ECONOMY

กรมการค้าต่างประเทศ เผย ม.ค. 69 ใช้สิทธิ FTA เพิ่ม 6.55%

กรมการค้าต่างประเทศ เผย ม.ค. 69 ใช้สิทธิ FTA เพิ่ม 6.55% พบ ‘เครื่องทอง เครื่องเงิน’ สินค้าที่ใช้สิทธิ FTA สูงสุด ขณะ ‘ทุเรียนสด’ สูงสุดในหมวดสินค้าเกษตร

วันนี้ (26 มี.ค. 69) นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยมูลค่าการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) เดือนมกราคม 2569 รวม 7,614.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.55% มีสัดส่วนการใช้สิทธิ 81.04% ของมูลค่าสินค้าส่งออกที่ได้รับสิทธิพิเศษภายใต้ FTA

อันดับหนึ่ง เป็นการส่งออกไปยังอาเซียนภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) มูลค่า 2,562.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิ 69.64%

อันดับสอง เป็นการใช้สิทธิฯ ภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–จีน (ACFTA) มูลค่า 2,000.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 92.65%

อันดับสาม ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–อินเดีย (AIFTA) มูลค่า 1,378.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 80.72%

อันดับสี่ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (JTEPA) มูลค่า 550.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 80.57%

อันดับห้า ความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) มูลค่า 439.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 64.60%

สินค้าที่มีการใช้สิทธิฯ FTA สูงสุด 5 อันดับแรก ในปี 2569 ได้แก่ อันดับ 1 เครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบ ที่ทำด้วยโลหะมีค่า อันดับ 2 ยานยนต์สำหรับขนส่งของ อันดับ 3 ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ อันดับ 4 ทุเรียนสด และอันดับ 5 เครื่องจักรอัตโนมัติ

เมื่อพิจารณาแยกตามกลุ่มสินค้าพบว่า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปที่มีการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ทุเรียนสด อันดับ 2 เนื้อไก่ปรุงแต่ง อันดับ 3 เงาะ ลำไย ทับทิมสด อันดับ 4 ชิ้นเนื้อและส่วนอื่นที่บริโภคได้ของสัตว์ปีกแช่แข็ง และ อันดับ 5 สตาร์ชทำจากมันสำปะหลัง มูลค่ารวม 1,542.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 20.25% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด

สินค้าอุตสาหกรรมที่มีการใช้สิทธิฯ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 เครื่องทอง เครื่องเงิน และส่วนประกอบ ที่ทำด้วยโลหะมีค่า อันดับ 2 ยานยนต์สำหรับขนส่งของ อันดับ 3 ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ อันดับ 4 เครื่องจักรอัตโนมัติ อันดับ 5 น้ำมันปิโตรเลียมและน้ำมันจากแร่บิทูมินัสอื่น ๆ มูลค่ารวม 6,072.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 79.75% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด

ปี 2569 กรมฯ จะยกระดับบทบาท FTA ให้เป็นกลไกอำนวยความสะดวกทางการค้าที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รองรับทิศทางการค้าโลกที่กำลังเปลี่ยน สร้างพันธมิตรทางการค้าเพื่อร่วมกันกำหนดมาตรฐานด้านความยั่งยืน และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของตลาดโลก

ไทยมีศักยภาพสำคัญในฐานะแหล่งผลิตอาหารของโลก โดย FTA เป็นกลไกเชื่อมโยงความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานอาหาร โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอาหารแปรรูป ด้วยการพัฒนาระบบการผลิตที่โปร่งใสและเป็นไปตามมาตรฐานของตลาด ช่วยเสริมความเชื่อมั่นของคู่ค้า และตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค

Related Posts

Send this to a friend