สว.นันทนา อัดรัฐบาลทำนโยบายทุ่งลาเวนเดอร์ มัวแต่ท่องคาถารวยไม่ไหวแล้ว แต่ ปชช.ทนไม่ไหว
สว.นันทนา อัดรัฐบาลทำนโยบายทุ่งลาเวนเดอร์ มัวแต่ท่องคาถารวยไม่ไหวแล้ว แต่ ปชช. เขาทนไม่ไหว ลั่นจะเทไม่ได้หลังจงใจไม่ใส่เรื่องแก้ รธน. ถามรัฐบาลชุดนี้ตั้งมาเพื่อใคร
วันนี้ (9 เม.ย. 69) ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 วาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในที่ประชุม
นางสาวนันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายในฐานะ สว. อิสระ ซึ่งได้เวลาในการอภิปราย 3 นาทีเท่ากับครั้งที่แล้ว จึงตั้งคำถามว่าเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจะอยู่สั้น ๆ เหมือนครั้งที่แล้วหรือไม่ รัฐบาลนี้จัดตั้งขึ้นในภาวะวิกฤตพลังงานจึงเกิดภาวะเศรษฐกิจไปพร้อมกัน จากนโยบาย 23 ข้อรัฐบาลกำลังจัดนโยบายอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ แต่ประชาชนทั้งประเทศมีชีวิตอยู่ในทุ่งกุลาร้องไห้
“รัฐบาลมัวแต่ท่องคาถารวยไม่ไหวแล้ว รวยคือพวกท่าน แต่เสียงในหัวของประชาชนบอกว่า เขาทนไม่ไหวแล้ว“
นางสาวนันทนา กล่าวต่อว่านั่งฟังนายกฯ แถลงด้วยความปวดใจ เพราะปัญหาใหญ่ของประเทศไม่ได้ถูกบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาลเลย ถ้อยแถลงนโยบายใช้วาทกรรมสวยหรูไม่ได้แก้ปัญหา เปรียบเหมือนประเทศอยู่ในห้องไอซียูยังชวนประชาชนมาสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล ชีวิตของชาวเหนือในเวลานี้กำลังเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับฝุ่นพิษ PM 2.5 อยู่กับอากาศเลวร้ายที่สุดในโลกมา 2 สัปดาห์แล้ว แต่รัฐบาลไม่บรรจุเรื่องนี้ในนโยบาย และยังไม่มีเจตจำนงที่จะนำร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด กลับมาดำเนินการให้เป็นกฎหมายต่อไป รัฐบาลนี้มองว่าชีวิตของประชาชนมีค่าน้อยกว่าผลกำไรของนายทุนเท่านั้น
ขณะที่วิกฤตพลังงานน้ำมันแพงส่งผลต่อไฟฟ้า เราใช้ไฟฟ้าราคาแพงเพราะค่าพร้อมจ่ายที่คนไทยต้องแบกให้กับบริษัทที่ไม่ได้ผลิตไฟฟ้า แต่ได้ค่าตอบแทนตามสัญญา เหตุใดถึงไม่รื้อโครงสร้างสัญญาทาส เพื่อปลดปล่อยคนไทยได้ใช้ไฟฟ้าในราคาสมเหตุสมผล
ส่วนอนาคตของประเทศที่กำหนดโดยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐบาลจงใจที่จะไม่ใส่ไว้เลยแม้แต่ประโยคเดียว ทั้งนี้การแถลงนโยบายครั้งก่อนเขียนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ 3 บรรทัดว่าน้อยแล้ว แต่นโยบายฉบับนี้ไม่เขียนถึงเลย ทั้งที่ประชาชนคนไทย 21 ล้านเสียง ลงประชามติให้แก้รัฐธรรมนูญไปพร้อมกับการเลือกตั้งท่านเข้ามาเป็นนายกฯ จะมาเทกันกลางแดดแบบนี้ไม่ได้ เพราะเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ที่ควบคุมกติกาหลักของประเทศ
ประเทศเรา GDP ถดถอย 1.8% มา 10 ปีก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เมื่อประชาชน 60% แสดงเจตจำนงเห็นชอบให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลจึงมีหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามประชามติโดยเร็ว แล้วเหตุใดท่านจึงไม่บรรจุในนโยบาย เช่นเดียวกับเรื่องหลักนิติธรรมที่ประชาชนจับตาดูก็ไม่ได้บรรจุไว้ในส่วนไหนของนโยบายเลย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วคดีฮั้ว สว. คดีเขากระโดง ก็จะหายไปในประวัติศาสตร์การเมืองไทยด้วยใช่หรือไม่
”จากคำแถลงนโยบายทั้งหมดชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลไม่มีเจตจำนงที่จะรักษาชีวิตปากท้องและอนาคตของประชาชนแม้แต่น้อย รัฐบาลจัดนโยบายแบบไม่เห็นหัวประชาชน คำถามคือรัฐบาลชุดนี้ตั้งมาเพื่อใคร“ นางสาวนันทนา ทิ้งท้าย












