‘สิริพงศ์’ คาดใช้เวลา 2 ชม. คืนผิวจราจรได้ ยันถูกผิดว่าไปตามพยานหลักฐาน
‘สิริพงศ์’ เผย คาดใช้เวลา 2 ชม. คืนผิวจราจรได้ ยันถูกผิดว่าไปตามพยานหลักฐาน ไม่มีโยนไปโยนมา ถอดกล่องดำตรวจสอบทราบผลความเร็วพรุ่งนี้ ให้การบ้านหามาตรการที่เข้มข้นป้องกันเหตุซ้ำ ด้านผู้ว่าฯ รฟท. รับเหตุไม้กั้นไม่ตก อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขณะที่ ขสมก. เตรียมเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ – เสียชีวิต สูงสุด 1.5 ล้านบาท
เรื่องคดีเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวน คาด 2 ชม. คืนผิวจราจร ด้านผู้ว่าการรถไฟฯ รับเหตุเกิดไม้กั้นไม่ตก ขณะที่ ขสมก. เตรียมเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บ-เสียชีวิต สูงสุด 1.5 ล้านบาท
วันนี้ (16 พ.ค. 69) เวลา 19.35 น. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมกันแถลงภาพรวมอุบัติเหตุรถไฟขนส่งสินค้า หมายเลข 2126 แหลมฉบังปลายทางบางซื่อชนรถโดยสารประจำทาง ขสมก. สาย 206 ที่บริเวณสถานีรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง
นายสิริพงศ์ เปิดเผยว่า มีรายงานผู้สูญเสีย 8 ราย ผู้บาดเจ็บ 32 ราย แบ่งเป็นเคสสีเขียว 15 สีเหลือง 15 สีแดง 2 ราย โดยนายกรัฐมนตรี ได้กำชับกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ดูแลผู้บาดเจ็บอย่างดีที่สุด ซึ่งจากนี้ไปกองพิสูจน์หลักฐานจะใช้เวลาอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อใช้ในการเก็บพยานหลักฐานต่าง ๆ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล และจะสามารถอนุญาตให้เคลื่อนย้ายรถบัสได้ โดยทาง กทม. เตรียมรถเครนไว้แล้ว และทาง รฟท. ก็เตรียมหัวลากไว้เรียบร้อยแล้ว คิดว่าไม่น่าเกิน 2 ชั่วโมงต่อจากนี้น่าจะสามารถเคลียร์คืนพื้นผิวจราจรให้กับประชาชนได้
ด้านนายอนันต์ กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ ขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นเรื่องของการคืนพื้นผิวจราจรให้เร็วที่สุด โดยการรถไฟฯ ได้เตรียมการเคลื่อนย้ายหลังจากที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อคืนพื้นผิวการจราจร รวมถึงเรื่องการขนส่งผู้โดยสาร รฟท. ได้ดำเนินการขนส่งผู้โดยสารที่สถานีหัวลำโพงให้ไปที่ปลายทางเรียบร้อยแล้ว
สำหรับสาเหตุเบื้องต้นของอุบัติเหตุครั้งนี้ เกิดจากเครื่องกั้นถนนระหว่างถนนกับทางรถไฟในระนาบเดียวกัน ชนิดพนักงานควบคุม และมีเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเอาลงได้ เนื่องจากมีรถค้างอยู่บนทางรถไฟ โดยปกติแล้วทางรถไฟไม่อนุญาตให้รถมาจอดบนทางรถไฟได้ในระยะข้างละ 5 เมตร และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนเครื่องกั้นก็ไม่สามารถนำที่กั้นถนนลงมาได้ ประกอบกับมีขบวนรถไฟเดินทางเข้ามา ไม่สามารถหยุดได้ทัน จึงนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ซึ่งการสอบสวนต่อจากนี้ไป การรถไฟฯ จะทำการสอบสวนในเรื่องของการดำเนินการขับรถของพนักงานขับรถ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และจะมีการถอดเทปความเร็วของขบวนรถด้วยว่ามีการดำเนินการอย่างไร
ขณะที่ นายกิตติกานต์ เผยว่า ในส่วนของ ขสมก. ตามรายงานมีผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย โดยในส่วนความรับผิดชอบ เราได้มีการทำประกันภัยกับบริษัทเมืองไทยประกันภัย และมี พ.ร.บ. คุ้มครองให้กับบุคคลภายนอก โดยมูลค่าการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้ประสบอุบัติเหตุ กรณีที่เสียชีวิตเบื้องต้นจะอยู่ที่ 1,500,000 บาท แต่ผู้ประสบภัยที่ได้รับบาดเจ็บก็จะมีค่าช่วยเหลือส่วนแรก 80,000 บาท จนไปถึงกรอบวงเงิน 500,000 บาท
ทั้งนี้ ได้เตรียมความพร้อมในการเยียวยาช่วยเหลือให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยทุกท่าน และหลังจากนี้ไปรัฐมนตรีก็ได้ให้แนวทางเยี่ยมให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บ และแสดงความรับผิดชอบให้ชัดเจนทั้งหมด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าตามปกติแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณไม้กั้น ในตอนเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่คอยโบกธงและให้สัญญาณหรือไม่ นายอนันต์ ระบุว่า ตามปกติเป็นเครื่องกั้นที่มีพนักงาน และมีพนักงานของการรถไฟฯ ประจำอยู่ที่ซุ้ม ทำหน้าที่ปลดตัวคานไม้กั้นขึ้นลง ปัจจุบันนี้เราก็ยังได้ยินเสียงอยู่ เวลารถไฟเข้าจะมีเสียงสัญญาณเสียงและสัญญาณแสงเตือน เพื่อให้พนักงานกั้นถนนปิดกั้นการจราจรทั้งสองข้าง เนื่องจากคันกั้นถนนเป็นมอเตอร์ควบคุมจะต้องกดปุ่มให้ไม้กั้นขึ้นลง ทั้งนี้ตามหลักไม้กั้นไม่ลงมา รถไฟจะผ่านไม่ได้ โดยคนขับรถไฟต้องจอดที่ขอบถนน ส่วนนี้จะต้องสอบสวนกล่องดำว่ารถไฟมีการจอดหรือไม่
ส่วนตามหลักรถจะต้องห่างจากรางรถไฟไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีนี้รถเมล์คร่อมรางอยู่ จะเข้าข่ายประมาทหรือไม่ นายอนันต์ ระบุว่า คงต้องดูในรายละเอียด เพราะเป็นเรื่องในพนักงานสอบสวน
นายสิริพงศ์ กล่าวเสริมว่า รถไฟไปดำเนินการในส่วนของรถไฟกรณีที่มีรถฝ่า และไม้กั้นไม่ลง ส่วน ขสมก. ก็ต้องไปดำเนินการในส่วน ขสมก. ว่า การขับรถประจำทางในลักษณะเช่นนี้เป็นวิธีปฏิบัติของ ขสมก. หรือไม่ อย่างไรก็ตามเรื่องยังมีในส่วนของคดี ที่เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนด้วย
ทั้งนี้ ตนเองเข้าใจถึงความกังวลของประชาชนในเรื่องความปลอดภัย แต่สิ่งที่กระทรวงคมนาคมยืนยันได้คือเราให้ความสำคัญกับความปลอดภัย โดยเฉพาะเรื่องรถขนส่งสาธารณะ จะเห็นได้ว่ากระทรวงคมนาคมมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่ใช่มีเหตุแล้วถึงมาดำเนินการ เช่น เมื่อวานนี้ (15 พ.ค. 69) ตนเองไปให้นโยบายที่กรมการขนส่งทางบก มีการพูดคุยกันเรื่องความปลอดภัยของรถนักเรียน รถโดยสาร รถขนส่ง รถสาธารณะ เป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมพยายามทำต่อเนื่องมาโดยตลอด แม้กระทั่งการจัดการแพลตฟอร์มและใบขับขี่สาธารณะ ทั้งหมดก็เป็นเรื่องความปลอดภัยทั้งสิ้น แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีความผิดพลาดจำเป็นจะต้องหาคนผิดให้ได้ สิ่งที่เราจำเป็นจะต้องทำต่อจากนี้คือ การบังคับใช้กฎหมายที่มีความเข้มข้นมากขึ้น รุนแรงมากขึ้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมากที่สุด ส่วนเรื่องการบริการจะต้องมีมาตรการที่เข้มข้นกว่านี้ ส่วนในพื้นที่ดังกล่าวที่มีการฝ่าฝืนกฎจราจรอยู่บ่อยครั้ง เบื้องต้นได้ให้โจทย์กับผู้ว่าการรถไฟฯ ไปว่า จะจัดการอย่างไรและให้ตอบกลับภายในวันพุธที่จะถึงนี้
เมื่อถามถึงคนคุมกั้นรถไฟได้กดปุ่มหรือพยายามทำอะไรหรือไม่ นายอนันต์ กล่าวว่า ไม่สามารถทราบได้แต่ขั้นตอนการทำงานเบื้องต้นเครื่องกั้นถนนที่มีพนักงานควบคุมจะต้องมีการกดปุ่มเตือนก่อน ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน ส่วนความเร็วของรถไฟ จะมีการถอดกล่องดำไปตรวจสอบเช่นกัน
นายสิริพงศ์ ย้ำว่า ไม่มีการโยนว่าใครเป็นผู้กระทำผิด ใครผิดก็ว่าไปตามผิด กระทรวงคมนาคมไม่มีหน้าที่ตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก จะต้องเป็นตำรวจที่ดูสำนวน ดูองค์ประกอบโดยรวม และพยานหลักฐาน












