‘อนุทิน’ ลุยหาเสียง จ.ศรีสะเกษ วันเดียว 4 เวที ลั่น ประเทศไทย ไม่ใช่ที่ทดลองงาน
‘อนุทิน’ ลุยหาเสียง จ.ศรีสะเกษ วันเดียว 4 เวที ประเดิมเขตเมือง ช่วย ‘โต้ง สิริพงษ์’ หาเสียง บอก เป็นจังหวัดที่มาบ่อย เพราะเป็นห่วงมากที่สุด ตอนเกิดเหตุชายแดน ยัน ไม่มีเปิดด่าน ขออย่ากังวล ถาม ”จะเปิดด่านหาพระเเสงอะไร“ โว ’ภูมิใจไทย’ เป็นพรรคเดียวที่เขมรไม่อยากให้เป็นรัฐบาล เหตุไม่เปิดด่าน – ไม่คืนดินเเดน ลั่น ประเทศไทย ไม่ใช่ที่ทดลองงาน หากตัดสินใจผิดวินาทีเดียว อนาคตประเทศเปลี่ยน ประกาศ “กา 37 ไทยหมดความเสี่ยง”
วันที่ (4 ก.พ. 69) เวลา 11:00 น. ที่ลานอเนกประสงค์ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดศรีสะเกษ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 1 และ นายศุภกิจ สีหาภาค ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 2 โดยมี นายธนา กิจไพบูลย์ชัย ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 3 นางสาวจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 5 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 8 และ นายวิทวัส ไตรสรณกุล ผู้สมัคร สส.ศรีสะเกษ เขต 9 พร้อมด้วย นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
นายอนุทิน เริ่มการปราศรัยทักทายชาวศรีวะเกษ ว่า สวัสดีพี่น้องชาวศรีสะเกษ ซึ่งวันนี้เรามาเจอกันแต่เช้า และขอให้พี่น้องเขต 1 เลือก นายสิริพงษ์ เขต 2 เลือกนายศุภกิจ ถ้ากลับไปกาเบอร์ผู้สมัครของภูมิใจไทย ก็ไม่ต้องหาเสียงแล้ว เตรียมตัวเข้าสภาฯ เลยได้เลย ซึ่งนายสิริพงษ์ พี่น้องเห็นแล้วว่า ทำงานสร้างชื่อเสียงให้กับพี่น้องชาวศรีสะเกษ พ่อก็เป็นนายกเทศมนตรี เราเป็นพี่น้องกัน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้ตนเดินสายที่ศรีสะเกษ เพราะถือว่าเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเกิดขึ้นมาได้ โตได้ และขยายเขต โดยเรามี สส. รับใช้ประเทศชาติ รับใช้พี่น้องประชาชนได้นั้น ศรีสะเกษมีส่วนร่วมเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้น เราจะเริ่มมาจากบุรีรัมย์ สุรินทร์ ที่ได้รับความไว้วางใจ ตั้งแต่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่วนเลขาธิการที่ตนไว้วางใจก็เป็นคนศรีสะเกษ คือ นางสาวไตรศุลี และเรามีความใกล้ชิดกันมาก
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตอนที่เรามีสงคราม จังหวัดศรีสะเกษ เป็นจังหวัดที่เราเป็นห่วงเป็นใยแล้วมามากที่สุด ตอนนั้นตนยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มาดูตอนที่พี่น้องย้ายบ้าน บางคนต้องไปอยู่ตามที่อพยพต่างๆ จึงได้เห็นถึงความยากลำบาก และวิธีบริหารจัดการปัญหา ถ้าเรามีปัญหากับกัมพูชา สุดท้ายตนได้มาเป็นนายกรัฐมนตรีแปบเดียว อันไหนที่เป็นของเรา เราเอากลับมาเป็นของเราได้หมด และ ฉันทานุมัติจากประชาชน คือ “อนุทิน ห้ามเปิดด่าน” ดังนั้น คำนี้คือคำสั่งของประชาชนชาวไทยที่มอบให้ตน พร้อมย้ำว่า หลังเปิดด่าน ราคาหอม ราคามัน ข้าว มะม่วง อ้อยราคาขึ้น “แล้วจะไปเปิดด่านหาพระแสงอะไรอีก” ขอทุกคนอย่ากังวล พวกเรามีความรู้สึกร่วมกัน คือ “ความเกลียดเเค้น” ทำไมคนของเราถึงถูกรังแก มีอยู่เต็มหัวใจของตน
นายอนุทิน ถามผู้ฟังปราศรัยว่า ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ คิดได้หรือไม่ว่าจะให้ใครเข้าไปเป็นนายกฯ ต้องเบอร์ 37 ใช่หรือไม่ ก่อนกล่าวว่า “พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเดียวที่เขมรไม่อยากให้เป็นรัฐบาล เข้ามาแล้วไม่เปิดด่านเเน่นอน เป็นพรรคอื่นอาจจะเปิดด่าน คืนดินแดน อาจจะเจรจาอะไรอีกมากมาย” ดังนั้นหน้าที่ของตนคือมาบอก “ยังจำได้อยู่ใช่ไหม ยังต้องการให้ไม่มีการเจรจา ยังต้องการปิดด่าน ยังต้องการอนุทินเป็นนายกฯ ด้วยใช่หรือไม่“ ก่อนย้ำว่า เรื่องของชายแดนขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า ปลอดภัยแล้ว ใครจะเข้ามาวุ่นวายอีก หากเลือกอนุทิน เข้าไปเป็นนายกฯ
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ไม่มีเวลาทดลองงานแล้ว เพราะประเทศไทยไม่ใช่ที่ทดลองงานของใคร หากตัดสินใจผิดเพียงแค่ 1 วินาทีเดียว อนาคตประเทศเปลี่ยน พรรคภูมิใจไทยเข้ามาไม่กี่เดือน ตัดสินใจถูกทั้งหมด พวกเราให้คำมั่นสัญญา หากเลือกพรรคภูมิใจไทยเบอร์ 37 ประเทศไทยหมดความเสี่ยง
เมื่อปราศรัยเสร็จ นายอนุทิน ได้ลงจากเวทีเพื่อถ่ายภาพกับประชาชน ก่อนจะเดินทางไปยังอำเภอ ปรางค์กู่ อำเภอขุขันธ์ อำเภอกันทรลักษ์ เพื่อขึ้นเวทีช่วยผู้สมัครหาเสียงในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ













