กทม. งัดแผนเซฟน้ำมันรับวิกฤต
กทม. งัดแผนเซฟน้ำมันรับวิกฤต ‘รองฯ ทวิดา’ สั่งสำรองตั้งแต่ใช้ไปแค่ 50% รถขยะ-รถฉุกเฉินวิ่งต่อไม่สะดุด ชี้หากขาดจริง อาจขอรัฐบาลกันโควตาสำหรับรถฉุกเฉิน
วันนี้ (26 มี.ค. 69) รศ. ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานว่า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการตั้งแต่ 2-3 สัปดาห์ที่แล้ว
โดยรถของกรุงเทพมหานครแต่ละประเภทจะใช้น้ำมันต่างชนิด มีรอบการเติมน้ำมันต่างกัน ยกตัวอย่าง รถขยะใช้น้ำมันสูงกว่ารถฉุกเฉิน
โดยการสำรองน้ำมันของกรุงเทพมหานคร มีศูนย์สำรองน้ำมัน เมื่อก่อนสำรองน้ำมันในเงื่อนไข 30 วัน 60 วัน 90 วัน แต่เมื่อมีสถานการณ์น้ำมันตั้งแต่เดือน มี.ค. 69 เมื่อผ่านไป 15 วันในสภาวะปกติ เราจะไม่ทำอะไร เพราะเราจะสำรองน้ำมันในขณะที่ใช้ไปแล้ว 70% ซึ่งขณะนี้เราสำรองไว้ตั้งแต่ใช้น้ำมัน 50%
ณ วันนี้ เรายังให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง เรามีรถฉุกเฉินรถขยะหลายพันคัน และรถส่วนกลางกว่า 5,000 คัน ซึ่งพยายามลดใช้รถส่วนกลางให้ได้มากที่สุด และ Work from Home ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้น้ำมันคงเหลือในคลังมากกว่าที่เคยหมด
ขณะที่การส่งต่อผู้ป่วยของสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โดยปกติจะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้และอยู่ในโซนเดียวกัน ซึ่งเราพยามขอความร่วมมือไม่ใช่แค่ใกล้กับโซนรับผิดชอบ แต่ขอให้ใกล้ ๆ ให้โรงพยาบาลช่วยเรามากขึ้น เพื่อย่นระยะเวลาของการใช้น้ำมัน ซึ่งเหมือนกับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวประหยัดน้ำมันด้วยและส่งต่อผู้ป่วยได้รวดเร็วมากขึ้น
แม้กระทั่งเรื่องยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ แพทย์จะทวนจำนวนยาที่สั่งไป เพราะปกติแพทย์จะสั่งยาเกินกว่าวันนัดเสมอ แต่ถ้าทำให้พอดีมากขึ้นก็จะช่วยเซฟได้ ขณะที่อุปกรณ์โรงพยาบาลของกรุงเทพมหานครเป็นมาตรฐาน Medical Standard ไม่สามารถที่จะรียูสหรือรีไซเคิลได้โดยง่าย จึงต้องจัดการให้เรียบร้อย สามารถบริหารจัดการได้อยู่ ไม่ได้ตึงถึงขนาดที่เป็นปัญหา หรือไม่ได้หย่อนยานเหมือนแต่ก่อน ต้องรอบคอบในการใช้
ขณะที่รถดับเพลิงได้รับอนุญาตให้เติมน้ำมันในปั๊มนอกได้ด้วย และมี 12-13 สถานี จะมีถังสำรองประมาณ 200 ลิตร โดยจากนี้ไปจะให้สำรองไว้ให้เต็มถัง รวมถึงรถดับเพลิงที่เสร็จภารกิจด้วย หากในอนาคตอาจจะต้องมีการหารือขอให้รัฐบาลกันโควตาสำหรับรถฉุกเฉิน แต่ขณะนี้ยังบริหารจัดการได้อยู่ด้วยความระมัดระวัง












