‘เลขาสภาพัฒน์’ ย้ำน้ำมันยังมีเพียงพอ อิงตัวเลขกรมศุลกากร เผยไม่พบความผิดปกติ
หลัง DSI-กรมธุรกิจพลังงาน ลุยตรวจคลังน้ำมันตามคำสั่งนายกฯ สั่งการติดป้ายราคาที่คลัง-แจงเหตุส่งน้ำมันขาด บางปั๊มส่งทางท่อต้องรอรอบตามปฏิทิน
วันนี้ (23 มี.ค.69) นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) แถลงข่าวภายหลังร่วมประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า ที่ประชุมมีสองเรื่องหลัก ๆ ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ที่หน่วยงานเข้าไปตรวจสอบติดตาม โดยเรื่องแรกคือการออกประกาศให้มีการติดประกาศราคาน้ำมันตามสถานีบริการ โดยต้องเป็นราคาน้ำมันที่ไม่สูงเกินกว่าราคาตามปั๊มน้ำมัน
ขณะเดียวกันช่วงสองวันที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรม นำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ได้ลงตรวจคลังน้ำมันทั้งหมด 8 จุด ประกอบไปด้วยคลังน้ำมันของ ปตท.ที่คลองเตย ปั๊มน้ำมันของบริษัทบางจาก, เชลล์ และคลังน้ำมันของ ปตท.ค้าปลีกลำลูกกา และปั๊มน้ำมันของบริษัทปิโตรเลียมไทย ไออาร์พีซี ที่จังหวัดสมุทรปราการ และคลังน้ำมันของบริษัท P.S.P.โดยจากการลงตรวจทั้งหมดก็ไม่ได้พบความผิดปกติ เพราะการลงตรวจในครั้งนี้เป็นการตรวจวัดปริมาณน้ำมันในจำนวนที่ขายออกไป ทุกอย่างก็ถูกต้องตรงกันไม่ได้มีความผิดปกติ
นายดนุชา กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็เข้าใจพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เห็นภาพปั๊มน้ำมันบางสถานีบริการที่ยังขาดอยู่ ก็ต้องเรียนว่าในระบบการส่งน้ำมันจากคลังออกไปยังสถานีบริการต่าง ๆ ซึ่งในระบบการส่งน้ำมันสามารถทำได้โดยทางท่อ การใช้รถขนน้ำมัน และการใช้เรือขนส่งไปในพื้นที่ภาคใต้ โดยการส่งน้ำมันทางท่อไม่สามารถทำได้ทุกชนิด และไม่สามารถทำได้พร้อมกัน แต่จะส่งตามรอบปฏิทินทำให้การส่งน้ำมันล่าช้า
สำหรับสถานการณ์การขาดน้ำมันที่สถานีบริการเริ่มปรับตัวดีขึ้น จากที่ภาครัฐได้ผ่อนปรนให้มีการขนส่งน้ำมันได้ 24 ชั่วโมง พร้อมยกตัวอย่างสถานีบริการน้ำมันของบางจากที่ขาดน้ำมัน ซึ่งตั้งเป้าให้ลดลงเหลือไม่ถึง 200 ปั๊มในเวลาไม่เกิน 2-3 วันนี้ โดยจากการเติมน้ำมันโดยปกติมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 65 ถึง 66 ล้านลิตร เฉลี่ยประมาณ 84 ล้านลิตรต่อวัน แต่บางวันในช่วงสัปดาห์ที่มีเหตุการณ์ใหม่ ๆ มีการใช้น้ำมันโดยเฉพาะดีเซลประมาณกว่า 100 ล้านลิตร เพราะฉะนั้นเวลาที่การเติมน้ำมันโดยปั๊มน้ำมันหลายแห่งในช่วงเวลาปกติหนึ่งวันจะขายอยู่ที่ 15,000 ลิตร สามารถขายได้ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน และตอนเช้าจะมีรถมาเติมน้ำมันใหม่ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา 15,000 ลิตรที่เติมไปในตอนเช้า ปรากฏว่าประมาณเที่ยงวันก็หมดแล้ว จึงทำให้ต้องมีการขนส่งน้ำมันไปเติมบ่อยขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณความต้องการใช้ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา อาจด้วยความหวั่นเกรงว่าจะไม่มีน้ำมัน ซึ่งตนยืนยันว่าน้ำมันยังมี เพราะตัวเลขที่เช็กจากกรมศุลกากรจะเห็นว่าน้ำมันดิบที่วิ่งเข้ามาในประเทศไทย หากนับตั้งแต่วันที่ 1-20 มีนาคม มีน้ำมันดิบเข้าประเทศมาแล้วกว่า 3,400 ล้านลิตร ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอในการกลั่นใช้ในประเทศ เพียงแตน้ำมันดิบที่เรากลั่นออกมาเป็นน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศ จะมีกำลังการกลั่นที่อยู่ถึง 175 ล้านลิตร ส่วนดีเซลก็ประมาณ 77 ล้านลิตรต่อวัน แต่ในขณะนี้ความต้องการเพิ่มขึ้นมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน โดยทางโรงกลั่นก็พยายามเพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่ไม่มากนัก เพราะด้วยกำลังการกลั่นที่มีอยู่แค่นี้จึงสามารถเพิ่มได้อีกนิดหน่อย และบางแห่งก็ใช้พลังงานที่ผลิตจากเดิม 100% เพิ่มขึ้นมาเป็น 110% ก็พยายามทำเต็มที่เพื่อให้มีน้ำมันเข้ามา ส่วนที่จะมีการเติมเข้ามาเพื่อเป็นการผ่อนคลายน้ำมันที่เราเคยมีคำสั่งไว้ให้เพิ่มขึ้น 0.5% ในช่วงสิ้นเดือนก็ผ่อนคลายออกไป
ทั้งนี้ ในเรื่องนี้จากการตรวจของดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรม ก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติในการเข้าตรวจคลังน้ำมัน ขณะเดียวกันก็ได้มีการเข้าไปตรวจของกรมการปกครองที่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศประมาณ 9,387 แห่ง พบว่าประมาณ 8,000 แห่งมีปัญหาด้านการขนส่ง นั่นคือน้ำมันถูกเติมจนหมดปั๊มและต้องรอให้ขนส่งวิ่งเข้าไปส่ง โดยปริมาณน้ำมันที่ได้รับต่อวันจากตัวเลขที่กรมการปกครองลงพื้นที่สำรวจ พบว่าปริมาณน้ำมันที่ได้รับต่อวันอยู่ที่ประมาณ 82 ล้านลิตร หากในเชิงปริมาณก็มีความเพียงพอที่จะให้กับประชาชนได้ และจำหน่ายอยู่ที่ 65 ล้านลิตร ซึ่งนี่เป็นผลการตรวจสอบที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา











