POLITICS

‘รังสิมันต์’ ยกปัญหาน้ำมัน-คดีฮั้ว สว.-โยก ขรก.ก่อนการเลือกตั้ง สะท้อน ‘อนุทิน’ ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

วันนี้ (19 มี.ค.69) ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยมีวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.)แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่าการอภิปรายครั้งนี้ต้องนำพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อมาดูว่าบุคคลที่มีความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควรมีคุณสมบัติอย่างไร โดยนายอนุทิน ที่เป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการคนปัจจุบันและได้รับโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีมาก่อน ซึ่งพฤติกรรมในอดีตล้วนเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าสุดท้ายนายอนุทิน มีความเหมาะสมจริงหรือไม่

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องน้ำมันที่เกิดขึ้นในรัฐบาลรักษาการในปัจจุบัน เป็นตัวสะท้อนที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าวันนี้การบริหารบ้านเมืองเต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชันอย่างไร เรารู้ว่าน้ำมันเถื่อนเป็นเรื่องที่มีมาอย่างยาวนานเป็นโครงสร้างอาชญากรรมข้ามชาติ ฝังรากลึกอยู่ในไทยมานาน โครงสร้างนี้อาจมีการนำเข้ามาขายต่อในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160(4) คือมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตนเองกำลังตั้งประเด็นว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องน้ำมัน เป็นกรณีที่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชัน และรัฐบาลที่รักษาการที่นำโดยนายอนุทิน เป็นประเด็นที่ตนเองจะบอก และไม่ต้องห่วงหากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจตนเองจะจัดหนักจัดเต็ม แต่สิ่งที่ตนเองกำลังอภิปรายในเวลานี้นั้น กำลังกังขาในความซื่อสัตย์สุจริตของนายอนุทิน ที่ถูกเสนอมาเป็นนายกรัฐมนตรี การพิจารณาคุณสมบัติว่าท่านใดเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต เราไม่จำเป็นต้องพิจารณาจากสิ่งที่เขาทำในอดีตหรือไม่ เราคิดไปข้างหน้าและมองว่าตัวเขาจะซื่อสัตย์สุจริตแน่ ๆ ทั้งที่ในวันนี้มีอำนาจ และสิ่งที่เกิดขึ้นก็แถลงออกมาตลอดเวลาว่าน้ำมันพอ ต้นทางมีพอ และหายไปไหนถ้าไม่ใช่การทำนโยบายเชิงทุจริตแบบที่ผ่านมา แล้วประชาชนจะได้รับผลกระทบแบบนี้ได้อย่างไร

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเองเชื่อว่ารัฐบาลที่นำโดยนายอนุทิน และพวกมีความเชี่ยวชาญในเรื่องน้ำมันแน่นอน ดังนั้นการเกิดวิกฤตแบบนี้คืออาการที่แสดงให้เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชัน มันเกิดขึ้นภายใต้การนำของรัฐบาลนี้แม้จะเป็นรัฐบาลรักษาการ หากนายอนุทิน ยังเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปตนเองเป็นห่วงจริง ๆ ว่าอาจไม่มีคุณสมบัติเพียงพอในด้านความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์

การเลือกตั้งที่ผ่านมา ตนเองเชื่อเลยว่าการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดในประวัติศาสตร์ การเลือกตั้งที่ผ่านมาที่ไม่ใช่มีแค่การซื้อเสียง การโกงการเลือกตั้ง ตนเองถามต่อไปว่า ตกลงเป็นมาตรฐานการเมืองที่ดีหรือไม่ ที่ก่อนการเลือกตั้งมีการโยกย้ายผู้ว่าฯ นายอำเภอ รวมกันถึง 250 ตำแหน่ง นี่คือมาตรฐานที่ดีของการเมืองไทย ของผู้นำสูงสุดจริงหรือไม่ ที่เป็นฝ่ายบริหารที่จะใช้อำนาจอย่างไรก็ได้ในการทำให้การเลือกตั้งอย่างน้อยที่สุดถูกนินทา โดยหากเป็นพรรคการเมืองอื่นบ้าง ทำแบบเดียวกันจะยอมรับหรือไม่ว่าการโยกย้ายข้าราชการทางการเมืองแบบนี้ดีหรือไม่

สิ่งที่ตนเองกำลังพูดมันเป็นสิ่งที่มาจากมโนธรรมสำนึก สิ่งที่ตนเองกำลังอภิปรายคือการบอกว่าสิ่งที่นายอนุทิน ที่เป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทำในช่วงก่อนการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถยอมรับให้เป็นมาตรฐานของการเมืองไทยได้ และเป็นสิ่งที่ส่อเป็นการทุจริตคอร์รัปชัน โกงการเลือกตั้ง

“นี่เป็นสิ่งที่ผมกังวลต่อคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 ที่กล่าวว่ามีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งรัฐมนตรีต้องมี และคำถามคือนายอนุทิน มีจริงหรือไม่”

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า เรื่องฮั้ว สว.ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความสำคัญในการเข้าไปเลือกองค์กรอิสระ เรื่องนี้ที่เขาว่าเป็นการฮั้ว สว.สีน้ำเงิน ตกลงแล้วนายอนุทิน ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหาจากเรื่องนี้ ยังไม่ชัดเจนอีกหรือว่านายอนุทิน เป็นผู้ที่มีข้อกังขาในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตมากที่สุดคนหนึ่ง และไม่ว่าเรื่องนี้จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่เป็นเรื่องของการบ่อนทำลายการเลือก สว.ซึ่งทำให้ประชาชนสูญสิ้นศรัทธา ท่านในฐานะประมุขฝ่ายบริหาร ไม่ต้องมีหน้าที่รักษากฎหมายใช่หรือไม่ ใครจะไปวิ่งเต้นกันก็วิ่งไป ช่วยเหลือคดีกันก็ไป และก็บอกว่าเป็นเรื่องของกระบวนการ ตกลงบ้านเมืองนี้เราจะอยู่กันแบบนี้ใช่หรือไม่

ดังนั้น 3 เรื่องนี้ที่ตนเองอภิปราย เป็นสิ่งที่สะท้อนที่ไม่ใช่แค่มาจากพวกตนเองที่กำลังเป็นว่าที่ฝ่ายค้าน แต่เป็นสิ่งที่สะท้อนจากความรู้สึกของประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน ที่เขารู้สึกว่าบ้านเมืองนี้ ใครก็ตามที่มีอำนาจจะทำอะไรก็ได้ ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ แม้แต่คนที่มีคุณสมบัติที่มีปัญหาแบบนี้ ก็ยังสามารถมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ คำถามคือแล้วเราจะทำให้กฎหมายของบ้านเมืองนี้เป็นกฎหมายได้อย่างไร ด้วยเหตุผลทั้งหมดเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่านายอนุทิน เป็นผู้ที่ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 เนื่องจากปราศจากซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ก็ขอให้สภาได้พิจารณาให้ดีก่อนการตัดสินใจในวาระสำคัญวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการอภิปรายของนายรังสิมันต์ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมรัฐบาลได้ลุกขึ้นประท้วงตลอด เพื่อให้ประธานควบคุมให้ผู้อภิปรายอภิปรายอยู่ในประเด็น โดยมีช่วงหนึ่งที่ผู้ประท้วงกล่าวพาดพิงถึงคดี 44 สส.ของพรรคประชาชน ทำให้นายรังสิมันต์ ขอใช้สิทธิชี้แจง แต่ประธานสภาไม่อนุญาตให้ชี้แจง จึงทำให้นายปกรณ์วุฒิ ลุกขึ้นหารือพร้อมแย้งประธานสภาว่า ผู้ที่ถูกพาดพิงสามารถชี้แจงได้

จนทำให้นายรังสิมันต์ ได้ชี้แจงว่า กรณี 44 สส.ที่ถูกชี้มูลใน ป.ป.ช.เป็นเรื่องจริง และหลังจากนั้นคงมีการดำเนินการเรื่องนี้เพื่อส่งให้ดำเนินการต่อไป แต่อยากชี้แจงว่าบ้านเมืองของเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ปกติ และทุกคนรู้ว่าสิ่งที่ตนเองโดนไม่ได้เกิดจากการโกงแผ่นดินหรือคอร์รัปชัน

Related Posts

Send this to a friend