ่ายเกือบ 900,000 คน มียอดซื้อขาย 1.1 ล้านรายการ ผ่านร้านค้ากว่า 220,000 ร้านค้า โดยธนาคารเตรียมระบบรองรับการทำธุรกรรมสูงสุด 300,000 ครั้งต่อวินาที เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานที่คาดว่าจะสูงสุดในช่วงเวลา 16.00 น.












