POLITICS

ผู้ว่าฯ สตง. รับปาก ‘รักชนก’ ไม่ปกป้องคนเอี่ยวเหตุตึกถล่ม

ผู้ว่าฯ สตง. รับปาก ‘รักชนก’ ไม่ปกป้องคนเอี่ยวเหตุตึกถล่ม ชี้ไม่สามารถเปิดเผยสำนวนระหว่างพิจารณาคดีให้บุคคลภายนอกได้ เสนอ กมธ. ถอดบทเรียนก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ แนะผู้รับจ้างควรมีวิชาชีพที่สูงกว่าปกติ

วันนี้ (12 มิ.ย. 69) นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการหารือกับคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

นางสาวรักชนก กล่าวว่า ประเด็นแรกเกี่ยวกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัด หรือ สตจ. ที่สร้างหลาย ๆ จังหวัดแต่บางจังหวัดถูกทิ้งร้าง สร้างไม่เสร็จ ซึ่งวันนี้ได้ทราบความคืบหน้าว่า แต่ละสถานที่จะมีการบริหารจัดการอย่างไรต่อไป และ สตง. ขอความร่วมมือจากสภาว่า งบประมาณปี 2570 ขอพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล

ส่วนอีกประเด็นคือความคืบหน้าการสอบสวนสาเหตุตึก สตง. ถล่ม มีบางเรื่องที่ กมธ. ไม่สามารถเข้าถึงรายงานของกรมโยธาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยเป็นเอกสารลับ เพราะอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี โดยเห็นว่าเป็นเอกสารสำคัญที่จะทำให้ กมธ. รับรู้รับทราบเรื่องราวว่ามีเหตุอะไรที่เกิดขึ้นบ้าง ขณะที่อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่มีปัญหา ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทราบว่าปี 71 ที่จะมีการตั้งงบประมาณเข้ามาเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ ด้วยเพราะติดขัดว่าปีนี้รัฐบาลมีนโยบายลดงบประมาณสิ่งปลูกสร้าง ทำให้ สตง. ยังไม่ได้ยื่นคำขอในส่วนนี้ ทั้งที่ถูกตั้งคำถาม สตจ. จังหวัดพะเยา นครนายก ผู้รับเหมาทิ้งงานหรือมีปัญหา

โดยทราบข้อมูลล่าสุดว่าที่จังหวัดนครนายกเสร็จสิ้นแล้ว และเปิดใช้งานแล้ว ส่วนที่จังหวัดพะเยามี 2 ช่วง ในช่วงแรกที่เกิดปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และช่วงที่สองที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านพลังงานน้ำมัน ทำให้การได้มาซึ่งผู้รับเหมาใช้ช่องว่างทางกฎหมายเลิกสัญญา ผู้ว่าฯ สตง. ยืนยันว่าไม่ว่าใครใน สตง. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสาเหตุหรือไม่ได้มีการปกป้อง เมื่อมีการส่งเข้าสู่กระบวนการ ป.ป.ช. หรือกระบวนการใดก็ยินดีให้ความร่วมมือ

นายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า อาคารสำนักงานจังหวัดของ สตง. ได้ของบประมาณไป แต่ที่ผ่านมาได้เผชิญปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งไม่ได้กระทบเฉพาะ สตง. เท่านั้น แต่ส่วนราชการทั้งหมดได้รับผลกระทบ เมื่อพ้นสถานการณ์จะกลับมาดำเนินการตัวผู้รับงานก็เกิดปัญหา คือลูกจ้างไม่สามารถเข้ามาทำงานก่อสร้างได้ ขณะนี้เหลือเฉพาะจังหวัดพะเยาที่ยังมีปัญหาในข้อกฎหมายอยู่ คาดว่าในสัปดาห์หน้าน่าจะดำเนินการได้

“ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการของข้าราชการไม่สามารถบอกเลิกแล้วจ้างผู้จ้างรายใหม่ได้ทันที แต่ต้องเข้าสู่กระบวนการบอกเลิกตามกฎหมาย ทำหนังสือแจ้งให้เขาดำเนินการถึงจะบอกเลิกได้ หากไม่มีเหตุอันสมควร และต้องทวนราคากลางใหม่ คือระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง เมื่อราคากลางใหม่ได้ต้องไปขอสำนักงบฯ หากงบต้องเพิ่มขึ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นช่วงเวลาที่ทำให้การก่อสร้างอาคารไม่สามารถดำเนินการต่อได้โดยข้อกฎหมาย” นายมณเฑียร กล่าว

นายมณเฑียร กล่าวถึงเรื่องการสร้างตึก สตง. แห่งใหม่ ว่า รัฐบาลตั้งคณะตรวจสอบฯ จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเทคนิคทั้งหมด และสถาบันการศึกษาที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับวิศวกรรม และสภาวิชาชีพเป็นกรรมการตรวจสอบ และได้มีการแถลงผลการตรวจสอบแล้ว โดยนายกรัฐมนตรีและโฆษกรัฐบาล เมื่อ 30 มิ.ย. 68 คือการก่อสร้างผิดแบบ การออกแบบที่ไม่เป็นไปตามหลักการ และส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน มีการเรียกสอบสาเหตุตึกถล่มว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง ทั้ง สตง. และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงมีใครประมาทร่วมหรือไม่ ซึ่งตำรวจได้ส่งสำนวนไปยังอัยการโดยฟ้องเฉพาะผู้มีวิชาชีพ

บริษัทผู้ออกแบบ บริษัทผู้ก่อสร้าง บริษัทผู้ควบคุมงาน ฟ้องตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่งอัยการ ศาลก็ประทับรับฟ้อง และเมื่อ 2 มิถุนายนก็มีการไต่สวนปากแรกแล้ว นี่คือผลสอบของรัฐบาลที่ออกมา และส่งให้พนักงานสอบสวน อัยการ ศาลดำเนินคดี ส่วนในเรื่องของเจ้าหน้าที่ทุจริตหรือผิดหรือไม่ มีคนไปร้องที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และส่งต่อไปยัง ป.ป.ช. เพราะอำนาจอยู่ที่ ป.ป.ช. เรื่องสำนวนนอมินีก็ดำเนินการส่ง DSI ซึ่งได้ทำเรื่องส่งฟ้องศาลไปแล้ว

สตง. ขอเอกสารต้องการได้สำนวนการสอบทั้งหมด แต่ได้รับแจ้งว่าสำนวนเป็นสำนวนในคดีไม่สามารถเปิดเผยต่อบุคคลภายนอกได้ ซึ่งขณะนี้ สตง. ได้ยื่นขอเป็นโจทก์ร่วมในการพิจารณาของศาล เพื่อจะได้รู้ข้อเท็จจริงในสำนวนคดี และรายละเอียดทั้งหมดในสำนวนคดียังไม่ได้เอกสาร

นายมณเฑียร ยังชี้แจงถึงการก่อสร้างตึกที่ภูตาหลวง จังหวัดชลบุรี ว่า มีปัญหาในข้อกฎหมายจึงต้องดำเนินการเพิกถอนที่ใช้เวลา จะต้องให้ได้เป็นพื้นที่ของหน่วยงานก่อนถึงจะสามารถดำเนินการของงบประมาณได้ และเพิ่งได้เพิกถอนที่เป็นของ สตง. เมื่อปี 68 และตั้งเป้าที่จะของงบประมาณปี 70 ดำเนินการก่อสร้างแต่รัฐบาลขอความร่วมมือลดเรื่องงบประมาณเกี่ยวกับการก่อสร้าง จึงยังไม่สามารถของงบประมาณได้

ทั้งนี้ ได้ถอดบทเรียนเรื่องอาคารขนาดใหญ่ถล่ม และได้เสนอต่อ กมธ. ติดตามงบเพื่อทำงานร่วมกันกำหนดมาตรการไม่ให้เกิดเหตุการณ์เกี่ยวกับการก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ และผู้รับจ้างควรมีวิชาชีพที่สูงกว่าปกติ และคนรับผิดชอบต้องมีมาตรฐานสูงกว่าปกติ โดย สตง. ให้ข้อมูลเบื้องต้นต่อ กมธ. แล้วส่วนเอกสารที่จะเสนกรมบัญชีกลางจะนำส่งต่อให้ กมธ. เพื่อร่วมกันผลักดันเรื่องนี้

Related Posts

Send this to a friend