จุฬาฯ จัดเสวนาถอดรหัสวิกฤตพลังงานไทย ชงแผนรับมือผลกระทบสงคราม ‘สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน’
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถาบันวิจัยพลังงาน สถาบันวิจัยสังคม สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ และสถาบันการขนส่ง จัดงานเสวนาวิชาการ ‘ความมั่นคงทางพลังงานไทยภายใต้วิกฤตการณ์โลก: ถอดรหัสความเสี่ยง สู่แผนรับมือของชาติ’ ณ เรือนจุฬานฤมิต เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ แนวโน้ม และความเสี่ยงด้านพลังงานของประเทศ จากผลกระทบของความขัดแย้งทางทหารระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลกับประเทศอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบสำคัญต่อพลังงานใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความเพียงพอของพลังงานสำรอง และทิศทางราคาพลังงาน ด้าน ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า จุฬาฯ กำลังดำเนินการวิจัยเรื่องพลังงานทางเลือก เพื่อเป็นแผนสำรองและแนวทางการปรับตัวในการใช้พลังงานของสังคมต่อไป
ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยถึงมาตรการรองรับของรัฐบาลว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองอยู่ที่ 95 วัน ซึ่งรัฐบาลได้มีมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซล น้ำมันเจ็ท และก๊าซหุงต้ม (LPG) ยกเว้นการส่งออกไปยัง สปป.ลาว และเมียนมา นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มสัดส่วนการสำรองน้ำมันจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 3 ภายในเดือนเมษายน ซึ่งจะส่งผลให้มีน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100 วัน ส่วนมาตรการด้านราคา ได้มีคำสั่งให้ตรึงราคาน้ำมันไว้เป็นระยะเวลา 15 วัน ผ่านกลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ศ.ดร.วิบูลย์ ศรีเจริญชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาฯ กล่าวเสริมว่า สถาบันฯ เน้นกระบวนการทำงานวิจัยแบบการวิเคราะห์ฉากทัศน์ (Scenario Analysis) เพื่อประเมินโอกาสและเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำเสนอในเชิงนโยบายเพื่อให้ภาครัฐนำไปพิจารณาบริหารจัดการในสถานการณ์วิกฤต
ภายในงานยังมีการเสวนาหัวข้อ ‘ผลกระทบ ทางรอด และการปรับตัวของพลังงานไทย’ โดย ดร.เรืองศักดิ์ ฐิติรัตน์สกุล ที่ปรึกษาประจำสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 เพิ่มความเสี่ยงต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งสำคัญ โดยเฉพาะช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะต้นทุนพลังงานซ้อนทับ ด้าน ดร.บวร ทรัพย์สิงห์ ผู้อำนวยการศูนย์ Social Innovation สถาบันวิจัยสังคม จุฬาฯ เสนอแนะว่า วิกฤตพลังงานส่งผลกระทบต่อแรงงานนอกระบบที่ใช้น้ำมันและก๊าซหุงต้มเป็นต้นทุน เช่น รถรับจ้างสาธารณะและร้านอาหารขนาดเล็ก จึงควรสนับสนุนพลังงานทางเลือกและขยายระบบคุ้มครองทางสังคม
ขณะที่ ดร.อรณิชา อนุชิตชาญชัย นักวิจัยชำนาญการ สถาบันการขนส่ง จุฬาฯ ระบุว่า ประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันประมาณสองในสามของความต้องการใช้ในประเทศ โดยภาคการขนส่งมีการใช้น้ำมันมากกว่าร้อยละ 80 ของการใช้น้ำมันทั้งหมด จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อลดความเปราะบางต่อความผันผวนด้านพลังงาน ทางด้าน คุณแทนวรรณ โตโพธิ์กลาง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ กระทรวงพลังงาน กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงพลังงานได้นำประสบการณ์จากการบริหารวิกฤตราคาพลังงานในปี 2565 มาใช้กำหนดมาตรการรักษาเสถียรภาพปริมาณและราคาน้ำมัน เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจไทยให้น้อยที่สุด












