POLITICS

นายกฯ บอก ยังไม่จำเป็นต้องสังคายนาการออกทะเบียนราษฎร – ให้สัญชาติ หลังพบต่างชาติสวมสิทธิ์

นายกฯ บอก ยังไม่จำเป็นต้องสังคายนาการออกทะเบียนราษฎร – ให้สัญชาติ หลังพบต่างชาติสวมสิทธิ์ ชี้ กฎหมายมีอยู่แล้ว หากใครทำผิดไม่มีทางรอด ขออย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน ส่วนปมชายชาวจีน มีอาวุธสงคราม ต้องขยายผลไปให้ถึงขบวนการ และเครือข่าย

วันนี้ (11 พ.ค. 69) เวลา 12.38 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายความมั่นคง รวมถึงกระทรวงมหาดไทย มีความหละหลวมในการออกทะเบียนราษฎรให้กับชาวจีน จนทำให้เกิดการสวมสิทธิ์กัน ว่า ตอนนี้การออกทะเบียนราษฎร และการโอนสัญชาติมีความเข้มข้นมาก ตั้งแต่กรณีที่เป็นประเด็นขึ้นมา แต่ตนไม่ขอเอ่ยชื่อ เนื่องจากต้องเคารพสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งเท่าที่ทราบก็ไม่ได้มีการให้สัญชาติอะไร แต่อย่างที่บอกคืออย่าเอาปลาเน่าตัวเดียวไปติเรือทั้งโกลน มันไม่ได้

ส่วนจำเป็นต้องสังคายนาใหม่ทั้งหมดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไม่จำเป็น เพราะเรื่องนี้มีกฎระเบียบอยู่แล้ว เพียงแต่เราต้องอย่าให้คนที่มีปัญหาทำผิดกฎหมาย หรือมีประวัติไม่ดี เข้ามาในสารระบบเท่านั้นเอง และเราก็อย่าแกล้งเซ่อ เพราะมันไม่มีทางหลุดรอดพ้นกระบวนการตรวจสอบหรือพิจารณาของราชการไปได้ ถ้าหลุดไปก็ดำเนินการลงโทษไปไม่รู้กี่คนแล้ว เช่น กรณีของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีการนำบัตรประชาชนไปขาย นายอำเภอที่เกี่ยวข้องก็โดนคดี และโดนให้ออกจากราชการแล้ว ดังนั้นหากใครทำผิดเราก็จะใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการ

เมื่อถามว่า จะต้องมีการทบทวนนโยบายฟรีวีซ่าด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เราจึงกำลังทบทวนอยู่ ฉะนั้นก็ต้องชั่งน้ำหนักด้วย ไม่ใช่ว่าฟรีจนไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย เพราะตอนที่เรายังไม่มีนโยบายนี้ ก็ไม่ได้มีการปล่อยวีซ่า จึงต้องหาจุดที่มันลงตัว อย่าเอามาเพียงบางกรณี เนื่องจากเรายังสามารถสร้างรายได้ให้กับคนได้อีกเป็นจำนวนมาก

สำหรับกรณีการจับกุมชายชาวจีนที่ครอบครองอาวุธสงครามเป็นจำนวนมาก นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ได้รับรายงานตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเราได้มีการขยายผลแล้ว ขณะเดียวกันตนก็ได้คุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติด้วยว่าคนที่สั่งสมอาวุธร้ายแรง หรืออาวุธปืนเป็นงานอดิเรกนั้น ในขณะนี้ตามกฎหมายทำไม่ได้ เพราะตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ 2-3 ปีก่อน ได้ออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยห้ามพกอาวุธ ห้ามพกพา ห้ามซื้อ และห้ามออกใบอนุญาต ดังนั้นจะมาทำเป็นงานอดิเรกไม่ได้ เราไม่มีข้อยกเว้น โดยเฉพาะกรณีที่เป็นชาวต่างชาติด้วย

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ตนได้บอกกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไปว่าลองนึกถึงกรณีที่หากเราไปทำแบบนี้ในต่างประเทศ จะได้กลับประเทศหรือไม่ เพราะคงเป็นเรื่องราวใหญ่โตมโหฬารอย่างแน่นอน ดังนั้นต้องดำเนินการขยายผลไปให้ถึงขบวนการและเครือข่าย จนกว่าจะมั่นใจได้ว่าไม่มีความอันตรายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือต่อบุคคลใด โดยเฉพาะประชาชนชาวไทย

Related Posts

Send this to a friend