POLITICS

อดีตปลัดภูเก็ต ลุยฟ้องกลับเจ้าของที่ดินปมกล่าวหาเรียกรับสินบนที่ดิน 1 ล้าน ศาลนัดไต่สวน 26 ต.ค.นี้

‘รุ่งเรือง’ อดีตปลัดภูเก็ต ลุยฟ้องกลับเจ้าของที่ดินปมกล่าวหาเรียกรับสินบนที่ดิน 1 ล้าน ศาลรับฟ้องนัดไต่สวน 26 ต.ค.นี้ ยันไม่เกี่ยวโกงสอบท้องถิ่น จี้ถูกเอาผิดเร็วแบบสองมาตรฐาน

วันนี้ (16 ก.ค. 69) เวลา 09.41 น. นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายนรินทร์ สมนึก ทนายความส่วนตัว เดินทางมายังศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อยื่นฟ้องดำเนินคดีกลับกับบุคคลที่แจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาตนเองเรียกรับผลประโยชน์จำนวน 1 ล้านบาท เพื่อแลกกับการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินในพื้นที่ ต.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต พร้อมเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงกรณีที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จับกุมในคดีเรียกรับผลประโยชน์เพื่อช่วยเหลือการสอบบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น

นายรุ่งเรือง กล่าวว่า ตั้งแต่ตนถูกย้ายไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง และถูกส่งตัวกลับในวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเดียวกันนั้น ได้มีการนำผู้เสียหายไปแจ้งความว่าตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ในขบวนการสอบข้าราชการท้องถิ่น จนทำให้ตำรวจ บก.ปปป. ออกหมายจับในวันที่ 26 มิถุนายน และจากนั้นในวันถัดมาคือวันที่ 27 มิถุนายน ก็มีคำสั่งให้ตนออกจากราชการทันที โดยที่ไม่ได้เรียกสอบและไม่มีโอกาสอธิบายข้อเท็จจริงใด ๆ

สำหรับขบวนการเรียกรับผลประโยชน์สอบข้าราชการท้องถิ่น ยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เคยเรียกรับเงินเพื่อช่วยใครให้ได้รับตำแหน่ง ผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกจับกุมตัวทั้งจ่าพิชิต นายวิน และน้องสาวนายวิน ตนไม่เคยรู้จัก รวมถึงข้าราชการ 5 คนที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงอยู่ในขณะนี้ ก็ไม่เคยรู้จักและไม่มีเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัว ยืนยันว่าไม่เคยฝากใครรับตำแหน่ง หรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการนี้ล้านเปอร์เซ็นต์

“แต่สิ่งที่ตั้งข้อสังเกตคือ ทำไมกระบวนการเอาผิดตนถึงเดินไวมาก ใช้เวลาไม่นานก็ถูกให้ออกจากราชการ ต่างจากข้าราชการ 5 คนที่ถูกสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งเข้าไปเกี่ยวพันกับขบวนการมูลค่าความเสียหาย 4,000–5,000 ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังคงรับราชการอยู่เหมือนเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเอาผิดแบบสองมาตรฐาน” นายรุ่งเรืองกล่าว

ประเด็นที่สองที่อยากชี้แจงคือ การเรียกรับผลประโยชน์ในกรณีของการออกเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตำบลเชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต ตนรู้จักและนับถือบุคคลนั้น จึงไม่กล้าเรียกรับผลประโยชน์จากท่านแน่นอน

ด้าน นายนรินทร์ ทนายความ กล่าวว่า การฟ้องร้องวันนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเรียกรับผลประโยชน์สอบข้าราชการท้องถิ่น แต่เป็นการฟ้องกลับคนที่แจ้งความเอาผิดในเรื่องเรียกรับผลประโยชน์จากการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินจังหวัดภูเก็ต 1 ล้านบาท ซึ่งไม่เป็นความจริง จึงมาฟ้องดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ, ข้อหากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับความผิดทางอาญา และข้อหาหมิ่นประมาท

สำหรับข้อเท็จจริงเรื่องของเอกสารสิทธิ์ที่ดินเชิงทะเล จังหวัดภูเก็ต คณะกรรมการมีคำสั่งตั้งแต่ปี 2523 ว่าให้เพิกถอนที่ดินแปลงนี้ ต่อมาผู้ยื่นเรื่องขอทบทวนการเพิกถอนที่ดินเมื่อปี 2568 แต่ขณะนั้นอดีตปลัดภูเก็ตเพิ่งรับตำแหน่งไม่ถึง 6 เดือน ดังนั้นจะถูกกล่าวหาว่าเรียกรับผลประโยชน์ได้อย่างไร อีกทั้งประเด็นข้อพิพาทเรื่องนี้ ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาแล้วว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่สามารถให้ประชาชนทำประโยชน์ และไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้

ส่วนคดีเรื่องแชต “น้ำเงินช่วยด้วย“ ที่เกิดขึ้นช่วงเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการฟ้องผู้บังคับบัญชาอย่าง นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ที่เข้ามาแทรกแซง โดยเรื่องนี้ได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 แล้ว

ส่วนคดีที่มีการฟ้องกลับเรื่องกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์การออกเอกสารสิทธิ์ ล่าสุดศาลรับคำร้องโดยมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 26 ตุลาคมนี้ เป็นหมายเลขคดีดำที่ อ.2042/2569 (เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569)

Related Posts

Send this to a friend