ศบก. ยัน ไม่มีเรือชักธงไทยตกค้างช่องแคบฮอร์มุซ
ชี้ เหลือเพียงเรือสัญชาติสิงคโปร์ 2 ลำ ลูกเรือไทยรวม 36 คน จอดเทียบท่า UAE ย้ำ ติดตามสถานการณ์รายชั่วโมง
วันนี้ (13 มี.ค. 69) นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า พร้อมด้วย พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว รองเจ้ากรมยุทธการทหารเรือ แถลงศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงการให้ความช่วยเหลือเรือมยุรี นารีว่า กระทรวงการต่างประเทศประสานประเทศโอมานในการเข้าช่วยเหลือกู้เรือ
นายกริชเพชร ยืนยันว่า ไม่มีเรือไทยที่ชักธง หรือถือสัญชาติไทยอยู่ในบริเวณดังกล่าว แต่มีเรือซึ่งเป็นเรือของบริษัทพรีเชียส ชิพปิ้ง จดทะเบียนสัญชาติสิงคโปร์จอดเทียบท่าอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 2 ลำ ลำแรกมีลูกเรือไทย 14 คน ลำที่ 2 เป็นลูกเรือคนไทยทั้งหมด 22 คน เป็นเรือบริษัทของคนไทย แต่จดทะเบียนเป็นสัญชาติสิงคโปร์ สถานะยังปลอดภัย
พล.ร.ต.จุมพล ระบุว่า กองทัพเรือสั่งการให้เสนาธิการทหารเรือประสานการปฏิบัติและเฝ้าระวังตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยง 4 ฉบับ ซึ่งวันที่ 6 มีนาคม ได้เชิญผู้ประกอบการทุกภาคส่วนที่เดินทางผ่านในพื้นที่นี้มาประชุม เนื่องจากสถิติของการขนส่งลดลงจาก 183 ลำ เหลือเพียง 3 ลำ
พล.ร.ต.จุมพล ยืนยันว่า กองทัพเรือติดตามประเมินสถานการณ์เป็นรายชั่วโมงและจัดทำคำแนะนำตามที่กระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงสถานการณ์วางทุ่นระเบิด ปัจจุบันการตรวจสอบในพื้นที่ทำได้ยาก เรือผ่านเพียงแค่ 1 ลำ ที่เหลือจอดที่ท่าทั้งหมด และในพื้นที่มีสภาวะการรบกวนสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ ฉะนั้น การเดินทางเข้าไปในพื้นที่ถือมีความเสี่ยง ซึ่งวานนี้ (12 มี.ค.) องค์การทางทะเลระหว่างประเทศออกมาตรการยกระดับเป็นพื้นที่ ที่งดเว้นการเข้าพื้นที่เสี่ยง 100% ซึ่งวันนี้ไม่มีเรือไทยเข้าไปในพื้นที่เพิ่มเติม เหลือเฉพาะเรือบางส่วนที่อยู่ในพื้นที่












