‘ราเชน’ ขอบคุณ 1.7 แสนคะแนนเสียง เดินหน้าร่วมรัฐบาล ‘ภูมิใจไทย’
แจงเหตุปลด ‘เต้ มงคลกิตติ์’ เพราะก้าวร้าวเลขาฯกกต.กระทบภาพลักษณ์ บอกคะแนนได้มาเพราะฐานเสียง ไม่ได้มาจากใครคนใดคนหนึ่ง
วันนี้ (5 มี.ค.69) นายราเชน ตระกูลเวียง หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ เปิดเผยภายหลังเข้ารับหนังสือรับรอง สส.ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กล่าวขอบคุณประชาชนที่มอบคะแนนเสียงให้พรรคทางเลือกใหม่กว่า 170,000 คะแนน จนทำให้พรรคได้รับ สส.1 ที่นั่ง ยืนยันว่าจะเดินหน้าผลักดันนโยบายสำคัญของพรรค โดยจะประสานงานกับรัฐบาลและ สส.จากพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อผลักดันนโยบายที่เคยเสนอต่อประชาชน ได้แก่ นโยบายเงินทุนเจ้าบ้าน เงินผดุงเกียรติ และการปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
นายราเชนยอมรับว่า พรรคภูมิใจไทยได้เชิญพรรคทางเลือกใหม่เข้าร่วมรัฐบาล และได้มีการแถลงข่าวร่วมกันที่พรรคภูมิใจไทยไปแล้ว ผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับเสียงของพรรคทางเลือกใหม่ แม้จะมีเพียง 1 เสียงก็ตาม และสามารถเข้าร่วมประชุมกับพรรคได้เหมือน สส.ของพรรคภูมิใจไทย
ส่วนตำแหน่งหรือโควตาเก้าอี้ทางการเมือง ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยได้ระบุว่าจะดูแลเรื่องตำแหน่งในคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สามารถทำงานในสภาฯได้อย่างเต็มที่ ส่วนตัวมีความสนใจทำงานในคณะกรรมาธิการทหาร เนื่องจากต้องการติดตามเรื่องงบประมาณด้านความมั่นคง รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับทหาร เช่น กรณีปราสาทตาเมือนธม ที่ตนเคยติดตามประเด็นมาก่อน รวมถึงต้องการผลักดันนโยบายเงินผดุงเกียรติ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับบุคลากรด้านความมั่นคงด้วย
ส่วนประเด็นดรามาเกี่ยวกับนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตเลขาธิการพรรค นายราเชนยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้นายมงคลกิตติ์ยังส่งข้อความมาอวยพรให้ประสบความสำเร็จ แต่การให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการพรรค เป็นผลจากมติคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อรักษามารยาททางการเมือง หลังจากพรรคมีมติร่วมรัฐบาล ขณะที่นายมงคลกิตติ์มีความเห็นแตกต่าง
โดยมีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง คือ การแสดงความเห็นเกี่ยวกับการนับคะแนนเลือกตั้งที่อาจกระทบต่อกระบวนการ และท่าทีที่มองว่าก้าวร้าวต่อนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ซึ่งพรรคเห็นว่าอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการทำงานทางการเมือง จึงมีมติให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว แนวคิดบางเรื่องของนายมงคลกิตติ์ เช่น นโยบายที่ถูกพูดถึงในสื่อ ไม่ใช่นโยบายหลักที่พรรคเสนอไว้กับ กกต.เป็นเพียงแนวคิดส่วนบุคคล
สำหรับกระแสที่มองว่าคะแนนเสียงของพรรคมาจากนายมงคลกิตติ์เป็นหลัก นายราเชนยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่ง แต่ยืนยันว่าพรรคมีฐานคะแนนของตัวเอง โดยยกตัวอย่างการเติบโตของพรรคตั้งแต่ปี 62 ที่มีคะแนน 29,607 คะแนน และสมาชิกพรรค 14,000 คน ก่อนจะเพิ่มเป็นกว่า 79,000 คะแนน และสมาชิกกว่า 34,000 คนในปี 2566 จนกระทั่งการเลือกตั้งครั้งล่าสุดได้คะแนนกว่า 170,000 คะแนน
ความสำเร็จของพรรคไม่ได้มาจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และทีมงานทั่วประเทศ พร้อมย้ำว่ายังให้เกียรตินายมงคลกิตติ์ และมองว่าเป็นบุคคลที่มีศักยภาพ เพียงแต่มีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันเท่านั้น












