‘พิพัฒน์’ สั่งอัดสต็อกน้ำมันเข้าระบบ เผย สัปดาห์หน้าสถานการณ์ปกติ
‘พิพัฒน์’ สั่งผู้ค้า อัดสต็อกน้ำมันเข้าระบบ เผย สัปดาห์หน้าสถานการณ์ปกติ ยัน สงขลายังมีน้ำมันขาย ส่วนปั๊มน้ำมัน 241 แห่งที่ปิดตัวเป็นปั๊มที่ใช้แบรนด์ของตัวเอง ต้องรับความเสี่ยงเอง
วันที่ (19 มี.ค. 69) เวลา 17.55 น. ที่อาคารรัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบคำถามถึงกรณีที่ปั๊มน้ำมันในจังหวัดสงขลา ขาดแคลนน้ำมันจนต้องปิดถึงต้นเดือนเมษายน ว่า หากเป็นสถานีของบางจากตามที่ผู้สื่อข่าวรายงาน ไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากการค้าส่งของสถานีบางจากยังมีการจ่ายน้ำมันให้อยู่ ซึ่งไม่ทราบว่าผู้ประกอบการดังกล่าวเป็นผู้ประกอบการตัวจริงหรือไม่ และต้องทำการตรวจสอบ เพราะในวันนี้กลุ่มที่หวังดีก็มีมาก และผู้ไม่หวังดีที่น่าจะมีเยอะกว่า
ส่วนที่มีสถานีบริการปิดกว่า 241 แห่ง ตามข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงานระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม นั้น นายพิพัฒน์ อธิบายว่า สถานีบริการน้ำมันแยกเป็น 2 ประเภท คือ สถานีที่มีบริษัทแม่ดูแล เช่น ปั๊ม ปตท., เชลล์, บางจาก, คาลเท็กซ์, พีที, หรือ ซัสโก้ และอีกประเภทคือ สถานีบริการน้ำมันทั่วไป ที่ใช้แบรนด์ของตนเอง หากใน 200 กว่าสถานีปิดไปและไม่มีบริษัทแม่ที่กำกับดูแล ส่วนนั้นถือว่าไม่มีใครสามารถช่วยได้ ยกเว้นว่าในสถานีบริการเหล่านั้นจะซื้อน้ำมันจากพ่อค้าคนกลาง ซึ่งหลังจากนี้โรงกลั่นจะปล่อยขายน้ำมันให้พ่อค้าเพื่อส่งต่อให้สถานีบริการทั่วไป ทำให้สามารถเปิดต่อได้ในสถานีนั้น อีกทั้งในสถานการณ์ปกติปั๊มที่ไม่มีแบรนด์ จะซื้อน้ำมันจากพ่อค้าคนกลางถูกกว่าปั๊มที่มีแบรนด์ ซึ่งถือเป็นการบริหารตามกลไกของตลาดที่จะต้องรับความเสี่ยงเมื่อเกิดวิกฤตด้านน้ำมัน สิ่งนี้ก็ไม่รู้จะให้ใครมาช่วยดูแลได้
นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลขอความร่วมมือ พร้อมได้หารือกับผู้ค้าให้ช่วยนำสต็อกน้ำมันที่กลั่นแล้ว อัดเพิ่มเข้าระบบไปเพื่อให้สถานการณ์น้ำมันอยู่ในภาวะปกติ และระบบขนส่งจะไม่เกินขีดจำกัด ซึ่งจะทำให้สถานการณ์น้ำมันกลับมาปกติ สถานีที่ปิดหรือไม่พอใช้จะกลับมาให้บริการได้ในหนึ่งสัปดาห์












