กกต. สั่งไม่นับใหม่ชลบุรี เขต 1 เหตุไร้พยานหลักฐานเชื่อได้ว่าไม่สุจริต ประธาน กกต. ยันไม่เอาเกียรติยศมาเสี่ยงเรื่องแบบนี้
วันนี้ (12 ก.พ. 69) เวลา 17.00 น. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง และ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ร่วมแถลงข่าวประเด็นการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติรวมถึงปัญหาจังหวัดชลบุรี เขต 1 ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
นายณรงค์ กล่าวในช่วงต้นว่า เราจะแถลงความจริงทุกประเด็น ไม่มีปิดบัง ยินดีให้ซักถามในทุกประเด็น กกต. ทำหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญและระเบียบทุกอย่าง
ว่าที่ ร.ต. ภาสกร เปิดเผยว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติเรื่องการสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ ทั้ง สส. แบบแบ่งเขต สส. บัญชีรายชื่อ และการออกเสียงประชามติ คือ กรุงเทพมหานคร เขตคันนายาว เขตเลือกตั้งที่ 15 หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เนื่องจากเกิดพายุฝนฟ้าคะนองทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย การเลือกตั้งใหม่จะมีขึ้นในวันที่ 22 ก.พ. นี้
จังหวัดน่าน เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองน่าน หน่วยเลือกตั้งที่ 3 ตำบลไชยสถาน กรณีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งประกาศงดนับคะแนน เพราะระหว่างการนับคะแนนกรรมการประจำหน่วยมีการฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 69 ใบ ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าบัตรเลือกตั้งเป็นบัตรดีหรือบัตรเสีย จัดให้การเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ในวันที่ 22 ก.พ. นี้
ส่วนจังหวัดอุดรธานี หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 6 อำเภอไชยวาน ตำบลโพนสูง มีการฉีกบัตรคร่อมหมายเลขพรรคการเมือง จึงสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ ในวันที่ 22 ก.พ. 69 โดยกรณีจังหวัดน่านและอุดรธานีมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงกรรมการประจำหน่วยชุดใหม่
ส่วนจังหวัดมหาสารคาม เขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอเมืองมหาสารคาม ตำบลท่าสองคอน กรณีที่ทักท้วงป้ายรวมคะแนนติดตั้งหน้าศูนย์ประสานงานการเลือกตั้ง ผลคะแนนของผู้สมัครบางคนมีความคลาดเคลื่อน กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตได้ตรวจสอบของทุกหน่วยเลือกตั้ง พบว่าคะแนนของหน่วยเลือกตั้งตำบลท่าสองคอนไม่ได้นำมารวมผลคะแนน ภายหลังได้มีการแก้ไข พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่เป็นเหตุให้ต้องสั่งให้นับคะแนนใหม่ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการนับคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง
ขณะที่จังหวัดปทุมธานี เขตเลือกตั้งที่ 7 ซึ่งมีการนับคะแนนใหม่ รอบแรกมีนักศึกษามาทักท้วงคัดค้าน ไม่สามารถสังเกตการณ์นับคะแนนได้อย่างชัดเจน เมื่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดและคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตได้รับทราบ จึงสั่งให้นับคะแนนใหม่โดยแต่งตั้งกรรมการ ประกอบไปด้วยนักศึกษาไปดำเนินการนับคะแนน ซึ่งไม่ทำให้ผลนับคะแนนเปลี่ยนแปลงไป เพียงแต่ว่าการสั่งให้นับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 124 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 สั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อของบัตรเลือกตั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักรใหม่
ส่วนกรณีจังหวัดชลบุรี เขต 1 เกิดขึ้นหลังเสร็จสิ้นการนับคะแนน ซึ่งมีมวลชนบางส่วนเข้ามาสังเกตการณ์บริเวณสถานที่ยุบรวมหีบบัตร อาจจะมีความไม่เข้าใจเกิดขึ้น เสนอสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่ ในกรณีนี้เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงมอบให้นายครรชิต ไปสอบสวนไต่สวนข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา
นายครรชิต กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีผู้ชุมนุม แต่มีผู้ยื่นคำร้องเพียง 10 คน ใน 3 ประเด็น และมาให้ถ้อยคำ 6 คน โดยระบุว่าไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง

ประเด็นที่ 1 ไฟฟ้าดับในที่เลือกตั้ง มีการอ้างคลิปว่าไฟดับแล้วพัดลมยังหมุน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดที่จังหวัดชลบุรี แต่เกิดที่จังหวัดนนทบุรี จากการตรวจสอบเพิ่มเติม การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคระบุว่ามีไฟฟ้าดับเพียง 4 หน่วยเลือกตั้ง เป็นเวลา 40 นาที
ประเด็นที่ 2 ผู้มาแสดงตนกับบัตรเลือกตั้งและคะแนนไม่ถูกต้องตรงกัน โดยเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่ 11-15 กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งรวบรวมผลคะแนนช้าใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง จากการสอบสวนหน่วยที่ 11-15 ไม่มีอะไรผิดปกติ ออกจากหน่วยเลือกตั้งประมาณ 20.00 น. และไปถึงที่ส่งหีบบัตรประมาณ 00.00 น.
ประเด็นที่ 3 การนับคะแนนบัตรเลือกตั้งไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้ยื่นคำร้องไม่ระบุว่าจุดไหน จากการตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง 160 กว่าหน่วย ไม่มีการทักท้วงการนับคะแนน การันตีได้ว่าการนับคะแนนถูกต้องแล้ว
นอกจากนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งยังตรวจสอบเพิ่มเติมกรณีปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ว่า บัตรเลือกตั้งทำไมไม่มีการใช้สัญลักษณ์และมีบัญชีแบบขีดคะแนนไปอยู่ในถังขยะ จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเขตเลือกตั้งที่ 1 เมื่อส่งหีบบัตร เดิมจะไปส่งที่ศาลาประชาคมแต่เนื่องจากพื้นที่แคบลง ไม่สะดวก จึงขอใช้สนามแบดมินตันของเทศบาล เพื่อให้รถเข้าออกสะดวกในการยุบรวมหีบบัตร ก่อนขนไปที่ศาลาประชาคม และโกดังของสำนักงาน กกต. จังหวัดชลบุรี โดยระหว่างที่ยุบรวมหีบบัตร ดำเนินการไปแล้ว 90% อีก 10% ยังมีเอกสารกองอยู่ที่พื้นสนามแบดมินตัน ขณะนั้นมีเยาวชนเข้าไปตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ มีมวลชนไปเยอะไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ และที่อ้างว่าเก็บมาจากถังขยะ ยืนยันว่าในโรงยิมไม่มีถังขยะ ฉะนั้นเอกสารเหล่านี้ยังไม่ได้ทิ้ง
กรณีที่มีข้อสงสัยว่าเหตุใดทำไมถึงไม่ใช้สายรัด ทำกล่องไม่เรียบร้อย จากโรงยิมไปถึงศาลาประชาคม ประมาณ 500 เมตร มีการขอใช้พื้นที่ถึงวันที่ 9 ก.พ. เท่านั้น เทศบาลมาเร่งให้เคลียร์พื้นที่ให้เสร็จเพราะวันที่ 10 ก.พ. 69 จะใช้พื้นที่ เราใช้สายรัดเรียบร้อยแล้วและมีส่วนที่เหลืออยู่ยังไม่ได้ใช้
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด จึงสรุปได้ว่ายังไม่ปรากฏพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี เขตเลือกตั้งที่ 1 มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง จึงไม่มีเหตุที่จะสั่งให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 ประกอบกับข้อ 223 ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร เห็นควรยุติเรื่อง
นายณรงค์ กล่าวยืนยันว่าเมื่อมีเรื่อง กกต. นัดประชุมทันที ไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่บางเรื่องเราต้องมีข้อมูลเพียงพอในการวินิจฉัย จึงแต่งตั้งให้นายครรชิต ไปสอบข้อเท็จจริง ทั้งฝ่ายผู้ร้อง ฝ่ายที่ปฏิบัติและเห็นเหตุการณ์ โดยใช้เวลา 2 วัน เพื่อมาชั่งน้ำหนักเหมือนกับเขียนคำพิพากษา ดูความเชื่อมโยงของพยาน ซึ่ง กกต. ยังได้มอบหมายให้นายครรชิตไปหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าการนับคะแนน มีความสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ ซึ่งที่ประชุม กกต. วันนี้ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมงในการลงความเห็น ยืนยันได้ว่า กกต. ไม่เอาเกียรติยศชื่อเสียงของเราไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ เพราะฉะนั้นนอกจากตรวจสอบความตามคำร้องแล้ว เรายังตรวจสอบเรื่องความชอบในการนับคะแนนและลงผลคะแนน เรากังวลว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะมองว่าเราไม่ตรวจสอบชัดเจน แต่เราตรวจสอบทุกมิติอย่างละเอียดเพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ
ส่วนกรณีที่ประชาชนฟ้องกลับ กกต. นายณรงค์ กล่าวว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย เราดำเนินการไปตามขั้นตอน เราทำหน้าที่ของเราในการจัดการเลือกตั้ง คิดว่าทำเต็มที่ บางคนดูหมิ่นดูแคลน ดูถูกเหยียดหยาม อาฆาตมาดร้ายว่า กกต. คงต้องเปลี่ยนที่นอน ก็ไม่เป็นไร ยืนยันมาตลอดว่าเราทำหน้าที่ของเราตามกรอบของกฎหมาย เพราะฉะนั้นเราต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อความปลอดภัย ทุกคนกลัวกันหมดแต่ทุกคนก็ต้องทำตามหน้าที่
นายณรงค์ ยืนยันว่าการตรวจสอบกรณีจังหวัดชลบุรี เขต 1 ไม่ได้ล่าช้าและไม่ใช่ทำตามอำเภอใจ ต้องนับทันที ณ หน่วยนั้น หากกฎหมายให้ทำได้ เราทำ ขอให้ศึกษาขั้นตอนและมองอีกมิติที่ชลบุรีเรารีบดำเนินการภายใน 2 วัน ไม่ได้เกิดความล่าช้า การรับรองการเลือกตั้งกฎหมายกำหนดให้ 60 วัน เราไม่ได้ล่าช้าทุกวันเราทำงานตลอดเวลา ไม่ได้หยุดทำงาน
เมื่อถามว่า กลัวว่าจะทำให้เกิดกระแสลุกฮือจากประชาชนมากกว่านี้หรือไม่ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร กล่าวว่า กรณีการแจ้งความเป็นกรณีของผู้เสียหาย คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งถือว่าเป็นผู้เสียหาย มีการบุกรุกเข้าไปในสถานที่ต้องมีการตรวจสอบ แจ้งความ กรณีนี้มีการนำเอกสารทางราชการไปเผยแพร่ ผู้เสียหายที่เป็นผู้รับผิดชอบมีความจำเป็นที่จะต้องแจ้งความเพื่อเป็นการคุ้มครองตนเอง และเพื่อให้เกิดความชัดเจน ส่วนการประกาศผลการนับคะแนนในเบื้องต้นของแต่ละหน่วย ติดประกาศไว้อยู่แล้วซึ่งต้องรอแบบ สส. 6/1 เพื่อดำเนินการอย่างเป็นทางการ ขณะนี้แต่ละจังหวัดเร่งดำเนินการ อีกไม่นานคงจะเปิดเผยให้ทราบ
ทั้งนี้ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อและบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตไม่ตรงกัน ว่าที่ ร.ต. ภาสกร ชี้แจงว่าโดยหลักการผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสองประเภท ทั้งแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ โอกาสที่ทั้งสองอย่างจะแตกต่างกันแทบเป็นไปไม่ได้ แต่การรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการอาจเกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนเรื่องการกรอกคะแนนแข่งกับเวลา กรอกข้อมูลสลับกันไปบ้าง ผิดพลาดบ้าง ซึ่งไม่ถือว่าเป็นผลอย่างเป็นทางการ เมื่อ กกต. ประกาศ สส. 6/1 คือผลที่ถูกต้องอย่างเป็นทางการ
ทั้งนี้กระบวนการอย่างไม่เป็นทางการจบแล้ว อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้องเพื่อจะออกใบ 6/1 บางจังหวัดทยอยขึ้นแบบ สส. 5/18 คือผลคะแนนรายหน่วย สามารถไปดูได้ที่เว็บไซต์ กกต. ปรากฏทั้ง 400 เขต ขาดเพียงบางจังหวัดได้เร่งรัดให้ทุกจังหวัดเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ
ในช่วงท้าย นายณรงค์ กล่าวว่าหลังการเลือกตั้งทุกครั้งมีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ตามมา มีแบบนี้ตลอดเวลา แต่การตรวจสอบมีขั้นตอนมีเวลา หากเคร่งครัดตามกฎหมาย แต่เดิมอาจมีการปัดตกไปทุกเรื่องด้วยระยะเวลา แต่ กกต. ชุดนี้พยายามให้ท่านตรวจสอบให้ความจริงปรากฏว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร เป็นไปตามนั้นหรือไม่ แม้อาจจะไม่เข้าข้อกฎหมาย แต่เราพยายามทำให้ อย่างจังหวัดชลบุรีแม้จะไม่เข้าเหตุ แต่ก็ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เพื่อจะดูว่าการนับคะแนนสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ คิดว่าเราทำทุกอย่างเพื่อให้การเลือกตั้งน่าเชื่อถือ ยืนยันว่าไม่เคยปิดบังการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร และเพื่อให้ข่าวไปสู่ประชาชน ได้มีการแต่งตั้งโฆษกสำนักงาน กกต. คือ ว่าที่ ร.ต. ภาสกร ให้แถลงข่าวทุกวัน
เมื่อถามถึงการประเมินความผิดพลาดและความสำเร็จในการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ นายณรงค์ กล่าวว่า ตนเองคงประเมินไม่ได้เพราะเป็นเรื่องที่ท่านต้องประเมินเอง ขอให้ดูว่าการจัดการเลือกตั้งและการจัดทำประชามติ ในวันที่ 8 ก.พ. 69 มีเหตุการณ์ไม่สงบเรียบร้อยหรือไม่ หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น ขอให้คิดเอาเอง เรื่องการนับคะแนนการอำนวยความสะดวก ท่านก็คงประเมินถูก ขอให้ท่านประเมินกันเอง













