POLITICS

นายกฯ ขอโทษ ปชช. ปมราคาน้ำมันปั่นป่วนช่วงครึ่งเดือนแรก

ยัน สงกรานต์นี้มีน้ำมันเพียงพอ เผย สัปดาห์หน้าได้รัฐบาลใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อน 7 มาตรการเน้นสร้างความมั่นคงพลังงาน ลดผลกระทบกลุ่มเปราะบาง และพยุงเศรษฐกิจทั้งระบบ ลั่น “ไม่มีคำว่าขอดูงาน – ขอทดลองงานก่อน”

วันนี้ (28 มี.ค. 69) เวลา 10.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” เพื่อร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์ และแนวทางการรับมือของภาครัฐ ภายหลังผ่าน 1 เดือนของวิกฤตตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน และค่าครองชีพทั่วโลก โดยมีรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ได้แก่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมงาน

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่มาร่วมพบปะในวันเสาร์ ซึ่งการพูดคุยวันนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเข้าใจในทิศทางของรัฐบาล และเปิดโอกาสแลกเปลี่ยนความเห็น วันนี้ตนและรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารสถานการณ์วิกฤตการณ์น้ำมัน และสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้มาพบปะกับประชาชน รวมถึงมีผู้บริหารหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจ ที่พร้อมจะให้คำชี้แจง เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดและคลายความสงสัยให้กับประชาชน

สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางในขณะนี้ ครบ 1 เดือนแล้ว ทุกประเทศในโลกประสบปัญหาความมั่นคงทางพลังงานอย่างเท่าเทียมกันแทบทุกประเทศ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลกหลายประเทศขาดแคลนน้ำมัน และทุกประเทศได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศร่วมกันประหยัดพลังงาน ซึ่งจนถึงตอนนี้ถือว่า สถานการณ์ยังมีความทรงตัว มีความพยายามหรือเริ่มเจรจา ระหว่างประเทศคู่ขัดแย้ง แต่ยังไม่มีสัญญาณที่เป็นบวกอย่างชัดเจน ดังนั้นทั้งโลกยังต้องปรับตัว เพื่อรับมือวิกฤติครั้งนี้ ประชาชนก็ได้รับการขอความร่วมมือให้ปรับวิถีชีวิต พร้อมกับเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อยาวนาน รัฐบาลต้องปรับแนวทางการบริหารตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะครึ่งเดือนแรกของเดือนมีนาคม ตนต้องขอโทษพี่น้องประชาชนต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากการบริหารราคาน้ำมัน รัฐบาลตัดสินใจพยุงราคาน้ำมันใน 15 วันแรกเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้ปรับตัว ซึ่งแน่นอนว่าตอนแรกที่เกิดเหตุการณ์เราคิดว่าการสู้รบไม่น่าจะลากยาวแต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ดูแล้วน่าจะไม่จบเร็ว รัฐบาลมีการปรับตัวปรับมาตรการตลอดเวลาให้เหมาะสม เน้นการประคับประคอง ลดผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเกษตรกร ผู้ประกอบการที่ใช้น้ำมันขนส่ง ประมง อุตสาหกรรม เพื่อดูแลค่าใช้จ่าย ตลอดจนค่าครองชีพให้ดีที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะทำได้

ในส่วนของแนวทางการรับมือ รัฐบาล ได้ตั้ง ศบก. ขึ้นมาอัปเดตสถานการณ์รายวัน จะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับ 4 ส่วนหลัก คือ ด้านการต่างประเทศ ด้านความมั่นคงทางพลังงาน การควบคุมราคาสินค้า และมาตรการลดผลกระทบต่อประชาชน ทุกฝ่ายได้ทุ่มเทความพยายามอย่างสุดความสามารถ เช่น กระทรวงการต่างประเทศเร่งเจรจากับทุกประเทศที่จะทำให้การขนส่งสินค้า การเดินเรือ การสัญจร และระบบคมนาคม ให้ไทยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศก็ใช้ความพยายามในการเจรจากับอิหร่าน และในที่สุดก็สามารถทำให้อิหร่าน อนุญาตให้เรือขนส่งน้ำมันของไทย สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ความสำเร็จในการเจรจาครั้งนี้ จะทำให้ความกังวลเรื่องน้ำมันดิบ หรือสินค้าที่จะเดินเรือมาถึงประเทศไทยลดลง เมื่อเจรจาเรียบร้อย ก็สามารถสร้างความมั่นใจได้ว่าระบบการขนส่งจะไม่มีปัญหาอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อตอนต้นเดือน

ส่วนเรื่องสถานการณ์น้ำมัน ก็เริ่มคลี่คลายด้วยการดำเนินการของ ศบก. ที่เปรียบเสมือนตัวขับเคลื่อน ชุดเฉพาะกิจ แก้ปัญในการแก้ปัญหาเรื่องวิกฤติน้ำมัน ซึ่งทำในนามรัฐบาล และนายกรัฐมนตรี บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน รัฐบาลพยายามขยายคอขวดที่ทำให้เกิดความติดขัด แม้ยังสามารถกลั่นน้ำมัน นำเข้าน้ำมันได้เท่าเดิม และเพิ่มการสำรองน้ำมันได้มากขึ้น แต่ไม่ได้ประมาท พยายามแก้ไขสถานการณ์ภายในประเทศโดยการเพิ่มรอบ เพิ่มเวลาขนส่ง อัดฉีด น้ำมันสำรองเข้าระบบ รองรับความต้องการภายในประเทศที่ประชาชนอาจอยู่ในภาวะตื่นตระหนก ต้องการสำรองน้ำมัน หรือตุนน้ำมันไว้ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองได้ จึงทำให้ความต้องการน้ำมันในแต่ละวันเพิ่มขึ้น ซึ่งรัฐบาลก็พยายามบริหารไม่ได้เบรคประชาชน เนื่องจากยังมีความตื่นตระหนกโดยใช้น้ำมันสำรองอัดฉีดเข้าไปเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ

ขณะเดียวกันก็มีการปราบปรามผู้ทำผิดกฎหมาย ใครกักตุนสินค้าและน้ำมันก็ใช้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดี และล่าสุดการหยุดตรึงราคาซึ่งมีความชัดเจนว่าทำให้ลดความพยายามกักตุน และลักลอบส่งออกน้ำมัน และลดภาระกองทุนน้ำมันที่ติดลบ โดยเรื่องของการหยุดตรึงราคายังไม่เท่ากับการลอยตัวในหลายประเทศ ประเทศไทยโดยรัฐบาลไทยยังใช้กองทุนน้ำมันอุดหนุนอยู่ในอัตราส่วนที่น้อยลง เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดโลก เมื่อราคาใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านความพยายามของคนที่จะลักลอบนำน้ำมันไปขายนอกประเทศก็จะไม่คุ้มค่า ทำให้มีน้ำมันใช้ในประเทศ และมีราคาที่เหมาะสม รัฐสามารถลดอัตราการอุดหนุนจากลิตรละ 24 บาท เหลือ 16 บาท ทำให้ประหยัดงบประมาณในการอุดหนุนราคาน้ำมัน ที่มีอัตราการใช้เฉลี่ย 82ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งก่อนเกิดความขัดแย้ง ในตะวันออกกลางประชาชนได้ใช้น้ำมันดีเซลเพื่ออุตสาหกรรมอยู่ที่ 67 ล้านลิตร

วันนี้ รัฐบาล ยืนยันว่าหากเราสามารถกลับไปใข้น้ำมันที่ 67ล้านลิตร ก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ จนถึงสงกรานต์ หรือทั้งปี จึงอยากขอความร่วมมือหากส่วนที่เกินเกิดจากความตื่นตระหนกขอให้มั่นใจว่าไม่ต้องตื่นตระหนก น้ำมันที่ใช้ในประเทศมีให้ประชาชนใช้ได้อย่างแน่นอน

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า เมื่อปัญหาน้ำมันเริ่มคลี่คลาย ด่านต่อไปคือค่าครองชีพ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อยเป็นลำดับแรก โกยกระทรวงพาณิชย์กำหนดสินค้าควบคุม 66 รายการ รวมถึงมีมาตรการ สินค้าในโครงการไทยช่วยไทย หรือร้านธงฟ้า เพื่อให้ประชาชนได้ซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด โดยมีเป้าหมายให้ต่ำกว่าถึง 25% ให้บริการประชาชนตั้งแต่ 1 เมษายนเป็นต้นไป เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพขั้นพื้นฐาน

ส่วนมาตรการอื่นๆ ในการประชุม ครม.นัดพิเศษ ได้เห็นชอบมาตรการเร่งด่วนชุดใหญ่ 7 มาตรการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ทันทีเมื่อมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งสัปดาห์นี้น่าจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายของรัฐบาลหนู 1 เพราะตนได้รับรายชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจากทุกพรรคเรียบร้อยแล้ว และมีการตรวจสอบคุณสมบัติว่า มีข้อห้ามขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากไม่มีแล้ว วันจันทร์นี้ก็จะมีการประชุมสรุปกับหน่วยงาน เพื่อให้ยืนยันว่าคุณสมบัติผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมีความครบถ้วน ตนก็จะเร่งดำเนินการทูลเกล้าฯ เพื่อให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยและโปรดเกล้าฯในเวลาอันควร ซึ่งหากไม่มีปัญหาในขั้นตอนทางกฎหมาย ก็น่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ภายในสัปดาห์หน้า เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถออกมาตรการใดๆ ที่ไปทำให้เกิดความผูกพันต่อรัฐบาลใหม่

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นคนเดิม มีกฎหมายระเบียบที่ต้องปฏิบัติตาม แต่ตนยืนยันว่ารัฐบาลชุดใหม่ เมื่อได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์แล้ว จะเร่งแถลงนโยบายเพื่อทำให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบ จะไม่มีคำว่าขอดูงานก่อน ขอทดลองงานก่อน เพราะรัฐมนตรีหลายท่านในรัฐบาลชุดนี้ก็จะยังคงทำงานรับใช้ประชาชนต่อไปในรัฐบาลหน้า จะต้องเกิดความรวดเร็วอย่างแน่นอน ดังนั้นการบริหารสถานการณ์ในภาพรวม คือจะเน้นสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ลดผลกระทบกลุ่มเปราะบาง และพยุงเศรษฐกิจทั้งระบบ ผ่านมาตรการทั้งหมด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย และตอนนี้รัฐบาลอาจยังไม่สามารถปฏิบัติงานโดยใช้อำนาจได้อย่างเต็มที่ มีกระบวนการมีข้อห้ามหลายข้อ เช่น การอนุมัติใช้งบประมาณ ต้องขอ กกต. ซึ่งหากเทียบกับการมีรัฐบาลใหม่ การมีรัฐบาลใหม่เร็วกว่าการที่จะต้องให้กกต.พิจารณา รอไม่เกินสัปดาห์หน้า เราจะทำทุกอย่างให้เรียบร้อย เมื่อการแถลงนโยบายซึ่งจะต้องเร่ง โดยมีการเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว สำหรับรัฐบาลต่อไปจะให้ประธานรัฐสภานัดประชุมให้เร็วที่สุด เมื่อแถลงนโยบายแล้วรัฐบาลก็จะไร้ข้อจำกัดด้านข้อกฎหมายในการดูแลนโยบายและงบประมาณ เพื่อรับมือกับสถานการณ์และบริหารราชการแผ่นดินต่อไป

ทั้งนี้ ตนขอให้สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และขอความร่วมมือร่วมใจจากประชาชนทุกภาคส่วน ช่วยกันสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นหูเป็นตาร่วมกับรัฐบาลในการสอดส่องพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย ทำให้เกิดการเอาเปรียบประชาชนในเรื่องการค้าน้ำมันหรือการละเมิดมาตรการราคาสินค้าควบคุม สามารถแจ้งเบาะแส รัฐบาลจะใช้กลไกต่างๆ ทั้งด้านการปกครอง ความมั่นคง ตำรวจทหาร จะเข้าไปดำเนินคดี และจับกุม ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และดำเนินคดีโดยเฉียบขาด ขอให้ทุกคนมั่นใจรัฐบาลจะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานได้มากขึ้น โดยต้องช่วยกันปรับวิถีชีวิตเพื่อการประหยัดพลังงานเราจะผ่านสถานการณ์นี้ไปได้แน่นอน

นายกรัฐมนตรี ยังยกตัวอย่าง ว่าหากแต่ละครอบครัว ลดใช้น้ำมัน ซึ่งหากแต่ละครอบครัว สามารถประหยัดได้ครอบครัวละ 1 ลิตร ก็จะสามารถประหยัดน้ำมันได้ 40 ล้านลิตร และสามารถนำงบประมาณอุดหนุน 400 ล้านดังกล่าวไปสนับสนุนมาตรการอื่นๆ ได้ เช่น มาตรการคนละครึ่งพลัส ที่นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า จะออกมาทันที เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจทันที

ส่วนการรับมือน้ำมันในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตนเองได้เรียกประชุมทุกหน่วยงาน กับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อสอบถามสถานการณ์น้ำมัน ซึ่งหากผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถบริหารจัดการสถานการณ์น้ำมันได้ ทุกจังหวัดก็จะมีน้ำมันบริการประชุมในช่วงสงกรานต์ แต่หากมีการเติมสำรอง ปริมาณก็จะไม่พอ ดังนั้น ขอประชาชนอย่ากังวลว่าจะกลับไม่ถึงบ้าน เพราะทุกจังหวัดได้รับข้อสั่งการแล้วว่า ปั๊มน้ำมันบนเส้นทางหลัก จะต้องมีน้ำมันบริการ และพ่อค้าคนกลาง ที่นำน้ำมันไปจำหน่ายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมนั้น ก็จะไม่มาแย่งน้ำมันของประชาชนจากหน้าปั๊มแล้ว เพราะราคาไม่แตกต่างกันแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะมาแย่งน้ำมันจากหน้าปั๊มอีก

Related Posts

Send this to a friend