ประชาธิปัตย์ ชงยื่นญัตติด่วนตั้ง กมธ. วิสามัญศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ หวั่นถูกทิ้งร้าง
พรรคประชาธิปัตย์ ชงยื่นญัตติด่วนตั้ง กมธ. วิสามัญศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ หวั่นถูกทิ้งร้าง หลัง บ. เดินเรือชี้อาจไม่คุ้มค่า ลำเลียงสินค้าขึ้นเรือหลายต่อ
วันนี้ (29 เม.ย. 69) นายกรณ์ จาติกวณิช สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ โดยระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติด่วน ขอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์ เนื่องจากสะท้อนความเร่งรีบผิดปกติของรัฐบาล ที่จะผลักดันโครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งที่ควรจะเป็นโครงการที่พิจารณาอย่างละเอียด โปร่งใส รอบคอบ แต่กลับยังไม่มีข้อมูลชัดเจนให้พิจารณาศึกษา
นับเป็นเรื่องแปลกที่ในนโยบายรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ที่นำเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ช่วงหาเสียง ไม่ปรากฏว่ามีโครงการดังกล่าวเป็นนโยบายของทั้งสองพรรค และเมื่อมาถึงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ไม่ปรากฏว่าโครงการที่มีความสำคัญ มีผลผูกพันงบประมาณของประเทศไปอีกหลาย 10 ปีในอนาคต ถูกนำเสนอต่อรัฐสภาในวันแถลงนโยบาย วันนี้กลับกลายเป็นโครงการที่รัฐบาลบอกว่าจะให้ความสำคัญ เป็นโครงการระดับประเทศที่รัฐบาลพร้อมผลักดันทันที พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลในหลายมิติ โดยเฉพาะ สส. ภาคใต้หลายจังหวัด ได้ร่วมกันลงนามในญัตติด่วน เพื่อสะท้อนความกังวลในเขตพื้นที่ที่มีต่อความความคุ้มค่าของโครงการ
การใช้เงิน 1 ล้านล้านบาทในโครงการที่นักวิชาการหลายฝ่ายพูดถึงความกังวลว่าไม่มีทางจะคุ้มค่า บริษัทเดินเรือภาคเอกชนก็แจ้งข้อมูลมายังพรรคประชาธิปัตย์ว่าแม้จะสร้างเสร็จแล้วก็ไม่คุ้มที่จะนำมาใช้บริการ หากคิดว่าจะใช้แลนด์บริดจ์ในการลำเลียงขนส่งสินค้าจากซีกตะวันตกไปยังตะวันออก จะสามารถประหยัดเวลาได้ เมื่อเทียบกับการเดินเรือไปยังช่องแคบมะละกา ต้องคิดใหม่ เพราะการขนส่งสินค้าผ่านโครงการดังกล่าว เป็นการลำเลียงสินค้าขึ้นลงเรือหลายต่อ มีภาระค่าใช้จ่าย มีประเด็นเรื่องเงื่อนไขเวลา สุ่มเสี่ยงต่อการถูกทิ้งร้าง เป็นโครงการที่นำเสนอโดยไม่มีข้อมูลรายละเอียด และไม่เคยส่งสัญญาณต่อประชาชนว่าจะทำ
นายกรณ์ กล่าวว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร เงิน 1 ล้านล้านบาท ตามนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์เสนอต่อประชาชน สามารถที่จะนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของการพัฒนาระบบเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวใต้ได้หลายโครงการ ยกตัวอย่างเช่น เราเสนอให้มีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใต้ เชื่อมระหว่าง จ. นราธิวาสไปถึงกรุงเทพฯ ใช้งบประมาณ 400,000-500,000 ล้านบาท บวกกับการพัฒนาขนส่งผ่านระบบรถไฟทางคู่ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เสนอให้มีการวิ่งบนระบบรถไฟฟ้าทั้งสิ้น ใช้งบประมาณเพิ่มเติม 100,000-150,000 ล้านบาท
ขณะที่โครงการท่าเรือน้ำลึก เราสนับสนุนให้มีทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยในพื้นที่ที่เหมาะสม ใช้งบประมาณอีกเพียง 100,000 ล้านบาท โดยรวม 3-4 โครงการ ใช้งบประมาณ 700,000 ล้านบาท น้อยกว่างบประมาณที่ต้องใช้ในโครงการแลนด์บริดจ์ที่ไม่มีประโยชน์ ไม่ชัดเจนว่าจะสร้างเสร็จหรือไม่ ประชาชนจะมีใครบ้างที่ได้รับผลประโยชน์
ดังนั้นก่อนที่รัฐบาลจะเดินหน้ากับโครงการนี้ ขอให้ สส. มีโอกาสปรึกษากับหน่วยงานราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อมูลข้อเท็จจริง ช่วยให้รัฐบาลพิจารณาตัดสินเรื่องที่เป็นผลประโยชน์สูงสุดต่อเงินภาษีของประชาชน












