พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่ ‘อภิสิทธิ์’ ขอบคุณสมาชิก
หลังสู้ศึกเลือกตั้ง ลุยวางรากฐานงานใน-นอกสภาฯ ให้เป็นระบบ หวังเป็นฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง พร้อมประสานอดีตรัฐมนตรี-สส. เข้าทำงานใน กมธ.
วันนี้ (25 เม.ย. 69) เวลา 09.30 น. พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 โดยมีบรรดากรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช ดร. การดี เลียวไพโรจน์ และนายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค ซึ่งมีการประชุมผ่านระบบออนไลน์ด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤตน้ำมันในปัจจุบัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมครั้งนี้เป็นการรายงานผลการดำเนินงานของพรรคในรอบปีที่ผ่านมา รวมไปถึงรับรองงบการเงินประจำปี 2568 ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 แต่จะไม่มีการแต่งตั้งรองหัวหน้าพรรคแทนนายวีระพงษ์ ประภา ที่ลาออกไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายอภิสิทธิ์กล่าวช่วงหนึ่งในที่ประชุมว่า ต้องขอบคุณทุกคนในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีจากทุกฝ่ายด้วยข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเวลาที่ทำให้อาจเกิดความไม่พร้อมในการบริหารจัดการและกระบวนการสรรหาผู้สมัคร ทุกคนคงเข้าใจในข้อจำกัดนี้ดี ส่วนผลการเลือกตั้งที่ออกมาในส่วน สส. ระบบบัญชีรายชื่อนั้นไม่ได้ห่างจากเป้าหมายและความคาดหมายที่เรามี เมื่อคิดสัดส่วนคะแนนของบัญชีรายชื่อกลับไปอยู่สูงกว่าปี 62 เล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นฐานที่เราจะสามารถใช้ในการขยายไปสู่การเติบโตในวันข้างหน้าได้ แต่ต้องยอมรับว่าการแข่งขันในระบบเขตเลือกตั้งยังไม่ได้เป็นไปตามที่เราคาดหวัง ซึ่งตนเองก็ได้รับฟังหลังจากการเลือกตั้งแล้วจากทุกภาคที่พูดถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ทำให้เราไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้

ทั้งหมดนำมาสู่การปรับแผนการดำเนินการทั้งหมด เราก็มั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เรามีเวลาในการเตรียมตัวตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จ และได้เดินหน้าในการวางรากฐานหลายอย่างแล้ว ขณะที่การทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แม้พรรคประชาธิปัตย์จะมีเพียง 21 เสียง แต่เสียงของเราก็เป็นเสียงที่ดังพอสมควร สส. ทุกคนตั้งใจใช้ทุกโอกาสในสภาฯ ไม่ว่าจะเป็นการเสนอญัตติ กระทู้ถาม และการเสนอกฎหมายควบคู่กับการอภิปราย เช่น การอภิปรายนโยบายรัฐบาล ทำให้เห็นถึงการทำงานของเราในฐานะฝ่ายตรวจสอบที่เข้มแข็ง มีเหตุและผล มีความพร้อม ความสร้างสรรค์ และมีข้อเสนอแนะรวมถึงฉายภาพให้เห็นถึงแนวคิดของพรรคเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ของสังคม เศรษฐกิจ การเมืองในทุกเรื่อง
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า การทำงานในสภาฯ ไม่เพียงพอ ขณะนี้เรากำลังวางแผนในการทำงานนอกสภาฯ ให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นในช่วงปิดสมัยประชุมหรือเดือน ก.ค. นี้เป็นต้นไป ขณะนี้สิ่งที่ผู้บริหารพรรคได้ทำเรื่องคือความพยายามที่จะใช้เทคโนโลยีและการเชื่อมโยงเข้าหากันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แม้กระทั่งการเข้ามายืนยันตัวตนในการประชุมใหญ่ในวันนี้ ต่อไปคือการเชื่อมโยงกับสมาชิกพรรคทั้งประเทศที่ใช้แอปพลิเคชัน และระบบที่ทำให้สื่อสารภายในได้รับรู้รับทราบประเด็น ข้อห่วงใย และความคิดเห็นของสมาชิกควบคู่ไปกับความเคลื่อนไหวในการทำงานของพรรค ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร สส. สาขาพรรค และตัวแทนจังหวัด
โดยขณะนี้สภาฯ ได้ข้อยุติแล้วเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาฯ 35 คณะ แต่พรรคประชาธิปัตย์มีจำนวนที่ได้ที่นั่งในคณะกรรมาธิการ 22 ที่นั่ง ทำให้เราไม่ได้เป็นคณะกรรมาธิการครบทุกคณะ แต่จะพยายามประสานกับทุกคณะกรรมาธิการว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่เราจะขอให้มีตำแหน่งของคณะกรรมาธิการเป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ผู้ชำนาญการ หรือเลขาฯ อะไรก็แล้วแต่ตามระเบียบของสภาฯ
นายอภิสิทธิ์อยากให้ผู้ที่มีประสบการณ์ ทั้งอดีตรัฐมนตรี อดีต สส. ที่ประสงค์จะเข้ามาทำงานในส่วนของคณะกรรมาธิการเหล่านี้ เร่งแจ้งเข้ามาถึงความสนใจการทำงาน และหากคณะกรรมาธิการไหนที่เราไม่มีคณะกรรมาธิการก็จะให้พรรคร่วมฝ่ายค้านช่วยนำเสนอว่าจะสามารถเข้าไปมีบทบาทหรือมีส่วนร่วมในคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ได้มากน้อยเพียงใด สำหรับประธานคณะกรรมาธิการ พรรคประชาธิปัตย์ได้มา 2 คณะ คือคณะกรรมาธิการสาธารณสุข และคณะกรรมาธิการ ปปง. ใน 2 คณะนี้อย่างน้อยเราน่าจะมีโอกาสในการคัดสรรบุคคลเข้าไปเสริมได้ดียิ่งขึ้น













