CRIME

‘ไชยชนก’ จี้ Meta แจงปมไลฟ์สดอนาจาร จ่อแก้กฎกระทรวงเอาผิดแพลตฟอร์ม

วันนี้ (25 พ.ค. 69) เวลา 12.25 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) และ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ร่วมแถลงผลการประชุมมาตรการป้องกันและปราบปรามการไลฟ์สดอนาจาร ภายหลังหารือร่วมกับ คลารา โก๊ะ ผู้บริหารฝ่ายนโยบายสาธารณะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอาเซียนของบริษัท Meta นานกว่า 2 ชั่วโมง

นายไชยชนก เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันตรวจสอบและเร่งรัดดำเนินคดีกับคอนเทนต์ครีเอเตอร์รวมถึงแพลตฟอร์มอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมปรับปรุงกฎกระทรวงตามมาตรา 15 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งเดิมกำหนดให้เวลาแพลตฟอร์มระงับบัญชีที่ผิดกฎหมายภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรับผิดชอบร่วม แต่อนาคตจะปรับเกณฑ์ให้เหมาะสมกับพฤติการณ์แต่ละเนื้อหา หากพบว่าแพลตฟอร์มปล่อยปละละเลย ยินยอม หรือได้ประโยชน์จากการกระทำผิด จะต้องรับผิดชอบร่วมด้วยภายใต้แนวทางกฎหมายเดียวกับการควบคุมบัญชีม้า

สำหรับข้ออ้างของ Meta ที่ระบุว่า บัญชีดังกล่าวเปิดไลฟ์ทิ้งไว้ยาวนาน 7-8 ชั่วโมง เนื่องจากใช้ระบบสลับภาพ (AI Switch) เช่น การแปะภาพคนนั่งคุยกันทั่วไปหรือการใส่หน้ากากเพื่อหลบเลี่ยงอัลกอริทึม นายไชยชนกย้ำว่าคำชี้แจงดังกล่าวฟังไม่ขึ้น และได้สั่งการให้ Meta ส่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการปิดกั้น อัลกอริทึม และการตรวจจับทั้งหมดกลับมาให้กระทรวงตรวจสอบภายใน 3-5 วัน นอกจากนี้ปัญหานี้สุ่มเสี่ยงส่งผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและเยาวชนในระยะยาว จึงเตรียมนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะเพื่อวางแนวทางระดับประเทศต่อไป

ส่วนกรณีการแชร์เนื้อหาอนาจารดังกล่าวนั้น ถือว่ามีความผิดร่วมในการเผยแพร่ตามกฎหมาย ขณะที่การกดไลก์และคอมเมนต์แม้จะยังไม่ถือเป็นการเผยแพร่เพิ่ม แต่พฤติกรรมดังกล่าวจะไปกระตุ้นอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มให้กระจายเนื้อหามากขึ้น ซึ่งกระทรวงกำลังปรึกษาทีมกฎหมายเพื่อหาช่องทางเอาผิดในส่วนนี้ด้วย พร้อมแจ้งเตือนประชาชนห้ามกดลิงก์รับชมย้อนหลังเด็ดขาด เนื่องจากกลุ่มมิจฉาชีพมักฝังลิงก์หลอกลวงหรือฟิชชิง (Phishing) หากพบเห็นให้กดรายงาน (Report) ทันที

ด้าน ดร.ชัยชนะ ระบุว่า ปัจจุบันตรวจพบวิดีโอไลฟ์สดลักษณะดังกล่าวเพิ่มเติมรวมเป็น 5 บัญชี ซึ่งกระทรวงได้ส่งมอบหลักฐานให้ตำรวจไซเบอร์และตำรวจ ปอท. ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 17 เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ เปิดเผยผลตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ทั้ง 5 บัญชีเป็นบัญชีอวตารที่ใช้ภาพบุคคลหน้าตาดีมาตั้งโปรไฟล์ และพบพฤติการณ์แฝงลิงก์ฟิชชิงเพื่อดักเก็บข้อมูลผู้เข้าชม โดยมีข้อมูลการเชื่อมโยงระบบฟิชชิงไปยังโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศจอร์เจีย ซึ่งเชื่อว่าทำกันเป็นขบวนการและเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์

พล.ต.ต.นิเวศน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงที่มีการไลฟ์สดพบมียอดผู้เข้าชมหลักหมื่นคน และมีการบันทึกวิดีโอไปเผยแพร่ต่อในเว็บอนาจารและเว็บพนัน ซึ่งตำรวจจะขยายผลเอาผิดกลุ่มบุคคลที่นำคลิปไปหาประโยชน์ทั้งหมด หากข้อมูลพยานหลักฐานจาก Meta ส่งกลับมาครบถ้วน การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดชาวไทยจะสามารถทำได้ทันที ส่วนคอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่อยู่ต่างประเทศจะประสานความร่วมมือไปยังองค์การตำรวจสากล (Interpol) ต่อไป

Related Posts

Send this to a friend